กยท. มั่นใจก่อนสิ้นปีนี้ราคายางทะลุ 100 บาท/กก. ทุ่ม400ล. เปิดโรงงานยางแท่ง STR20 รองรับEUDRตรวจสอบย้อนกลับ100%

กยท.มั่นใจก่อนสิ้นปีนี้ราคายางทะลุ 100 บาท/กก.อย่างแน่นอน ย้ำชัดครั้งนี้จะเพิ่มขึ้นอย่างมีเสถียรภาพ  ประกาศเดินหน้าเอาจริงปราบยางเถื่อนตรวจสอบเส้นทางด้านการเงิน สาวให้ถึงต้นตอ เตรียมจับผู้ค้ารายใหญ่ส่ง DSI ดำเนินคดี  พร้อมเร่งขับเคลื่อนใช้มาตรการEUDR ขยายตลาด เตรียมเปิดโรงงาน STR20 หลังทุ่มเงิน 400 ล้านบาทปรับปรุงใหม่ตรวจสอบย้อนกลับได้ 100%

ดร.เพิก เลิศวังพง  ประธานกรรมการการยางแห่งประเทศไทย (ประธานบอร์ด กยท.) เปิดเผยถึงสถานการณ์ราคายางว่า ตั้งแต่เดือนกรกฎาคม 2567 เป็นต้นมาจนถึงปัจจุบันราคายางค่อยๆ ปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างมีเสถียรภาพ โดยเมื่อกลางเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมาราคายางแผ่นรมควันชั้น 3 อยู่ที่ 86.42 บาทต่อกิโลกรัม จากก่อนหน้าที่อยู่ระดับ 70 บาทต่อกิโลกรัม คาดว่า ก่อนสิ้นปี 2567 ราคายางจะทะลุเลข 3 หลัก หรือมากกว่า 100 บาทต่อกิโลกรัมอย่างแน่นอน   ทั้งนี้เนื่องจากการขับเคลื่อนนโยบายด้านยางพาราของรัฐบาลที่มีประสิทธิภาพ   ควบคู่กับการเอาจริงเรื่องการปราบปรามยางเถื่อน แม้ในช่วงที่ผ่านมาที่จะไม่มีการออกข่าวก็ตาม แต่ได้มีตรวจจับดำเนินคดีอย่างต่อเนื่อง  พร้อมทั้งได้มีการตรวจสอบเส้นทางการเงิน  การเสียภาษีของผู้ค้ายาง   เพื่อสาวให้ถึงต้นตอของผู้ประกอบการที่ค้ายางเถื่อน  โดยผู้ที่สร้างความเสียหายมูลค่าเกิน  30  ล้านบาท ถือว่าเป็นผู้ค้ารายใหญ่ จะส่งเรื่องให้กรมสอบสวนคดีพิเศษ(DSI) เป็นผู้ดำเนินการทั้งหมด ซึ่งมีหลายรายที่เป็นบุคคลที่มีชื่อเสียงในวงการยาง คาดว่าจะเปิดรายชื่อผู้ค้ายางเถื่อนรายใหญ่ที่ทำลายระบบยางได้ภายในปีงบประมาณ 2567  นี้

นอกจากนี้กยท.ยังได้ขับเคลื่อนมาตรการรองรับกฎหมาย  EUDR (EU Deforestation-free Products Regulation)  ซึ่งเป็นกฎหมายว่าด้วยสินค้าเกษตรและผลิตภัณฑ์ 7 ประเภท ที่จะนำเข้าและส่งออกจากสหภาพยุโรป(EU)  ที่จะมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 30 ธันวาคม 2567 เป็นต้นไป   และยางพาราก็เป็น 1ใน 7สินค้าเกษตรดังกล่าว  ต้องปลอดจากการตัดไม้ทำลายป่า สามารถตรวจสอบย้อนกลับได้ว่า ยางพาราและผลิตภัณฑ์มาจากสวนยางที่มีเอกสาร สิทธิ์ถูกต้องตามกฎหมาย  ไม่อยู่ในพื้นที่ต้นน้ำ พื้นที่อนุรักษ์ และพื้นที่ป่า รวมทั้งจะต้องมีการจัดการสวนยางพาราที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมและไม่ส่งผลกระทบต่อสังคม  ทั้งนี้ กยท. ตั้งเป้าที่จะทำให้ประเทศไทยเป็นประเทศเดียวในโลกที่สามารถตรวจสอบกลับตามกฎหมาย EUDR  100 %

