ความรู้-คู่-คุณธรรม

คงต้องยอมรับอย่างมิอาจปฏิเสธได้...ว่าด้วยความ ก้าวหน้า-ก้าวไกล ของเทคโนโลยี โดยเฉพาะด้านการสื่อสารมันเลยทำให้บรรดา กูรู-กูรู้ ไม่ว่าในบ้านเราหรือในระดับโลกก็ตามที อุบัติขึ้นมาในแบบเยอะๆ แยะๆ ยั้วๆ เยี้ยๆ เสียเหลือเกิน ไม่ว่าในอาณาบริเวณพื้นที่โซเชียลมีเดียชนิดต่างๆ ทั้ง Facebook, YouTube, TikTok ฯลฯ และอะไรต่อมิอะไร จนแทบ นับไม่ไหว และ รับไม่ไหว เพราะเล่นเอาหูแฉะ หูชา ตาฉ่ำ ตาเยิ้ม สำหรับผู้ที่หนีไม่พ้นต้องคอยติดตามฟังโน่น ฟังนี่ ดูโน่น ดูนี่ หรือผู้ที่ยังต้อง เสพข่าวเป็นภักษาหาร ทั้งหลาย...

คือต้องคอยแยกแยะคำพูด คำจา ความคิด ความอ่าน ของบรรดา กูรู-กูรู้ นับร้อยๆ พันๆ หมื่นๆ หรืออาจปาเป็นล้านๆ ไปแล้วก็ว่าได้ ว่าอันไหนจริง-อันไหนเท็จ อันไหนปลอม-ไม่ปลอม รวมทั้งอันไหนโง่-ไม่โง่ ฉลาด-ไม่ฉลาด เพ้อเจ้อ-ไม่เพ้อเจ้อ ฯลฯ อีกด้วยต่างหาก เพราะแค่มีมือถือ มีอินเทอร์เน็ตอยู่ในมือ ไม่ว่าจะโง่แสนโง่ หรือเพ้อสุดเพ้อ ต่างก็สามารถสถาปนาตัวเองเป็น กูรู-กูรู้ ได้ไม่ยาก ด้วยเหตุเพราะความจริง-ไม่จริง ความมีเหตุ-มีผล ลึกซึ้ง-ไม่ลึกซึ้ง หรือกระทั่งความรับผิดชอบ คุณธรรม จริยธรรม ฯลฯ อันเป็นสิ่งที่บรรดา ผู้รู้ พึงต้องมีติดตัว ติดปลายนวมเอาไว้มั่งไม่มาก-ก็น้อย กลายเป็นสิ่งที่ ผู้เสพข่าว แต่ละรายต้องไปแยกแยะกันเอาเอง แบบชนิดตาดีได้-ตาร้ายเสีย อะไรประมาณนั้น...

ยิ่งฉากสถานการณ์ ฉากเหตุการณ์ ไม่ว่าในบ้านเราหรือระดับโลกก็ตามที เต็มไปด้วยความชุลมุน วุ่นวาย ทรหวลปั่นป่วนคลั่ง ยิ่งขึ้นไปเท่าไหร่ การแยกแยะว่า กูรู-กูรู้ รายไหนพอจะรับได้-รับไม่ได้ ยิ่งเป็นอะไรที่ก่อให้เกิดความ มึนซ์ซ์ซ์ ชนิดหูฉิ่ง หูชา ตาแฉะ ตาเยิ้ม ได้ไม่ยากซ์ซ์ซ์ โอกาสที่จะรับรู้-รับทราบความเป็นไปของโลกให้ถูกต้องตามความเป็นจริง ข้อเท็จจริง ยิ่งยากแสนยากพอๆ กับการมองหา หนวดเต่า-เขากระต่าย อะไรทำนองนั้น ด้วยเหตุเพราะ กูรู-กูรู้ ที่มีอยู่นับหมื่นๆ แสนๆ หรือล้านๆ ราย ต่างก็มีบทบาท อิทธิพล พอที่จะชักนำ นำพา ใครต่อใคร เข้ารก-เข้าพง ได้เสมอๆ...

