ท่ามกลางความอลเวงเรื่องปมนายกฯ 8 ที่ล่าสุด “บิ๊กตู่” พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ถูกศาลรัฐธรรมนูญตัดสินให้ยุติการปฏิบัติหน้าที่ จนส่งผลให้เกิดแรงกระเพื่อมทางการเมือง โดยเฉพาะในฝ่ายซีกรัฐบาล ที่กระแสอำนาจนั้น ยังจับทิศ จับทางกันไม่ได้ แม้วันนี้ “บิ๊กป้อม” พลเอกประวิตร วงศ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี จะขยับขึ้นมาเป็นรักษาการนายกฯ แต่ก็มีข่าวรายวันเรื่องคนนี้จะมา คนนั้น จะขึ้น แต่มีอยู่ “หนึ่งคน” ที่ดูไม่ยี่หระกับเรื่องทางการเมืองแม้แต่น้อย
โรงแรมมิลเลนเนียม ฮิวตัน กรุงเทพฯ กลายเป็นพื้นที่ ที่ความวุ่นวายของการเมืองไทย เข้าไปไม่ถึง เมื่อ “นายอนุทิน ชาญวีรกูล” รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ประกาศงดจ้อเรื่องเรื่องเกมอำนาจขอโฟกัสเรื่องจุดประชุมรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข เขตเศรษฐกิจ เอเปค นายอนุทิน ย้ำว่า “หลีงจากคำสั่งศาลออกมาแล้ว ทุกอย่างมีกระบวนการ ก็ต้องให้เป็นไปตามนั้น” นี่คือจุดยืนทางการเมืองของนายอนุทิน ที่ขออยู่อย่างสงบ แล้วมุ่งทำงานใหญ่ ในตำแหน่งที่ตัวเองต้องรับผิดชอบดีกว่า ที่สำคัญ งานสุขภาพ ระดับโลก ที่จัดขึ้นในไทยนั้น หาใช่จัดกันง่ายๆ แต่เตรียมการกันมาร่วมปีแล้ว
และนี่ไม่ใช่ภารกิจของไทย ในการร่วมมือกับนานาชาติ หาทางป้องกันวิกฤตสุขภาพในอนาคต แต่ยังเป็นภารกิจของชาวโลก ความรับผิดชอบที่นายอนุทินแบกไว้บนบ่านั้น สูงเกินกว่าที่จะถูกสะเทือนด้วยเรื่องของดราม่า ที่มักจะมีคำถามอยู่เสมอถึงบทบาทของนายอนุทิน ที่นายอนุทินตอบว่า “นายกฯ ก็ยังชื่อพลเอกประยุทธ์ ตอนนี้ พลเอกประวิตรก็ทำหน้าที่ ท่านยังแข็งแรง ไม่มีปัญหา การทำงานไม่สะดุด” แปลว่านายอนุทิน ไม่ได้มีความคิดจะเข้าไปแย่งชิงอำนาจ เล่นเอามีคนผิดหวัง
ที่แน่ๆ จุดยืนของนายอนุทิน ช่วยให้งานเอเปคที่กรุงเทพเดินหน้าได้อย่างราบรืน ซึ่งนี่คือโอกาสที่นายอนุทินจะได้สื่อสารว่าระบบสาธารณสุขไทย ในยุคของเขานั้น ไม่ได้เป็นสองรองใคร และมีความโดดเด่นอย่างชัดเจน เอาแค่ การที่รัฐมนตรีสาธารณสุข เขตเศรษฐกิจเอเปคมาร่วมงาน ก็นับว่ายอดยี่ยมแล้ว แต่นี่ยังได้ทั้งเลขาธิการอาเซียน ไปจนถึงรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสุขภาพ และบริการมนุษย์ ของสหรัฐมาร่วมงาน ยิ่งตอกย้ำความไม่ธรรมดาของงานนี้ ไปจนถึงความไม่ธรรมดาของประธานการจัดงานอย่างนายอนุทิน ซึ่งมีนัยยะถึงการยอมรับในระบบสาธารณสุขไทย มีรายงานว่า ในการหารือทวิภาคี ระหว่างไทย กับสหรัฐฯ ทาง สหรัฐฯ ชื่นชมระบบของไทย ในการรับมือโควิด-19 เป็นอย่างมาก สอดคล้องกับการจัดอันดับของ ม.จอห์น ฮอปกิน ที่ยกให้ไทย เป็นเบอร์ 1 ของเอเชีย ประเทศที่มีความเข้มแข็งด้านสาธารณสุขมากที่สุด
อันที่จริง ไทยกับสหรัฐฯ ก็มีความสัมพัน์ที่ดีในเรื่องของภารกิจด้านสุขภาพมาอย่างยาวนาน โดยเชื้อโควิด-19 ที่ถูกนำไปวิจัยเป็นยาในสหรัฐฯ ก็ได้มาจากการส่งมอบของไทย ขณะที่ไทยก็ได้รับความช่วยเหลือด้านวัคซีน mRNA จากสหรัฐฯเช่นเดียวกัน
สำหรับการประชุมผู้นำสุขภาพ วงเศรษฐกิจเอเปคนั้น มีความแตกต่างจากครั้งก่อนๆ พ.รุ่งเรือง กิจผาติ หัวหน้าที่ปรึกษาระดับกระทรวง (นพ.ทรงคุณวุฒิ 11) เปิดเผยเบื้องหลังว่า นี่คืองานประชุมเอเปคในประเด็นงานสาธารณสุขที่ยิ่งใหญ่มาก เพราะปกติงานประชุมเอเปคมีอยู่ด้วยกันทุกกระทรวงอยู่แล้ว แต่จะมีเพียงบางกระทรวงที่จัดในระดับรัฐมนตรี หมายความว่าประเทศที่จัดงานได้รับความยอมรับในเรื่องดังกล่าวในระดับสูง ถึงความสำเร็จในการบริหารเรื่องนั้นๆ อย่างคราวนี้ที่กรุงเทพฯ มีการจัดงานประชุมเอเปคระดับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ก็แปลว่านานาชาติให้การยอมรับว่าประเทศไทย สามารถดูแลเรื่องสุขภาพของประชาชนได้ดี