“ร้อยเอก ธรรมนัส พรหมเผ่า  รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ให้ความสำคัญกับ EUDR และการปราบปรามยางเถื่อน เพราะหากปล่อยให้ยางเถื่อนหรือยางนอกระบบเข้ามาในประเทศไทยแล้ว จะไม่สามารถดำเนินการตามกฎหมาย EUDR ในการตรวจสอบย้อนกลับได้  ภาพลักษณ์ของประเทศจะเสียหาย และยังจะทำให้ยางที่ส่งออกจากประเทศไทยขาดความน่าเชื่อถืออีกด้วย  จึงจำเป็นจะต้องปราบปรามให้หมดสิ้นโดยเร็วที่สุด ไม่ได้เป็นการทุบหม้อข้าวตนเอง แต่เป็นการทำเพื่อพี่น้องเกษตรกรชาวสวนยางและประเทศชาติ" ดร.เพิก กล่าวย้ำ

ทั้งนี้ หากยางพาราไทยสามารถดำเนินการตามกฎหมาย  EUDR  ได้ จะช่วยเพิ่มโอกาสขยายตลาดยางพาราใน EU ได้มากขึ้น เหนือกว่าประเทศคู่แข่ง รวมทั้งยังจะทำให้ประเทศที่ต้องการจะส่งสินค้าและผลิตภัณฑ์ที่ใช้ยางพาราเป็นวัตถุดิบไปขายในตลาด EU  หันมาซื้อยางพาราจากประเทศไทยมากขึ้น ซึ่งจะทำให้ราคายางในช่วงครึ่งปีหลังของ
ปี 2567 มีราคาสูงขึ้นอย่างมีเสถียรภาพแน่นอน  ล่าสุด กยท.ยังเตรียมที่จะเปิดโรงงานยางแผ่นรมควันและโรงงานผลิตยางแท่ง STR20  ที่จังหวัดชลบุรี ในเร็วๆนี้  ซึ่งได้ลงทุนกว่า 400 ล้านบาทในการปรับปรุงและพัฒนาเครื่องจักรใหม่  จะเป็นโรงงานแรกและโรงงานแห่งเดียวของไทยในขณะนี้ที่สามารถตรวจสอบย้อนกลับตามกฎหมาย EUDR ได้ 100 %

"การทำให้ยางขึ้นราคาสำหรับผมไม่ใช่เรื่องยาก แต่สิ่งที่ยากคือขึ้นไปแล้วต้องยืนระยะอย่างมีเสถียรภาพให้ได้  ที่ผ่านมาไม่สามารถยืนระยะได้ เพราะไม่มีเครื่องมือที่จะรักษาเสถียรภาพราคายาง  ดังนั้น กยท.จึงต้องสร้างเครื่องมือขึ้นมา เริ่มจากการดำเนินโครงการยางล้อรถแบรนด์ Greenergy Tyre ซึ่งประสบผลสำเร็จ มีเกษตรกรและประชาชนให้ความสนใจจำนวนมาก สามารถดึงยางออกตลาด เพื่อให้กลไกทางตลาดเป็นตัวกำหนดราคาได้อย่างมีประสิทธิภาพ  และในอนาคตก็จะมีผลิตภัณฑ์จากยางพาราของ กยท.ออกสู่ตลาดอีกหลากหลายผลิตภัณฑ์  จะไม่มีการแทรกแซงหรือชดเชยราคายางอย่างแน่นอน"  ประธานบอร์ด กยท.กล่าว