แต่ก็ด้วยความ ก้าวหน้า-ก้าวไกล ของ เทคโนโลยี อีกนั่นแหละ โดยเฉพาะการยกระดับ พัฒนา ของสิ่งที่เรียกว่า ปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI หรือ Artificial Intelligence ที่มันได้ทำให้ อุปสรรค ในการสื่อสาร หรือการแปลภาษา จากภาษาที่ไม่ใช่ภาษาพ่อ-ภาษาแม่ กลายมาเป็นไทยๆ ได้อย่างลื่นๆ ไหลๆ ขึ้นไปในแต่ละระดับ แม้จะยังผิดๆ พลาดๆ แปลผิด-แปลถูก พืดผิด-พืดถืก ในบางวรรค บางประโยค แต่ก็พอจะจับความ จับสาระสำคัญ ได้พอประมาณ และอันนี้นี่เอง...ที่ทำให้บรรดา กูรู-กูรู้ ในบ้านเรา ไม่ว่าเก่ง ฉลาด วิเคราะห์ฟันธงได้แม่นยำ เที่ยงตรงขนาดไหน ต่างต้องกลายสภาพเป็น ศิลปินพื้นบ้าน ไปโดยฉับพลัน-ทันที โดยเฉพาะเมื่อต้องทำความเข้าใจกับฉากสถานการณ์ ฉากเหตุการณ์ที่สุดแสนจะสับสน อลหม่าน อย่างฉากสถานการณ์ในแนวรบตะวันออกกลาง หรือในสงครามระหว่างอิหร่านกับอเมริกาและอิสราเอล เป็นต้น...

เพราะถ้าลองมีโอกาสได้ฟังการวิเคราะห์ เจาะลึกของพวก กูรู-กูรู้ ระดับโลก อย่างเช่น Douglas Macgregor อดีตที่ปรึกษารัฐมนตรีกลาโหมสหรัฐ Victor Gao นักคิด-นักวิชาการอดีตล่ามจากเมืองจีน Chas Freeman อดีตทูตอเมริกันในหลายประเทศ Andri Martyanov นักเขียน-นักยุทธศาสตร์รัสเซีย หรือ Mohammad Marandi ศาสตราจารย์ด้านวรรณคดีอิหร่าน อดีตอาสาสมัครนักรบในสงคราม อิรัก-อิหร่าน เมื่อหลายสิบปีที่ผ่านมา ฯลฯ ก็แทบไม่ต้องเสียเวลาไปหูฉิ่ง หูยาน กับบรรดา กูรู-กูรู้ ในระดับศิลปินพื้นบ้านที่พยายามสอดๆ แทรกๆ เข้ามาในช่องทางการสื่อสารแต่ละช่องเอาเลยแม้แต่น้อย คือสามารถที่จะแยกแยะความเป็น ของแท้ หรือ ของปลอม ออกจากกันและกันได้แบบสบายๆ...

หรือด้วยเหตุเพราะความก้าวหน้า-ก้าวไกลของเทคโนโลยีสื่อสารนั่นเอง อาจทำให้บรรดา กูรู-กูรู้ บางราย ถึงขั้น ตกงาน เอาง่ายๆ เพราะแม้ว่าการสถาปนาตัวเองเป็น กูรู-กูรู้ มันอาจไม่ถึงกับลำบาก ยากเย็น ซักเท่าไหร่ ในยุคที่อุปกรณ์ เครื่องไม้ เครื่องมือในการสื่อสาร ค่อนข้างเอื้ออำนวยให้กับใครต่อใครโดยเสมอหน้า แต่ด้วยเหตุเพราะบรรดา ความรู้ ทั้งหลาย ย่อมไม่อาจแยกออกไปจากสิ่งที่เรียกว่า คุณธรรม ได้เลย หรือสิ่งที่ยังประโยชน์ให้กับผู้อื่น ไม่ใช่เพื่อตอบสนอง อัตตา หรือตอบสนองความปรารถนา-ความต้องการของตัวเองล้วนๆ ไม่ว่าจะใน โลกแห่งความเป็นจริง หรือ โลกเสมือนจริง ก็ตาม ดังนั้น...ความแตกต่างระหว่างผู้ที่ รู้ลึก-รู้จริง กับผู้ที่ รู้ทุกเรื่อง แต่ไม่รู้ว่าตัวเองเป็นใคร??? จึงสามารถแยกแยะออกจากกันได้ไม่ยาก เหมือนเช่นความแตกต่างระหว่าง ความจริง กับ ความเท็จ หรือ ความมืด กับ ความสว่าง อะไรทำนองนั้น.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

