
นางกาญจนา แดงรุ่งโรจน์ รองเลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยถึงสถานการณ์การผลิตและการตลาดข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ในจังหวัดเพชรบูรณ์ นครสวรรค์ และ ลพบุรี ซึ่งนับเป็นแหล่งผลิตข้าวโพดเลี้ยงสัตว์แหล่งใหญ่ของประเทศ (เพชรบูรณ์ แหล่งผลิตลำดับที่ 1 นครสวรรค์ ลำดับที่ 5 และ ลพบุรี ลำดับที่ 7 ของประเทศ) ซึ่ง สศก. โดยสำนักวิจัยเศรษฐกิจการเกษตร ได้ลงพื้นที่ทั้ง 3 จังหวัด เมื่อช่วงกลางเดือนมิถุนายน 2565 พบว่า ฤดูการผลิตปี 2565/66 ทั้ง 3 จังหวัด มีเนื้อที่เพาะปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ รุ่น 1 (ฤดูฝน) รวมประมาณ 1.41 ล้านไร่ (เพชรบูรณ์ 696,536 ไร่ นครสวรรค์ 332,957 ไร่ และ ลพบุรี 382,817 ไร่) หรือคิดเป็นร้อยละ 23 ของเนื้อที่เพาะปลูกทั้งประเทศ ลดลงจากปี 2564/65 ที่มีเนื้อที่เพาะปลูกรวมประมาณ 1.42 ล้านไร่ หรือลดลงร้อยละ 0.67
สำหรับภาพรวมเนื้อที่เพาะปลูกในพื้นที่จังหวัดเพชรบูรณ์ และนครสวรรค์ มีแนวโน้มลดลง เนื่องจากราคาปัจจัยการผลิต เช่น เมล็ดพันธุ์ ปุ๋ยเคมี สารเคมี และน้ำมันเชื้อเพลิงที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ต้นทุนการผลิตข้าวโพดเลี้ยงสัตว์สูงขึ้น เกษตรกรจึงปรับเปลี่ยนพื้นที่ไปปลูกมันสำปะหลังที่มีต้นทุนต่ำและให้ผลตอบแทนดีกว่า ขณะที่เนื้อที่เพาะปลูกจังหวัดลพบุรี มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นเล็กน้อย เนื่องจากในช่วงปลายปี 2564 พื้นที่บางส่วนประสบอุทกภัยจาก อิทธิพลของพายุเตี้ยนหมู่ ทำให้เนื้อที่เพาะปลูกมันสำปะหลังได้รับความเสียหาย เกษตรกรจึงปรับเปลี่ยนพื้นที่ไปปลูก ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์แทน

ด้านผลผลิตภาพรวมทั้ง 3 จังหวัด มีผลผลิตรวมประมาณ 1.04 ล้านตัน (เพชรบูรณ์ 522,153 ตัน นครสวรรค์ 246,572 ตัน และ ลพบุรี 269,713 ตัน) คิดเป็นร้อยละ 23 ของผลผลิตทั้งประเทศ ผลผลิตเพิ่มขึ้นจากปี 2564/65 ที่มีผลผลิตรวมประมาณ 1.03 ล้านตัน หรือเพิ่มขึ้นร้อยละ 0.68 เนื่องจากคาดว่าจะมีปริมาณน้ำฝนเหมาะสมและเพียงพอต่อการเพาะปลูก ประกอบกับเกษตรกรมีความชำนาญในการกำจัดโรคและแมลงศัตรูพืช เช่น หนอนกระทู้มากขึ้น โดยผลผลิตข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ รุ่น 1 (ฤดูฝน) ในพื้นที่ทั้ง 3 จังหวัด จะทยอยออกสู่ตลาดในช่วงปลายเดือนมิถุนายน 2565 เป็นต้นไป และคาดว่าจะออกสู่ตลาดมากในช่วงเดือนกันยายน - พฤศจิกายน 2565
