'แคนดิเดต ผบ.' หวิดงานเข้า

จู่ๆ ก็เกือบงานเข้า บิ๊กไมค์-พล.ต.อ.นิรันดร เหลื่อมศรี รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (รอง ผบ.ตร.) หนึ่งในแคนดิเดตชิงเก้าอี้ "ผู้นำสีกากี" ต่อจาก ผบ.ต่าย-พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร.ที่จะเกษียณอายุราชการวันที่ 30 กันยายน 2569 เพราะมีคนนำภาพถ่าย "บิ๊กไมค์" ที่ถ่ายคู่กับ "โทน บางแค" โทนทอง สุขแก่น เซียนพระชื่อดังที่เข้าแจ้งความร้องเรียนเอาผิด บิ๊กเต่า-พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว รองผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (รอง ผบช.ก.) พร้อมบุคคลที่เกี่ยวข้อง กรณีการเจรจาหนี้สินภายในกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง ทั้งภาพคู่ในหลายสถานที่ รวมทั้งภาพที่

โทน บางแค นำพวงมาลัยดอกมะลิไปไหว้ภายในห้อง จนทำให้ "บิ๊กไมค์" ต้องรีบออกมาปฏิเสธ โดยเฉพาะภาพนำพวงมาลัยดอกมะลิไปไหว้ภายในห้อง ยืนยันส่วนตัวไม่ได้รู้จักกับ โทน บางแค เป็นการส่วนตัว พร้อมบอก "เมื่อช่วงสงกรานต์ที่ผ่านมา คนรู้จักของผมเดินทางมาสวัสดีปีใหม่ และนายโทน บางแค ได้ติดตามมาด้วยเท่านั้น ไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับนายโทน บางแคแต่อย่างใด" ทราบแล้วเปลี่ยน

ปมร้อนๆ ระหว่าง "โทน บางแค" กับ "บิ๊กเต่า" ที่กำลังฮือฮา เพราะต่างฝ่ายต่างก็ออกมาให้ข้อมูลในมุมของตัวเอง คงต้องพึ่งฝีมือ บิ๊กต่อ-พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (ผบช.ก.) ในการพิสูจน์อะไรคือข้อเท็จ อะไรคือข้อจริง เพราะเท่าที่ฟัง "บิ๊กต่อ" บอกถึงคดีนี้เอาไว้ในทำนองทราบเกี่ยวกับคดีนี้มาตั้งแต่ช่วงที่เป็นรองผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลางแล้ว และที่ผ่านมาก็เร่งรัดมาโดยตลอด แต่พอมาเป็นผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลางมันก็มีหลายคดีหลายเรื่อง ซึ่งปรากฏอีกทีก็ตอนเป็นข่าว "ในส่วนของเนื้อหาในสำนวนขอสงวนไว้ แต่เรามั่นใจว่าเรามีพยานหลักฐานสิ่งอื่น ไม่ว่าจะเป็นหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ หรืออย่างอื่น ซึ่งเป็นพยานหลักฐานที่มีอยู่จริง มันบิดเบือนไม่ได้ แม้ว่าตัวผู้ถูกกล่าวหาหรือผู้เสียหาย รวมทั้งกลุ่มขบวนการนี้ยังให้การไม่ตรงกัน ดังนั้นตำรวจก็จะต้องรวบรวมพยานหลักฐานทั้งหมด" รวมทั้งยืนยันว่าเรื่องนี้ต้องว่ากันไปตามคดี กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลางจะดำเนินการทุกอย่างอย่างตรงไปตรงมา ให้ความเป็นธรรมต่อผู้กล่าวหาและผู้ถูกกล่าวหา เนื่องจากคดีนี้เป็นคดีที่สังคมให้ความสนใจ เราจึงจะเรียกมาสอบทั้งหมด...นั่นก็น่าจะเป็นเครื่องการันตีความยุติธรรมให้ทุกฝ่าย และจะเป็นอีกหนึ่งบทพิสูจน์ฝีมือ "ผบช.ก." ในการสะสางคดีใหญ่  คดีที่ประชาชนสนใจ ให้เกิดความกระจ่างต่อทุกฝ่าย ๐

