“ดร.ดนุช” เลขาฯ คนใหม่ รมว.การอุดมศึกษาฯ ลุยงาน U2T for BCG ลงพื้นที่ จ.ยโสธร ย้ำนายกฯ ให้ความสำคัญโครงการ U2T for BCG เตรียมจัดทำเส้นทางท่องเที่ยวของดี 9 ตำบลทั่วประเทศ

เมื่อวันที่ 17 ส.ค. ดร.ดนุช ตันเทอดทิตย์ เลขานุการ รมว.การอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ลงพื้นที่โครงการขับเคลื่อนเศรษฐกิจและสังคมฐานรากด้วยเศรษฐกิจ BCG หรือ U2T for BCG ที่วิทยาลัยชุมชนยโสธร (วชช.ยโสธร) โดยมีนายชลธี ยังตรง ผู้ว่าราชการจังหวัดยโสธร และหัวหน้าส่วนราชการ จ.ยโสธร จ.ศรีสะเกษ จ.อุบลราชธานี และผู้นำพื้นที่ให้การต้อนรับ ทั้งนี้ รศ.ดร.ประกาศิต อานุภาพแสนยากร รักษาราชการแทนอธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฎศรีสะเกษ (มรภ.ศรีสะเกษ) ได้นำเสนอความคืบหน้าของโครงการ U2T for BCG ว่า มรภ.ศรีสะเกษรับผิดชอบ 200 ตำบล แบ่งเป็นพื้นที่ศรีสะเกษ 171 ตำบล ยโสธร 29 ตำบล รวมเป็น 200 ตำบล มีผู้เข้าร่วมโครงการ U2T for BCG จำนวน 1,980 คน ดำเนินการใน 4 เรื่อง คือด้านเกษตรและอาหารสัดส่วน 40% ด้านสุขภาพและการแพทย์สัดส่วน 12% ด้านพลังงานและวัสดุ 42% และด้านการท่องเที่ยวและบริการ 6% โดยทำเรื่อง BCG อย่างเข้มข้น ขณะนี้กำลังอยู่ในกระบวนการคัดเลือกตำบลที่ดำเนินการด้าน BCG ดีเด่น เพื่อส่งให้ อว. ใช้เป็นต้นแบบในการพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนต่อไป

จากนั้น รศ.ดร.ภาสกร นันทพานิช รองอธิการบดี มรภ.อุบลราชธานี กล่าวว่า มรภ.อุบลราชธานี รับผิดชอบ 3 จังหวัด คือ อุบลราชธานี อำนาจเจริญและยโสธร ในยโสธรรับผิดชอบ 29 ตำบล โครงการ U2T for BCG ก่อให้เกิดรายได้ในพื้นที่ต่อเดือนประมาณ 20 ล้านบาท จากการจับจ่ายใช้สอยของผู้เข้าร่วมโครงการ รวมทั้งก่อให้เกิดผลกระทบทางเศรษฐกิจในด้านอื่นอีกมากมาย ซึ่งผลประโยชน์จะไปตกอยู่กับชุมชน ในพื้นที่มีการดำเนินการด้านเกษตร ด้านการแปรรูปสินค้าเกษตรเป็นอาหาร ด้านสมุนไพรและการจัดการขยะ เป็นต้น

ขณะที่นายวสันต์ สุวรรณเนตร รักษาการในตำแหน่ง ผอ.วชช.ยโสธร กล่าวว่า วชช.ยโสธรรับผิดชอบใน 27 ตำบลของยโสธร โดยขณะนี้ได้เก็บข้อมูล Thailand community Data (TCD) หรือฐานข้อมูลรายตำบลขนาดใหญ่ได้กว่า 8,000 ตัวอย่าง จากเป้าหมาย 13,000 ตัวอย่าง มีทั้งเรื่องของพืช สัตว์เศรษฐกิจ อาหาร แหล่งท่องเที่ยว เป็นต้น เพื่อนำมาใช้ประโยชน์ให้กับประเทศต่อไป

