กยท. ลงนามร่วม ซี ซี ไอซี และ SMEs ASEAN เสริมเขี้ยวเล็บส่งออกยางไทยไปจีน

การยางแห่งประเทศไทย ผนึกกำลังร่วม ซี ซี ไอซี และ SMEs ASEAN หนุนส่งออกผลิตภัณฑ์ยางและไม้ยางไปจีน-อาเซียน ทำทันที เดินหน้า 4 โครงการ พัฒนามาตรฐานยางไทยสร้างแบรนด์ยางไทยให้อยู่ในใจลูกค้าต่างชาติ

นายณกรณ์ ตรรกวิรพัท ผู้ว่าการการยางแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า จากที่ การยางแห่งประเทศไทย (กยท.) บริษัท ซี ซี ไอซี (ประเทศไทย) จำกัด (C.C.I.C) และสมาคมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมด้านเศรษฐกิจและการค้าอาเซียน (SMEs ASEAN) ได้ร่วมลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือด้านธุรกิจยางพาราและไม้ยางพารา ณ การยางแห่งประเทศไทย สำนักงานใหญ่ กรุงเทพฯ เมื่อวันที่ 14  มิ.ย. 2566 ที่ผ่านมา มีเป้าหมายผนึกกำลังผสานเครือข่ายความร่วมมือ ส่งเสริม สนับสนุน การพัฒนามาตรฐานและการตรวจรับรองสินค้า มุ่งสร้างความเชื่อมั่น เพิ่มโอกาสทางธุรกิจผลิตภัณฑ์ยางและไม้ยางพาราไทยในตลาดจีน และประเทศต่าง ๆ ในอาเซียน  ภายใต้ความร่วมมือนี้ กยท. จะผลักดันให้เกษตรกรชาวสวนยาง สถาบันเกษตรกรชาวสวนยาง มุ่งพัฒนาระบบมาตรฐานการผลิต เพื่อให้ผลิตภัณฑ์ยางและไม้ยางพาราได้รับการรับรอง สามารถส่งออกได้อย่างมีประสิทธิภาพ ถือเป็นการขยายโอกาสทางธุรกิจเพื่อก้าวสู่บทบาทผู้ส่งออกยางรายใหม่  ที่สร้างความเชื่อมั่นในกลุ่มลูกค้าและคู่ค้า รวมถึงสร้างรายได้และมูลค่าเพิ่มให้กับยางพาราและไม้ยางพาราทั้งระบบอย่างยั่งยืนและมั่นคง

“การสนับสนุนผลักดันให้เกษตรกรชาวสวนยาง และสถาบันเกษตรกรชาวสวนยาง ก้าวขึ้นมาเป็นผู้ประกอบการ ถือเป็นภารกิจสำคัญของ กยท. และการที่จะประสบความสำเร็จได้นั้น จำเป็นต้องมีการสร้างการรับรู้และความเข้าใจเกี่ยวกับมาตรฐานสินค้า การตรวจรับรองก่อนกระบวนการผลิต  กระบวนการตรวจสอบย้อนกลับ และกระบวนการส่งออก อันเป็นการสร้างความเชื่อมั่น ความน่าเชื่อถือ ให้กับผู้นำเข้าและผู้บริโภค และการที่สร้างโอกาสในตลาดจีน ถือเป็นเรื่องที่สร้างประโยชน์อย่างมาก ด้วยปัจจุบันประเทศจีนถือเป็นตลาดหลักของไทย มีสัดส่วนการส่งออกผลิตภัณฑ์ยางพาราไปจำหน่ายถึงร้อยละ 60 ขณะไม้ยางพารามีการส่งออกถึงร้อยละ 80-90 การร่วมมือครั้งนี้จึงเป็นการสร้างโอกาสที่ดีกับทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง ซึ่งทาง ซี ซี ไอซี และ SMEs ASEAN พร้อมสนับสนุน”นายณกรณ์ กล่าว