ทำดีก็ต้องชื่นชม ทำผิดก็ต้องตำหนิ ต้องลงโทษ ปลายสัปดาห์ที่ผ่านมา "ผบ.ต่าย" มอบใบประกาศเกียรติคุณตามโครงการ “ทำดี มีรางวัล” ให้เจ้าหน้าที่ตำรวจจราจร สน.ทุ่งมหาเมฆ จำนวน 5 นาย ได้แก่ จ.ส.ต.พงษ์ศักดิ์ โยธี, จ.ส.ต.พงศธร บุญล้อม, จ.ส.ต.ธิติวัฒน์ พะคิณี, ส.ต.ท.กิตติพัฒน์ สิทธิศักดิ์ และ ส.ต.ต.ภานุวิชญ์ รักดวง จากเหตุการณ์เมื่อวันที่ 20 เมษายน 2569 เจ้าหน้าที่วิทยุฯ สน.ทุ่งมหาเมฆ ได้รับการประสานว่ามีหญิงผู้ขับขี่รถยนต์เก๋งคันหนึ่ง มีอาการแน่นหน้าอก หายใจไม่ออก ซึ่งจอดรถอยู่บริเวณทางลงด่วนพระรามที่ 4-1 ตำรวจทั้ง 5 นายให้ความช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน โดยได้เคลื่อนย้ายหญิงคนดังกล่าวมานั่งบริเวณเบาะด้านหลัง พร้อมขับรถนำเปิดทางไปส่งที่โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ และอยู่ดูแลจนหญิงคนดังกล่าวอาการดีขึ้น มั่นใจว่าปลอดภัย จึงได้มอบกุญแจรถและแนะนำให้ติดต่อญาติ ส่วนที่ต้องตำหนิ ต้องเอาผิดตามกฎหมาย "ดาบตำรวจ" สภ.ดอกคำใต้ จว.พะเยา มั่วสุมเสพยาเสพติดในกระท่อมกลางทุ่งนา ค้นตัวเจอยาบ้า 8 เม็ด นอกจากให้ออกจากราชการแล้ว ก็ต้องดำเนินการทางวินัยและอาญาอย่างเด็ดขาด ๐

ยังคงเดินทางไปตรวจเยี่ยมการปฏิบัติงานในพื้นที่ และกองกำลังป้องกันชายแดนเกือบทุกวันหยุดสุดสัปดาห์ สำหรับ "ผบ.ปู" พล.อ.พนา แคล้วปลอดทุกข์ ผู้บัญชาการทหารบก ในฐานะที่ดำรงตำแหน่งผู้บัญชาการศูนย์ปฏิบัติการกองทัพบก ล่าสุดลงพื้นที่ จ.ระนอง และชุมพร โดยมี พล.ท.นรธิป โพยนอก แม่ทัพภาคที่ 4 และผู้บัญชาการศูนย์ปฏิบัติการกองทัพภาคที่ 4 พร้อมด้วย พล.ต. อภินันท์ แจ่มแจ้ง ผู้บัญชาการกองพลทหารราบที่ 5 และผู้บัญชาการกองกำลังเทพสตรี และ พล.ต.สมคิด ชูเผือก ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 44 ร่วมการตรวจเยี่ยม “ผบ.ปู” ให้หน่วยติดตามสถานการณ์ชายแดนไทย-เมียนมาอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะการสู้รบภายในประเทศเมียนมา เพื่อสามารถเตรียมกำลังและพิจารณาการปฏิบัติได้เหมาะสมและทันท่วงที รวมทั้งขอให้มีการศึกษาและนำเทคโนโลยีสมัยใหม่มาปรับใช้ เพื่อเสริมภารกิจการเฝ้าตรวจพื้นที่ชายแดน พร้อมกำชับผู้บังคับหน่วยให้กำกับดูแลกำลังพล เน้นย้ำห้ามเข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้องกับการกระทำผิดทุกรูปแบบในพื้นที่โดยเด็ดขาด ๐