นอกจากนี้ ดร.เพิก กล่าวยืนยันในตอนท้ายด้วยว่า  การขับเคลื่อนนโยบายด้านยางพาราของรัฐบาลในขณะนี้เดินมาถูกทิศทางแล้ว  ไม่ว่าจะเป็นการปราบปรามยางเถื่อน  การดำเนินมาตรการรองรับกฎหมาย EUDR    โครงการยางล้อรถแบรนด์ Greenergy Tyre  และการดำเนินงานด้านอื่นๆ  ผนวกกับสถานการณ์เศรษฐกิจโลกที่เริ่มฟื้นตัว  การเติบโตของรถยนต์ไฟฟ้า คาดว่าในปี 2567 จะสูงถึง 17 ล้านคัน จากปี 2566 มียอดจำหน่าย 16 ล้านคัน ซึ่งจะทำให้ความต้องการใช้ยางพาราเพิ่มขึ้น ในขณะที่ประเทศไทยจะอยู่ในช่วงฤดูที่มีฝนตกชุกและอาจจะเกิดน้ำท่วมได้   ทำให้ไม่สามารถกรีดยางได้เต็มศักยภาพ ผลผลิตยางในช่วงปลายปีออกสู่ตลาดลดลง  ล้วนแต่เป็นปัจจัยที่จะทำให้ราคายางเพิ่มขึ้น กยท.มั่นใจว่า ราคาจะทะลุเลข 3 หลักตามที่คาดการณ์ไว้อย่างแน่นอน 

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

มาตรฐาน Thai Traceability พลิกโฉมประเทศไทยก้าวสู่ผู้นำยางพาราโลก

การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ทำให้เกิดกระแสการรักษ์โลกและอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม สร้างภาวะที่ท้าทายอย่างรุนแรงต่อระบบการเกษตรทั่วโลก มีการตืิ่นตัวในการทำการเกษตรยั่งยืนที่เป็นมิตรต่อสภาพแวดล้อมและสังคม

กยท.เร่งยกระดับยางพาราไทยสู่ตลาดพรีเมี่ยม ตั้งเป้าดันสวนยาง 350,000 ไร่ ผ่านมาตรฐาน FSC ภายในปี 2570

กยท.ยกระดับยางพาราไทยขึ้นสู่ระดับพรีเมี่ยม รองรับกระแสอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม จับมือภาคเอกชนเร่งเดินหน้าส่งเสริมการทำสวนยางตามมาตรฐานการจัดการป่าไม้ยั่งยืน "FSC” ตั้งเป้า 350,000 ไร่ภายในปี 2570

กยท. ผลักดันสวนยางอารยเกษตร ตั้งเป้าหมาย 100,000 ไร่ มั่นใจช่วยสร้างรายได้ที่มั่นคงให้เกษตรกรอย่างยั่งยืน

กยท.เดินหน้า โครงการส่งเสริมการจัดการสวนยางอารยเกษตร สู่เป้าหมาย100,000ไร่ ภายในปี2570 นำร่องผลักดันสวนยางต้นแบบ33แห่งในพื้นที่10จังหวัดภาคอีสานตอนบน

‘สุริยะ’ ห่วงน่านเสี่ยงน้ำท่วมซ้ำ สั่ง กยท.เฝ้าระวัง 3,500 เกษตรกรกลุ่มแรก

นายวีริศ อัมระปาล กรรมการการยางแห่งประเทศไทย (กยท.) และรักษาการผู้ว่าฯ กยท. กล่าวถึงกรณีที่สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) ประกาศแจ้งเตือน 17 จัง

บอร์ด กยท. ตั้งคณะอนุฯ วิจัยยางพารา เร่งต่อยอดนวัตกรรมสร้างมูลค่าเพิ่ม

บอร์ด กยท. ไฟเขียวตั้งคณะอนุกรรมการบริหารงานวิจัย วางทิศทางศึกษาและพัฒนายางพาราอย่างเป็นระบบ “เบญจพล” ฝากความหวังดันผลงานวิจัยสู่นวัตก

ที่นอนยางพาราดีต่อคนท้องไหม ? มีคุณสมบัติอะไรบ้าง ?

ที่นอนยางพาราแท้ผลิตจากน้ำยางธรรมชาติที่ผ่านกระบวนการหล่อขึ้นรูปด้วยความร้อน มีเนื้อสัมผัสที่ยืดหยุ่นสูงและมีรูพรุนเล็ก ๆ กระจายทั่วผืน ทำให้ระบายอากาศได้ดีกว่าที่นอนบางประเภท