ด้านราคา คาดว่า ในปี 2565 ราคาข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ที่เกษตรกรขายได้ ความชื้นไม่เกิน 14.5% จะสูงขึ้นจากปีที่ผ่านมา เนื่องจากผลผลิตข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ยังไม่เพียงพอต่อความต้องการใช้ในประเทศ รวมถึงสถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างรัสเซีย - ยูเครน ส่งผลให้ราคาข้าวโพดเลี้ยงสัตว์และวัตถุดิบอาหารสัตว์อื่นๆ มีราคาสูงขึ้นตามไปด้วย โดยในช่วง 6 เดือนแรกของปี 2565 (มกราคม - มิถุนายน) ราคาข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ที่เกษตรกรขายได้เฉลี่ยอยู่ที่กิโลกรัมละ 9.30 บาท สูงขึ้นจากกิโลกรัมละ 8.03 บาท ในช่วงเดียวกันของปี 2564 หรือร้อยละ 16

อย่างไรก็ตาม เพื่อเป็นการลดต้นทุนให้กับเกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์ และบรรเทาภาระค่าครองชีพให้แก่ประชาชน รัฐบาลได้ดำเนินมาตรการผ่อนปรนการนำเข้าข้าวโพดเลี้ยงสัตว์และวัตถุดิบทดแทน (ข้าวสาลี และ ข้าวบาร์เลย์) โดยผ่อนปรนมาตรการการนำเข้าข้าวสาลี 1 ส่วน ต้องรับซื้อข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ภายในประเทศ 3 ส่วนเป็นการชั่วคราว ระหว่างเดือนพฤษภาคม - กรกฎาคม 2565 ซึ่งเป็นช่วงที่ผลผลิตข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ในประเทศยังออกสู่ตลาดไม่มาก เพื่อไม่ให้กระทบต่อราคาภายในประเทศ พร้อมทั้งผ่อนปรนการนำเข้าข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ภายใต้กรอบ WTO ในโควตา ซึ่งจากเดิมให้เฉพาะองค์การคลังสินค้า (อคส.) นำเข้าแต่เพียงผู้เดียว ในอัตราภาษีร้อยละ 20 ปริมาณ 57,000 ตัน ได้ปรับใหม่ โดยให้ อคส. และผู้นำเข้าทั่วไปสามารถนำเข้าได้ ในอัตราภาษีร้อยละ 0 ปริมาณไม่เกิน 600,000 ตัน ซึ่งหากมีการนำเข้าข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ข้าวสาลี และข้าวบาร์เลย์ นับตั้งแต่เดือนพฤษภาคม 2565 เป็นต้นมา รวมทุกช่องทางปริมาณเกินกว่า 1.20 ล้านตัน ให้สิ้นสุดการผ่อนปรนและกลับไปใช้มาตรการเดิม
ทั้งนี้ ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ หมายถึง ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ที่เพาะปลูกเพื่อนำเมล็ดมาใช้ผสมเป็นอาหารสัตว์และอื่น ๆ ยกเว้นข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ที่ทำการเพาะปลูกเพื่อผลิตเป็นเมล็ดพันธุ์ โดยข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ปีเพาะปลูก 2565/66 แบ่งเป็น รุ่น 1 (ฤดูฝน) แบ่งออกเป็น ต้นฤดูฝน ปลูกระหว่างวันที่ 1 มีนาคม 2565 ถึง 31 กรกฎาคม 2565 และ ปลายฤดูฝน ปลูกระหว่างวันที่ 1 สิงหาคม 2565 ถึง 31 ตุลาคม 2565 ซึ่งผลผลิตทั้งต้นฤดูฝนและปลายฤดูฝน จะเก็บเกี่ยวในช่วงเดือนมิถุนายน 2565 ถึง กุมภาพันธ์ 2566 และ รุ่น 2 (ฤดูแล้ง) ปลูกระหว่างวันที่ 1 พฤศจิกายน 2565 ถึงวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2566 ซึ่งเก็บเกี่ยวในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ 2566 ถึง พฤษภาคม 2566