หลังจากมีข่าวว่า "เสธ.เอี่ยว" พล.อ.ณัฐพงษ์ เพราแก้ว รองเสนาธิการทหาร กองบัญชาการกองทัพไทย เตรียมได้รับการแต่งตั้งให้เป็นเลขานุการคณะผู้แทนพิเศษรัฐบาลแก้ไขปัญหาชายแดนภาคใต้ ล่าสุดเดินทางร่วมคณะกับนายกฯ อนุทิน ชาญวีรกูล และนายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว  รมว.การต่างประเทศ ไปประชุมสุดยอดอาเซียนครั้งที่ 48  ที่เมืองเซบู สาธารณรัฐฟิลิปปินส์ เพราะมีหลายประเด็นที่เชื่อมโยงถึงงานด้านความมั่นคง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง “เสธ.เอี่ยว” เคยทำหน้าที่เป็นฝ่ายเลขานุการของคณะกรรมาธิการชายแดนทั่วไป (General Border Committee: GBC) นำทีมในการเจรจากับกัมพูชา จนออกมาเป็นแถลงการณ์ร่วม Joint Statement ไทย-กัมพูชา โดยมี พล.อ.ณัฐพล นาคพาณิชย์ รมว.กลาโหมของไทย (ขณะนั้น) และ พล.อ.เตีย เซ็ยฮา รมว.กลาโหมกัมพูชา ลงนามที่จุดผ่านแดนถาวรบ้านผักกาด  จังหวัดจันทบุรี โดยทั้งสองฝ่ายเห็นชอบหยุดยิงทันที มีผลตั้งแต่เวลา 12.00 น. วันที่ 27 ธันวาคม 2568 พร้อมกำหนดเงื่อนไข 16 ข้อ หนึ่งในนั้นคือ “ใครอยู่ตรงไหน ให้อยู่ตรงนั้น” ไม่มีการพูดเรื่องแผนที่หรือเขตแดน และกว่าที่กัมพูชาจะลงนามได้ก็ต้องเจรจาต่อรองกันหลายรอบ ๐  

หลังจากที่บริษัทเอกชน 6 ราย Hyundai Heavy Industries Co., Ltd. (HHI) จากสาธารณรัฐเกาหลี (เกาหลีใต้), Singapore Technologies Engineering Ltd. (ST Engineering) จากสาธารณรัฐสิงคโปร์, Askeri Fabrika ve Tersane İşletmeleri A.Ş. (ASFAT) จากสาธารณรัฐตุรกี, TAIS Gemi İnşa ve Teknoloji A.Ş. (TAIS) จากสาธารณรัฐตุรกี Hanwha Ocean Co., Ltd. จากสาธารณรัฐเกาหลี (เกาหลีใต้) Navantia S.A. จากสเปน จะส่งเอกสารให้คณะกรรมการพิจารณาคัดเลือกเข้าต่อเรือฟริเกตลำใหม่ให้กองทัพเรือ ซึ่งมี พล.ร.อ.กรวิทย์ ฉายะรถี ผู้บัญชาการกองเรือยุทธการเป็นประธานแล้ว คาดว่าในช่วงต้นเดือน มิ.ย.ที่จะได้ข้อสรุป แต่ปรากฏว่าเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านบริษัท “นาวันเทีย” Navantia S.A. โดยมีนายสุรเดช ตัณฑ์ไพบูลย์ นายกสมาคมต่อเรือและซ่อมเรือไทย พล.ร.อ.สุรพงษ์ อำนรรฆสรเดช จากบริษัทโกลเด้น ซัพพลาย จำกัด นาย โฆเซ อิกนาซิโอ นาบาส รูบิโอ ผู้อำนวยการภูมิภาคเอเชีย ฝ่ายพาณิชย์และพัฒนาธุรกิจ บริษัท นาวันเทีย ออกมาแถลงข่าวเปิดข้อเสนอเรื่อง offset ชดเชยทางด้านเศรษฐกิจ 3 เท่า ต่อเรือในไทย100 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งหากดูจากข้อได้เปรียบดังกล่าวแล้วก็เป็นสัดส่วนแค่ 15 คะแนนตามเกณฑ์ที่กำหนดไว้ เรียกว่างานนี้ “นาวันเทีย” อาจมองว่าตัวเอง อยู่ในสถานการณ์เป็นรองเลยต้องออกตัวแรง ชิมลางบนหน้าสื่อกันไปก่อน