นายณกรณ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า  ขณะนี้ ทั้ง 3 ฝ่ายพร้อมเดินหน้าพัฒนา 4 โครงการหลัก ได้แก่ โครงการเพื่อรับรองระบบการจัดการ เพื่อสนับสนุนและขับเคลื่อนการพัฒนาทางธุรกิจให้เป็นไปตามกฎและข้อกำหนดของการรับรองระบบการจัดการในประเทศจีน โครงการเพื่อการรับรองกระบวนการตรวจสอบย้อนกลับของผลิตภัณฑ์จากยางพาราและไม้ยางพารา เพื่อเพิ่มความนิยมและความเชื่อมั่นของผลิตภัณฑ์ยางพาราและไม้ยางพาราจากประเทศไทย ผ่านการใช้ “ฉลาก QR ร่วม” ซึ่งเป็นการนำสัญลักษณ์ของ 3 องค์กรมาใช้ประกอบในสัญลักษณ์ เพื่อสื่อถึงการบูรณาการร่วมกันให้เป็นหนึ่งเดียว และเป็นเอกภาพ มีเป้าหมายเดียวกัน ที่จะพัฒนามาตรฐานผลิตภัณฑ์ยางพาราและไม้ยางพารา สร้างความเชื่อมั่นต่อประเทศผู้ใช้ยางในประชาคมโลก โครงการเพื่อตรวจสอบสินค้าก่อนการส่งออก เพื่อรับประกันความปลอดภัยในการเดินทางและยืนยันคุณภาพสินค้า และโครงการเพื่อการตรวจสอบซัพพลายเออร์ โดยตรวจสอบและช่วยเหลือซัพพลายเออร์ในประเทศไทย ให้ได้รับใบรับรองซัพพลายเออร์อย่างถูกต้อง

“ดังนั้น ในเดือนกรกฎาคม 2566 ที่จะถึงนี้ กยท. ได้กำหนดจัดฝึกอบรมเกษตรกร สถาบันเกษตรกร และผู้ประกอบกิจการยาง ที่มีเป้าหมายการส่งออกผลิตภัณฑ์ยางรวมถึงไม้ยางพาราไปยังประเทศจีน และประเทศในอาเซียน เพื่อให้เข้าใจถึงกฎและข้อกำหนดของการรับรองระบบการจัดการในประเทศจีน พร้อมทั้งส่งเสริมระบบมาตรฐาน การตรวจสอบรับรอง การลงทุนทางการค้า และพัฒนาระบบตลาดได้อย่างถูกต้อง ลดข้อผิดพลาดที่อาจจะเกิดขึ้นในการส่งออก”นายณกรณ์ กล่าว

ด้าน Mr.Liu Hua Lyu กรรมการผู้จัดการ บริษัท ซี ซี ไอ ซี (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า สำหรับ
ซี ซี ไอซี เป็นรัฐวิสาหกิจของจีน ที่ดำเนินธุรกิจในการให้บริการตรวจสอบ ประเมิน และให้การรับรองสินค้าประเภทผลิตภัณฑ์ยางรวมถึงไม้ยางพารา ที่ได้รับการยอมรับทั้งในประเทศจีนและระดับสากล ซึ่งพร้อมที่จะสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้บริโภคในจีน ให้ผลิตภัณฑ์และแบรนด์สินค้าจากประเทศไทยมีชื่อเสียงมากยิ่งขึ้น โดยจะสนับสนุน กยท. ในการให้ความรู้และฝึกอบรมการรับรองระบบการจัดการในประเทศจีน อีกทั้งเตรียมสร้างแพลทฟอร์มรวมถึงจัดทำแผนรองรับการตรวจสอบย้อนกลับผลิตภัณฑ์ยางพาราและไม้ยางพารา และอำนวยความสะดวกด้านการสื่อสารในกระบวนการและกฎระเบียบของการรับรองและตรวจสอบซัพพลายเออร์ และช่วย กยท. ประสานงานกับหน่วยงานของรัฐบาลจีนเพื่อหารือเกี่ยวกับมาตรฐานของยางพารา และให้บริการตรวจสอบสินค้าก่อนส่งออกโดยออกเอกสารรายงานการตรวจสอบที่สร้างความเชื่อมั่นระหว่างคู่ค้า เพิ่มการรับรู้ผลิตภัณฑ์ยางไทยในตลาดและกลุ่มผู้นำเข้าของจีนต่อไป” กรรมการผู้จัดการ บริษัท ซี ซี ไอ ซี (ประเทศไทย) กล่าว

Mr.Jacky Saechen นายกสมาคมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมด้านเศรษฐกิจและการค้าอาเซียน กล่าวอีกว่า ทางสมาคมจะดำเนินการประสานงานในเบื้องต้น โดยเลือกกลุ่มตลาดเป้าหมายในประเทศจีน  แนะนำผลิตภัณฑ์ยางพาราให้กับผู้ประกอบกิจการที่มีความสนใจ ตรวจสอบพิจารณาความน่าเชื่อถือของผู้ประกอบกิจการในจีนที่มีความสนใจซื้อสินค้าไทย และส่งเสริมระบบการค้าขายระหว่างประเทศ รวมถึงพัฒนาโมเดลระบบตลาดให้เกิดโอกาสทางธุรกิจ ตลอดจนส่งเสริมและสนับสนุนการส่งออกให้เป็นที่ยอมรับในสากล และขยายขอบเขตทางธุรกิจทั้งในประเทศจีน และประเทศต่างๆ ในภูมิภาคอาเซียน