สำหรับงานที่จัดขึ้น บางครั้งจัด 1-2 วัน แต่คราวนี้จัดงานทั้งสัปดาห์ และได้รับความร่วมมือจากชาติสมาชิก ที่รัฐมนตรีมาร่วมประชุมด้วยตนเอง อาทิ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขประเทศบรูไน, รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขอินโดนีเซีย, รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขมาเลเซีย, รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขสิงคโปร์ นอกจากนั้น ยังมีรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสุขภาพและบริการมนุษย์จากสหรัฐ ไปจนถึงเลขาธิการอาเซียน เป็นต้น ที่สำคัญผู้แทนกระทรวงสาธารณสุขก็ได้รับเลือกให้นั่งในประธานคณะทำงานด้านการสาธารณสุขของเอเปค
นายอนุทิน เป็นคนหนึ่งที่ยิ้มกว้างที่สุด เพราะงานประชุมที่เกิดขึ้น เป็นไปด้วยความราบรื่นเรียบร้อย และนำมาซึ่งมติร่วมกันของชาติสมาชิกเอเปค ในการร่วมมือกัน เพื่อเตรียมพร้อมรับมือกับวิกฤตสุขภาพในอนาคต นายอนุทิน แถลงในห้องประชุมขนาดใหญ่ ท่ามกลางตัวแทนจากนานาประเทศกว่า 150 คนที่เห็นตรงกัน และในงานนี้เอง ที่ประเทศไทย นับเอาเป็นฤกษ์ดี พารัฐมนตรีสาธารณสุขชาติสมาชิกอาเซียน และผู้นำนานาชาติไปเปิดสำนักงานเลขาธิการของศูนย์อาเซียนด้านการรับมือกับภาวะฉุกเฉินทางสาธารณสุขและโรคอุบัติใหม่ (ASEAN Centre for Public Health Emergencies and Emerging Diseases : ACPHEED) ที่ศูนย์แพทย์บางรัก โดยมีเลขาธิการอาเซียน เป็นหนึ่งในสักขีพยานความสำเร็จ
ปฏิเสธไม่ได้ว่า ตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมา นายอนุทิน ได้ชื่อว่าเป็นบุคคลที่แม้สปอตไลท์ทางการเมืองจะไม่ได้จับ แต่กลับมีความเฉิดฉายมากที่สุด คนหนึ่ง
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
'อนุทิน' ร่วมงานวันเกิด 'สุวัจน์' ทำบุญเลี้ยงพระวัดไตรมิตร อวยพรกลับให้เป็นนายกฯ 4 ปี
นายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ อดีตรองนายกรัฐมนตรี จัดพิธีทำบุญเนื่องในวันคล้ายวันเกิดอายุครบ 71 ปี ที่วัดไตรมิตรวิทยาราม โดยมีครอบครัวและบุคคลใกล้ชิดร่วมงานอย่างพร้อมเพรียง ในพิธีได้มีการนิมนต์ สมเด็จพระพุฒาจารย์ (สนิท ชวนปัญโญ) เจ้าอาวาสวัดไตรมิตรวิทยาราม
'เกลือ กิตติ' ฝากถึงนายก 'อนุทิน' ทำหน้าที่ให้สมกับความไว้วางใจ
นักแสดง-พิธีกรชื่อดัง เกลือ-กิตติ เชี่ยววงศ์กุล โพสต์ร่ายยาวฝากถึงนายกอนุทิน ชาญวีรกูล ขอให้ทำงานให้สมกับความไว้วางใจจากประชาชนที่เลือกมาให้บริหารประเทศ
จะเป็น1ที่นั่งที่มีคุณค่า! หมอวรงค์ ขอบคุณประชาชนให้โอกาส 'ไทยภักดี' ไปทำหน้าที่ในสภา
นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม หัวหน้าพรรคไทยภักดี ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ ลำดับที่ 1 โพสต์ขอบคุณที่ให้โอกาสไทยภักดี
‘เท้ง’ชิ่งเรือบินเทา ไม่ตอบสื่อปม‘สุริยะ-เบนสมิธ’/‘อนุทิน’โต้ภาพAIเก่าแต่ดูแก่
“อนุทิน” โต้ภาพเอไอ หลังถูกเพจดังแฉนั่งกินข้าวคู่ “เบน สมิธ” ชี้ภาพเก่าทำไมดูแก่ สาธุ หลังผลโพลให้ ภท.ได้ สส.เกิน 180 ที่นั่ง ขอรอชัดเจนก่อนฟอร์มรัฐบาล ย้ำเงื่อนไขจับขั้ว ไม่แก้หมวด
'อนุทิน' แจงภาพคู่เบน สมิธ ปี 48 สร้างจาก AI ภาพจริงต้องดูหนุ่มกว่านี้
นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย แถลงกรณีที่มีการปล่อยภาพนายอนุทิน นั่งรับประทานอาหาร คู่กับ เบน สมิธ ในวันสุดท้ายของการหาเสียง ว่า พูดได้เลยว่าเป็นภาพ AI จ