คิดจะฟ้องไทย...ไงกลายเป็นหมาหัวเน่า

สันดานโจร สันดานคนโกหก กล่าวหาไทยด้วยข้อความเป็นเท็จ พูดจาด้วยท่าทีที่รุนแรง หวังที่จะฟ้องประชาคมโลกให้ช่วยรุมประณามไทย ดรามาว่าข้อพิพาทระหว่างเขากับเราในเวลานี้ ไทยเราเป็นคนเริ่มต้น ไทยเราเป็นผู้ใหญ่รังแกเด็กอย่างไร้มนุษยธรรม ดรามาทำตัวเป็นผู้ถูกกระทำที่น่าสงสาร ใช้คนแก่

'แคนดิเดต ผบ.' หวิดงานเข้า

จู่ๆ ก็เกือบงานเข้า บิ๊กไมค์-พล.ต.อ.นิรันดร เหลื่อมศรี รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (รอง ผบ.ตร.) หนึ่งในแคนดิเดตชิงเก้าอี้ "ผู้นำสีกากี" ต่อจาก ผบ.ต่าย-พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์

แสนคนด่า...แต่ว่าล้านคนรัก

เมื่อนักการเมืองคนหนึ่งทำตัวชั่วร้ายแบบมีหลักฐานเชิงประจักษ์ชัดเจนจนกลายเป็นคดีความและผ่านการไต่สวนของศาล จนถูกตัดสินว่ามีความผิดจริงต้องติดคุกติดตาราง แต่เขาก็ใช้อำนาจทางการเมืองและทางการเงินเอาชนะกระบวนการยุติธรรมของไทย ทำให้กฎหมายไม่ศักดิ์สิทธิ์ ทำให้คำตัดสินของศาลไร้ความหมาย ประชาชนผู้รักความยุติธรรม

ป้อมปราการที่มิมีผู้ใดจะตีแตก!!!

อย่างที่เคยพูดๆ เอาไว้ตั้งแต่ยังไม่ทันรู้ผล เลือกตั้ง ครั้งสุดท้ายของบ้านเรานั่นแหละว่า...ไม่ว่าใคร? พรรคใด? ได้เสียงข้างมาก ได้เป็นผู้จัดตั้งรัฐบาล แต่ย่อมหนีไม่พ้นต้อง ซวยฉิบหาย-ซวยตายห่า

โละ 'บัญชีผี' กอ.รมน.

เอ๊ะ!!! ไม่รู้มีอะไรในกอไผ่มากกว่าหน่อไม้หรือไม่ เพราะสัปดาห์ที่ผ่านมา "4 แคนดิเดต" ชิงเก้าอี้ "ผบ.ตร." หรือ "ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ" คนที่ 16 ต่อคิวจาก ผบ.ต่าย-พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์

ตัวเปลี่ยนเกมทางเศรษฐกิจแย้มโฉมหน้า

ระยะเวลาเจ็ดปีที่มฤตยูจร (0) ซึ่งหนึ่งในความหมายทางโหรคือการปฏิวัติใหญ่ล้มล้างสิ่งเก่าไม่เลือกหน้าเพื่อสถาปนาสิ่งใหม่ เข้าเดินในราศีพฤษภ ซึ่งเป็