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

กยท. เฝ้าระวังโรคใบจุดกลมระบาดในสวนยางฤดูฝน เตรียมความพร้อมรับมือเอลนีโญ

กยท. เตือนเกษตรกรเฝ้าระวังโรคใบจุดกลมในสวนยางในช่วงฤดูฝน ย้ำ!! ปีนี้ราคายางดี ต้องหมั่นสำรวจดูแลรักษาสวนยาง หนุนใช้น้ำหมักปลาหมอคางดำ-น้ำนมดิบ ช่วยดินร่วนซุย ต้นยางแข็งแรงเพิ่มปริมาณน้ำยาง พร้อมแนะกักเก็บน้ำสำรองเพื่อรับมือ "เอลนีโญ" ที่ทำให้ฝนตกน้อย สวนยางอาจขาดแคลนน้ำได้

รัฐบาลตีปี๊บ ประมูลยางค้างสต็อก 1.8 หมื่นตัน ได้เงิน 1.23 พันล้านบาท

รัฐระบายยางค้างสต็อกกว่า 1.8 หมื่นตัน ประมูลทะลุ 1.23 พันล้านบาท ย้ำไม่กระทบราคาตลาด ช่วยรักษาเสถียรภาพรายได้ชาวสวนยาง

กยท.พลิกวิกฤตปุ๋ยแพงเป็นโอกาสขยายผลสวนยางอินทรีย์ เร่งส่งเสริมเพิ่มการใช้ปุ๋ยอินทรีย์น้ำร่วมปุ๋ยเคมีเพิ่มผลผลิตลดต้นทุน

กยท. ผลิกวิกฤตปุ๋ยเคมีแพงเป็นโอกาส เร่งส่งเสริมและสนับสนุนสวนยางพาราใช้ปุ๋ยอินทรีย์น้ำหมักปลาหมอคางดำและน้ำนมดิบ หลังผ่านการขึ้นทะเบียนรับรองเป็นปุ๋ยอินทรีย์น้ำ ร่วมกับปุ๋ยเคมี ตามนโยบาย 70:30 ของกระทรวงเกษตรฯ หวังช่วยลดต้นทุน เพิ่มผลผลิต ยืนยันไม่กระทบต่อการเจริญเติบโตของต้นยาง พร้อมขยายผลขับเคลื่อนสวนยางอินทรีย์รองรับเทรนด์อนุรักษ์สิ่งแวดล้อม เดินหน้าจับมือชุมนุมสหกรณ์โคนมฯ ผลิตปุ๋ยอินทรีย์น้ำแก้ปัญหาน้ำล้นตลาดอย่างยั่งยืน

กยท.วางยุทธศาสตร์บริหารตลาดยางเชิงรุก สร้างเสถียรภาพ คาดครึ่งปีหลังทิศทางราคายังดีต่อเนื่อง

แนวโน้มสถานการณ์ราคายางครึ่งปีหลังสดใส จากความต้องการใช้ที่ยังต่อเนื่อง หนุนราคาปรับตัวเพิ่มสูงขึ้น มีความเป็นไปได้จะทะลุ 100 บาท/กิโลกรัม   กยท. เดินหน้าใช้ยุทธศาสตร์บริหารจัดการตลาดเชิงรุกเสริมเสถียร ภาพและยกระดับราคายางไทยสู่จุดสูงสุด

กยท.ตอบโจทย์แก้ปัญหาปุ๋ยเคมีแพง ดัน"น้ำนมดิบ"เตรียมพัฒนาสู่"ปุ๋ยอินทรีย์น้ำ"

“กยท.มีน้ำหมักชีวภาพรวมกว่า 4.62 ล้านลิตร แบ่งเป็นน้ำหมักชีวภาพจากน้ำนมดิบ 1.12 ล้านลิตร และน้ำหมักชีวภาพจากปลาหมอคางดำ 3.5 ล้านลิตร ซึ่งเกิดจาก ดำเนินการของ

กยท.อัดงบ 200 ลบ. ผนึกกำลังขับเคลื่อนงานวิจัยและนวัตกรรมยาง ผลักดันไทยเป็นศูนย์กลางยางโลก - เพิ่มมูลค่าสร้างรายได้500,000ล้าน/ปี

กยท. ผนึกกำลังนักวิจัย นักวิชาการ คณาจารย์ และ ภาคเอกชน ร่วมขับเคลื่อนงานวิจัยและนวัตกรรมยาง ตอบโจทย์ความต้องการตั้งแต่ต้นน้ำจนถึงปลายน้ำ จัดสรรงบรองรับกว่า 200 ล้านบาท/ปี หวังพัฒนาเพิ่มมูลค่าผลักดันให้ไทยเป็นศูนย์กลางยางพาราของโลก