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

คิดจะฟ้องไทย...ไงกลายเป็นหมาหัวเน่า

สันดานโจร สันดานคนโกหก กล่าวหาไทยด้วยข้อความเป็นเท็จ พูดจาด้วยท่าทีที่รุนแรง หวังที่จะฟ้องประชาคมโลกให้ช่วยรุมประณามไทย ดรามาว่าข้อพิพาทระหว่างเขากับเราในเวลานี้ ไทยเราเป็นคนเริ่มต้น ไทยเราเป็นผู้ใหญ่รังแกเด็กอย่างไร้มนุษยธรรม ดรามาทำตัวเป็นผู้ถูกกระทำที่น่าสงสาร ใช้คนแก่

ความรู้-คู่-คุณธรรม

คงต้องยอมรับอย่างมิอาจปฏิเสธได้...ว่าด้วยความ ก้าวหน้า-ก้าวไกล ของเทคโนโลยี โดยเฉพาะด้านการสื่อสารมันเลยทำให้บรรดา กูรู-กูรู้ ไม่ว่าในบ้านเราหรือในระดับโลกก็ตามที

แสนคนด่า...แต่ว่าล้านคนรัก

เมื่อนักการเมืองคนหนึ่งทำตัวชั่วร้ายแบบมีหลักฐานเชิงประจักษ์ชัดเจนจนกลายเป็นคดีความและผ่านการไต่สวนของศาล จนถูกตัดสินว่ามีความผิดจริงต้องติดคุกติดตาราง แต่เขาก็ใช้อำนาจทางการเมืองและทางการเงินเอาชนะกระบวนการยุติธรรมของไทย ทำให้กฎหมายไม่ศักดิ์สิทธิ์ ทำให้คำตัดสินของศาลไร้ความหมาย ประชาชนผู้รักความยุติธรรม

ป้อมปราการที่มิมีผู้ใดจะตีแตก!!!

อย่างที่เคยพูดๆ เอาไว้ตั้งแต่ยังไม่ทันรู้ผล เลือกตั้ง ครั้งสุดท้ายของบ้านเรานั่นแหละว่า...ไม่ว่าใคร? พรรคใด? ได้เสียงข้างมาก ได้เป็นผู้จัดตั้งรัฐบาล แต่ย่อมหนีไม่พ้นต้อง ซวยฉิบหาย-ซวยตายห่า

โละ 'บัญชีผี' กอ.รมน.

เอ๊ะ!!! ไม่รู้มีอะไรในกอไผ่มากกว่าหน่อไม้หรือไม่ เพราะสัปดาห์ที่ผ่านมา "4 แคนดิเดต" ชิงเก้าอี้ "ผบ.ตร." หรือ "ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ" คนที่ 16 ต่อคิวจาก ผบ.ต่าย-พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์

ตัวเปลี่ยนเกมทางเศรษฐกิจแย้มโฉมหน้า

ระยะเวลาเจ็ดปีที่มฤตยูจร (0) ซึ่งหนึ่งในความหมายทางโหรคือการปฏิวัติใหญ่ล้มล้างสิ่งเก่าไม่เลือกหน้าเพื่อสถาปนาสิ่งใหม่ เข้าเดินในราศีพฤษภ ซึ่งเป็