สศก. ลงพื้นที่กำแพงเพชร ดูงาน อายิโนะโมะโต๊ะ ศึกษาแนวทางใช้นวัตกรรม จัดการวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตรให้ประโยชน์สูงสุดตาม BCG Model

นายฉันทานนท์  วรรณเขจร เลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า สศก. โดยสำนักวิจัยเศรษฐกิจการเกษตร ได้ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์ด้านเทคนิคและนวัตกรรม เพื่อสนับสนุนงานวิจัยด้านเศรษฐกิจการเกษตร ตามนโยบาย BCG Model ณ บริษัท อายิโนะโมะโต๊ะ (ประเทศไทย) จำกัด จังหวัดกำแพงเพชร โดยที่ผ่านมา ภาคอุตสาหกรรมเกษตร นับเป็นกลไกสำคัญขับเคลื่อนเศรษฐกิจ และเป็นแหล่งรองรับผลผลิตทางการเกษตร ในการแปรรูปเพื่อสร้างมูลค่า โดยบริษัท อายิโนะโมะโต๊ะ (ประเทศไทย) จำกัด นับเป็นหนึ่งในบริษัทที่มีการใช้ผลผลิตทางการเกษตร เช่น มันสำปะหลัง อ้อย มาแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ มีการสร้างคุณค่าทางเศรษฐกิจและคุณค่าทางสังคมนำเอาทรัพยากรมาใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด ดำเนินธุรกิจโดยการคำนึงถึงผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและความยั่งยืนในระยะยาว สอดคล้อง BCG Model โดยมีการลงทุนในโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานความร้อน ชีวมวลที่นำแกลบมาใช้เป็นเชื้อเพลิงหลัก เพื่อผลิตพลังงานไอน้ำทดแทนการใช้น้ำมันเตา โดยจากเดิมมีอัตราการใช้น้ำมันเตาในการผลิตเชื้อเพลิงวันละ 500 ตัน ราคาลิตรละ 15 บาท มีปริมาณการใช้ต่อปี 58 ล้านลิตร คิดเป็นมูลค่ารวมต่อปี ประมาณ 900 ล้านบาท แต่หลังจากบริษัทได้นำแกลบมาใช้เป็นเชื้อเพลิงทดแทนน้ำมันเตาทำให้มีต้นทุนลดลง โดยราคาแกลบราคาตันละ 2,000 บาท มีปริมาณการใช้ต่อปีประมาณ 170,000 ตัน คิดเป็นมูลค่ารวมต่อปี ประมาณ 300 ล้านบาท ซึ่งนอกจากจะสามารถช่วยลดต้นทุนเชื้อเพลิงได้มากถึงปีละ 600 ล้านบาท แล้วยังสามารถลดต้นทุนค่าพลังงานลงได้ประมาณร้อยละ 40 และยังช่วยลดการปล่อยปริมาณก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ที่เป็นสาเหตุของสภาวะโลกร้อนได้ปีละประมาณ 190,000 ตัน

ขณะที่การบริหารจัดการสินค้าเกษตรตลอดโซ่อุปทาน เพื่อให้มีการนำวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตรมาใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด ทางบริษัท อายิโนะโมะโต๊ะ (ประเทศไทย) จำกัด ได้มีการพัฒนาผลิตภัณฑ์ร่วม (Co-product) โดยมีการจัดตั้งบริษัท เอฟ ดี กรีน (ประเทศไทย) จำกัด พัฒนาและบริหารจัดการผลิตภัณฑ์ร่วม ซึ่งเป็นการสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับของเสียที่เกิดจากกระบวนการผลิตผงชูรสจากโรงงาน อาทิ น้ำ และสิ่งปฏิกูลที่เกิดจากการหมัก เกิดเป็นผลิตภัณฑ์ปุ๋ยน้ำ รวมทั้งขี้เถ้าของแกลบที่ถูกใช้เป็นเชื้อเพลิงนำมาผสมกับปุ๋ยน้ำ ต่อยอดเป็นผลิตภัณฑ์บำรุงดินอื่น ๆ ในรูปแบบปุ๋ยปั้นเม็ด สารเร่งราก และวัตถุดิบสำหรับผลิตอาหารสัตว์ ที่นับเป็นการสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับเศษวัสดุเหลือใช้จากการเกษตร เกิดการสร้างรายได้สู่ท้องถิ่นอีกด้วย