จากนั้น ดร.ดนุช ได้มอบนโยบายและแนวการการบริหารจัดการโครงการ U2T for BCG ว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ให้ความสำคัญกับโครงการ U2T for BCG มาก และมีแผนที่จะลงพื้นที่ไปเยี่ยมชมโครงการ  U2T for BCG ในแต่ละภาค ซึ่งจากการที่ตนลงพื้นที่พบว่าในแต่ละตำบลมีของดีซ่อนอยู่มากมาย เช่น สิมโบราณ บ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์ พระพุทธรูปโบราณ รวมทั้งเส้นทางท่องเที่ยว ซึ่งจากนี้ไป U2T for BCG จะมีการจัดทำเส้นทางท่องเที่ยวของดี 9 ตำบลเหมือนกับการท่องเที่ยวไหว้พระ 9 วัด ซึ่งการที่ผู้เข้าร่วมโครงการได้ลงพื้นที่เก็บข้อมูล TCD ทำให้เราได้ใช้ประโยชน์จากข้อมูลเพื่อการขับเคลื่อนประเทศอย่างทันสมัย ขณะที่การพัฒนาผลิตภัณฑ์ด้าน BCG เมื่อเสร็จสิ้นโครงการแล้วคาดว่าจะมีผลิตภัณฑ์ที่นำออกสู่ตลาดพร้อมจำหน่ายได้ถึง 1.5 หมื่นผลิตภัณฑ์

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

“ทส. – อว.” ผนึกกำลังวิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม เดินหน้าพัฒนาทรัพยากรธรรมชาติสู่ความยั่งยืน มุ่งสู่ธรรมชาติเชิงบวก

วันที่ 18 กันยายน 2569 กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม จัดพิธีลงนามแสดงเจตจำนงว่าด้วยความร่วมมือด้านวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม

อว. ชู 'ทุนมนุษย์' หัวใจขับเคลื่อนประเทศไทยยุค AI ดัน Super AI Engineer Season 6 สร้าง 'งานใหม่ ทักษะสูง รายได้ดี' ตอบโจทย์อุตสาหกรรมแห่งอนาคต

ปัจจุบัน AI กำลังเป็นโครงสร้างพื้นฐานสำคัญของเศรษฐกิจ การผลิต การบริการ การศึกษา และการวิจัย ประเทศจึงจำเป็นต้องมี “ทุนมนุษย์” ที่มีทั้งความรู้ ทักษะ และความสามารถในการนำเทคโนโลยีมาต่อยอดให้เกิดประโยชน์ กระทรวง อว. จึงมุ่งพัฒนากำลังคนสมรรถนะสูง เพื่อสร้าง “งานใหม่ ทักษะสูง รายได้ดี” และรองรับอุตสาหกรรมแห่งอนาคต โดยเฉพาะเซมิคอนดักเตอร์ ยานยนต์ไฟฟ้า (EV) และ AI

“ยศชนัน” ส่งมอบนวัตกรรม “น้ำสะอาด” จากงานวิจัยสู่ชุมชนริมกก ผนึก สวทช.–ซินโครตรอน ส่งแม่แบบระบบผลิตน้ำประปากำจัดสารหนู สร้างความมั่นคงด้านน้ำให้ประชาชน

วันที่ 29 สิงหาคม 2569 ศาลาประชาคมเมืองงิม ต.ริมกก อ.เมืองเชียงราย จ.เชียงราย :กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) โดย สวทช. และ สซ. เดินหน้าต่อยอดงานวิจัยสู่การใช้ประโยชน์จริง โดยมี ศาสตราจารย์ ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวง อว.

“ยศชนัน ควง นิกร” คิกออฟโครงการต้นแบบ “หนุนพลังงานทางเลือก” พร้อมยกระดับคุณภาพชีวิตบ้านมั่นคง

รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์

'ยศชนัน' ประกาศวิสัยทัศน์กลางเวทีสัมมนาวิชาการ 'NATURE POSITIVE THAILAND' ในงาน SITE 2026 ชี้ไทยต้องก้าวข้ามการลดคาร์บอนสู่การฟื้นฟูธรรมชาติเชิงบวก

"ยศชนัน" ประกาศวิสัยทัศน์กลางเวทีสัมมนาวิชาการ "NATURE POSITIVE THAILAND" ในงาน SITE 2026 ชี้ไทยต้องก้าวข้ามการลดคาร์บอนสู่การฟื้นฟูธรรมชาติเชิงบวก เล็งดึง AI และเทคโนโลยีขั้นสูง ปั้นสตาร์ตอัปสายเทคโนโลยีสิ่งแวดล้อม พลิกโฉมความหลากหลายทางชีวภาพ ให้เป็นเครื่องยนต์เศรษฐกิจใหม่ของประเทศ