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
สศก. ร่วมเวที ASEAN-EU Sustainability Summit 2026 ชูบทบาทไทยขับเคลื่อนเกษตรอัจฉริยะ–สุขภาพหนึ่งเดียว เสริมความมั่นคงอาหารอาเซียน
นายพีรพันธ์ คอทอง เลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า สศก. ได้ร่วมสนับสนุนบทบาทของประเทศไทยในเวทีความร่วมมือระดับภูมิภาค
สสว.ชวนร่วมงาน 'OSS & SMEs GROW TOGETHER FAIR 2026' ครั้งที่ 2 ระหว่างวันที่ 15-17 พฤษภาคมนี้ ณ ศูนย์การค้าเซ็นทรัล นครสวรรค์ รวมสุดยอดเอสเอ็มอีภาคเหนือกว่า 60 ร้านค้า ช้อปครบ จบในที่เดียว พร้อมกิจกรรมส่งเสริมธุรกิจครบวงจร
สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) เตรียมจัดงานมหกรรม "OSS & SMEs GROW TOGETHER FAIR 2026" ครั้งที่ 2 ภายใต้แนวคิด "สร้างโอกาสและเติบโตไปกับ OSS" ระหว่างวันที่ 15 - 17 พฤษภาคม 2569 ณ ลานโปรโมชั่น ชั้น G ศูนย์การค้าเซ็นทรัล นครสวรรค์ เพื่อส่งเสริมและสนับสนุนผู้ประกอบการ SMEs ในภาคเหนือ โดยรวบรวมสุดยอดสินค้าคุณภาพจากผู้ประกอบการกว่า 60 ร้านค้า พร้อมกิจกรรมส่งเสริมธุรกิจครบวงจร
สศก. ผสานข้อมูลภาคสนาม–โดรน–ดาวเทียม ติดตามข้าว 5 ช่วงอายุ เพิ่มความแม่นยำพยากรณ์ผลผลิตข้าวนาปี 2569/70
นายพีรพันธ์ คอทอง เลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) เปิดเผยว่า สศก. ให้ความสำคัญกับการยกระดับการจัดทำสารสนเทศการเกษตรและการบริหารจัดการข้อมูลขนาดใหญ่
ปิยะรัฐชย์ รมช.เกษตรฯ พท.ใกล้ชิดเกษตรกร-ใกล้ชิดประชาชน เราไม่ได้มาสั่งขรก.ให้ทำตามอำเภอใจ
"กระทรวงเกษตรและสหกรณ์"ยุคปัจจุบัน ที่พรรคเพื่อไทย ส่งสามรัฐมนตรีมาบริหารงานกระทรวงคือ สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รมว.เกษตรฯ - ปิยะรัฐชย์ ติยะไพรัช รมช.เกษตรฯ และสส.เชียงราย พรรคเพื่อไทยและวัชระพล ขาวขำ รมช.เกษตรฯ
'แอ๊ด คาราบาว' แต่งเพลงให้กำลังใจ 'อธิบดีฝนหลวง'
“แอ๊ด คาราบาว” หรือ นายยืนยง โอภากุล แต่งเพลงให้กำลังใจ นายราเชน ศิลปะรายะ อธิบดีกรมฝนหลวงและการบินเกษตร โดยมีเนื้อหาของเพลงว่า
สศก. ใช้ข้อมูล Socio สะท้อนแนวทางปรับตัวภาคเกษตร เน้นผลิตให้คุ้ม ลดสูญเสีย เพิ่มรายได้ต่อเนื่อง
นายพีรพันธ์ คอทอง เลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) เปิดเผยว่า จากบริบทเศรษฐกิจในปัจจุบันที่ยังเผชิญปัจจัยเสี่ยงหลายด้าน ทั้งการขยายตัวทางเศรษฐกิจที่อยู่ในระดับจำกัด