นอกจากนี้ ยังมีโครงการพัฒนาคุณภาพชีวิตของเกษตรกรผู้ปลูกมันสำปะหลัง ซึ่งเป็นผู้ผลิตวัตถุดิบสำคัญ ของการผลิตในโรงงานประเทศไทย โดยการทำศึกษาวิจัยในพื้นที่ควบคู่ไปกับการริเริ่มโครงการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตตลอดห่วงโซ่อุปทานให้กับเกษตรกรผู้ปลูกมันสำปะหลัง อาทิ การเลือกต้นพันธุ์ดีปลอดโรค การตรวจวิเคราะห์ดินและการแนะนำปุ๋ยให้เหมาะกับปริมาณความต้องการของพืช การให้บริการตรวจโรคใบด่างซึ่งเป็นโรคหลักที่ก่อให้เกิดความเสียหายในแปลง มันสำปะหลัง การส่งเสริมให้เกษตรกรปรับปรุงดินโดยใช้ปุ๋ยชีวภาพ โดยทำเป็นแปลงทดลองเกษตรกร 1 คนต่อพื้นที่ 1 ไร่ ซึ่งขณะนี้ มีเกษตรกรเข้าร่วมโครงการแล้ว 500 ราย และทางบริษัทจะมีการขยายเชิญชวนเกษตรกรเข้าร่วมให้ครบตามเป้าหมาย 2,800 ราย ในระยะต่อไป ซึ่งฐานข้อมูลที่รวบรวม จะช่วยให้ทราบถึงการเปลี่ยนแปลงของผลผลิตทั้งในเชิงปริมาณ และคุณภาพ (ปริมาณแป้ง) ตลอดจนการสร้างความร่วมมือกับหน่วยงานอื่น ๆ ทั้งภาครัฐ ภาคการศึกษา และภาคเอกชน ในการพัฒนา  และประยุกต์ใช้เทคโนโลยีในการสร้างประสิทธิภาพการผลิตทางการเกษตร เช่น การใช้ระบบ Artificial intelligence (AI) ในการตรวจสอบการติดโรคใบด่างของมันสำปะหลัง เป็นต้น และส่งเสริมการใช้เศษวัสดุเหลือใช้จากการเกษตรอื่น ๆ เพื่อใช้เป็นเชื้อเพลิง เช่น ใบอ้อย และชิ้นไม้สับ ที่จะช่วยให้ลดการเผาในการทำการเกษตรที่จะก่อให้เกิดปัญหามลภาวะทางอากาศ สำหรับท่านที่สนใจรายละเอียดข้อมูล หรืองานวิจัยด้านเศรษฐกิจการเกษตรอื่นๆ สามารถสอบถามได้ที่ สำนักวิจัยเศรษฐกิจการเกษตร ส่วนเสริมสร้างนวัตกรรมด้านวิจัยเศรษฐกิจการเกษตร โทร. 0 2940 7309 ในวันและเวลาราชการ 

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

สศก. เปิดเวทีวิชาการ 2569 ชู 8 งานวิจัย มองภาคเกษตรไทยผ่าน 'คำถามเชิงเศรษฐศาสตร์' จากสังคมสูงวัย ข้าวคาร์บอนต่ำ และ AI-SAR สู่การแข่งขันทุเรียน โอกาสของโกโก้ไทย และปาล์มน้ำมันยั่งยืน

สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) จัดงานสัมมนาวิชาการ “การเสนอผลงานวิชาการด้านเศรษฐกิจการเกษตร ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 และนิทรรศการนวัตกรรมข้อมูลภาคเกษตร” หรือ Academic Open House & Agricultural Economics Forum 2026 เมื่อวันศุกร์ที่ 21 สิงหาคม 2569 ณ ห้องไดมอนด์ บอลรูม โรงแรมแกรนด์ ริชมอนด์ จังหวัดนนทบุรี

สศก. เดินหน้า “Single Map” พืชเศรษฐกิจ ลดข้อมูลพื้นที่ทับซ้อน หนุนวางแผนผลิต–ตลาดแม่นยำขึ้น

นายชนวัฒน์ สิทธิธูรณ์ รองเลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) เปิดเผยว่า ข้อมูลเนื้อที่เพาะปลูกและเนื้อที่ยืนต้นพืชเศรษฐกิจ เป็นข้อมูลสำคัญสำหรับติดตามสถานการณ์การผลิต

สศก. เปิดให้บริการ “ปฏิทินการเผยแพร่ข้อมูลเศรษฐกิจการเกษตร” รู้ล่วงหน้า ข้อมูลไหนออกเมื่อไหร่ ใช้งานง่ายในที่เดียว

นายชนวัฒน์ สิทธิธูรณ์ รองเลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) เปิดเผยว่า ตามนโยบายของนายพีรพันธ์ คอทอง เลขาธิการ สศก. ที่ให้ความสำคัญกับการยกระดับการให้บริการข้อมูลเศรษฐกิจการเกษตร

สศก. ยกระดับ 1,010 ศกอ. เชื่อมข้อมูลพื้นที่สู่การวางแผนเกษตร ชูทักษะดิจิทัล วิเคราะห์สถานการณ์ ถ่ายทอดความรู้

นายครองศักดิ์ สงรักษา รองเลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) เปิดเผยว่า เศรษฐกิจการเกษตรอาสา หรือ ศกอ. เป็นเครือข่ายภาคประชาชนที่มีบทบาทสำคัญในการเชื่อมโยงการทำงานระหว่าง สศก.

สศก. ดันโมเดล ASP จับคู่บริการเครื่องจักรกลเกษตรช่วยเกษตรกร รับมือแรงงานสูงวัย

นายพีรพันธ์ คอทอง เลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) เปิดเผยว่า กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ให้ความสำคัญกับการยกระดับภาคเกษตรไทยด้วยเทคโนโลยีและนวัตกรรม เพื่อช่วยเกษตรกรเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต และรับมือกับข้อจำกัดด้านแรงงานภาคเกษตรที่เข้าสู่สังคมสูงวัย โดยเฉพาะการส่งเสริมการใช้ เครื่องจักรกลทางการเกษตร ควบคู่กับการพัฒนา ผู้ให้บริการทางการเกษตร (Agricultural Service Provider: ASP)

สศก. ร่วมกับ กสก. ลุยต่อเนื่อง ปิดจ๊อบฐานข้อมูลเกษตร 75,000 หมู่บ้าน ดึง อกม. สำรวจพื้นที่คงเหลือ 18,000 หมู่บ้านผ่าน Frame-asa ปี 2569

นายพีรพันธ์ คอทอง เลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) เปิดเผยว่า ข้อมูลสารสนเทศการเกษตรที่ถูกต้องและเป็นปัจจุบัน เป็นพื้นฐานสำคัญในการวิเคราะห์สถานการณ์