
นายวินิต อธิสุข รองเลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยภายหลังเป็นประธานการประชุมคณะมนตรีขององค์กรสำรองข้าวฉุกเฉินของอาเซียนบวกสาม ครั้งที่ 11 [The 11th Meeting of ASEAN Plus Three Emergency Rice Reserve (APTERR) Council] ณ กรุงโซล สาธารณรัฐเกาหลี โดยทำหน้าที่ประธานการประชุมร่วมกับ Mr. Sang Moon BYUN, Director, Food Grain Policy Division, Ministry of Agriculture, Food and Rural Affairs พร้อมนี้ นางสาวหิรัญญา สระสม ผู้อำนวยการกองเศรษฐกิจการเกษตรระหว่างประเทศ สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร ในฐานะผู้แทนไทยเข้าร่วม ประชุมในครั้งนี้ด้วย โดยมีผู้เข้าร่วมประชุมฯ ได้แก่ คณะมนตรีจากประเทศสมาชิกอาเซียน 10 ประเทศ ประเทศบวกสาม คือ จีน ญี่ปุ่น และสาธารณรัฐเกาหลี รวมทั้งผู้แทนจากสำนักเลขานุการ AFSRB (ASEAN Food Security Reserve Board) และ AFSIS (ASEAN Food Security Information System) โดยครั้งนี้ ไทยทำหน้าที่เป็นประธานร่วมกับสาธารณรัฐเกาหลี
สำหรับการประชุมคณะมนตรี APTERR จัดขึ้นเป็นประจำทุกปี เพื่อติดตามความก้าวหน้าการดำเนินงาน ของสำนักเลขานุการ APTERR รับทราบแผนงานการดำเนินงานและงบประมาณสำหรับปี 2566 รวมถึงรายงานสถานะทางการเงินของกองทุน APTERR ซึ่งในการประชุมครั้งนี้ ได้มีการหารือแนวทางการยกระดับการดำเนินงาน APTERR ให้เป็นองค์กรที่มีความยั่งยืนในระดับภูมิภาคและระดับโลก โดยพิจารณาความเป็นไปได้ในการขยายสินค้าอาหารอื่น (ข้าวสาลี) เพื่อสำรองนอกจากข้าว และการเพิ่มจำนวนสมาชิก APTERR นอกเหนือจาก ASEAN+3 รวมถึงข้อเสนอที่จะรวม AFSIS เข้ากับ APTERR
โอกาสนี้ รองเลขาธิการ สศก. ในฐานะประธานร่วมของการประชุมฯ ได้เน้นย้ำกับประเทศสมาชิกว่า การประชุมครั้งนี้ ถือเป็นอีกก้าวหนึ่งที่สำคัญ และเป็นการพบกันครั้งแรกในรอบ 3 ปี หลังจากโควิด-19 และยังคงเป็นปีที่ประเทศสมาชิกต้องเผชิญกับความท้าทายมากมาย ทั้งความไม่แน่นอนของความมั่นคงทางอาหารรวมถึงภัยธรรมชาติต่างๆ ซึ่งตลอด 10 ปีที่ผ่านมา APTERR มีบทบาทสำคัญในการสนับสนุนความมั่นคงอาหารในภูมิภาค และได้รับการกล่าวถึงในเวทีระดับภูมิภาคและระดับโลกว่าเป็นหนึ่งในกลไกสำคัญสำหรับการช่วยเหลือประเทศสมาชิกที่ประสบภัยพิบัติฉุกเฉิน โดยเฉพาะภัยธรรมชาติ รวมถึงการแพร่ระบาดของโควิด-19

ทั้งนี้ ประเทศไทย ยินดีสนับสนุนให้ประเทศสมาชิกใช้ประโยชน์จาก APTERR เพื่อเสริมสร้างความมั่นคง ด้านอาหารและลดความยากจนในภูมิภาค พร้อมเน้นย้ำถึงความสำคัญของการพัฒนาการบริหารจัดการสำรองข้าวและเสริมสร้างกลไกการดำเนินงาน รวมถึงการบริหารจัดการกองทุน APTERR อย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อสนับสนุนการดำเนินกิจกรรมของ APTERR ให้ประสบผลสำเร็จยิ่งขึ้น ตลอดจนการเสริมสร้างความร่วมมือกับองค์กรระหว่างประเทศ ในการให้ความช่วยเหลือประเทศสมาชิกที่ประสบภัยพิบัติฉุกเฉินจากธรรมชาติและให้ความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมร่วมกัน
“การประชุมฯ ครั้งนี้ ถือเป็นโอกาสอันดีของไทยในฐานะประเทศเจ้าภาพ (Host Country) ของสำนักเลขานุการ APTERR และประเทศสมาชิกที่จะหารือร่วมกันในระดับนโยบายถึงแนวทางการยกระดับการดำเนินงานของ APTERR ให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น ในการสร้างความเข้มแข็งให้กับความมั่นคงด้านอาหารในระยะยาวและเกิดประโยชน์สูงสุดกับภูมิภาค เพื่อรับมือกับภัยพิบัติที่เพิ่มขึ้นและความท้าทายใหม่ในอนาคต” รองเลขาธิการ สศก. กล่าวทิ้งท้าย
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
สศก. ยกระดับ 1,010 ศกอ. เชื่อมข้อมูลพื้นที่สู่การวางแผนเกษตร ชูทักษะดิจิทัล วิเคราะห์สถานการณ์ ถ่ายทอดความรู้
นายครองศักดิ์ สงรักษา รองเลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) เปิดเผยว่า เศรษฐกิจการเกษตรอาสา หรือ ศกอ. เป็นเครือข่ายภาคประชาชนที่มีบทบาทสำคัญในการเชื่อมโยงการทำงานระหว่าง สศก.
สศก. ดันโมเดล ASP จับคู่บริการเครื่องจักรกลเกษตรช่วยเกษตรกร รับมือแรงงานสูงวัย
นายพีรพันธ์ คอทอง เลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) เปิดเผยว่า กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ให้ความสำคัญกับการยกระดับภาคเกษตรไทยด้วยเทคโนโลยีและนวัตกรรม เพื่อช่วยเกษตรกรเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต และรับมือกับข้อจำกัดด้านแรงงานภาคเกษตรที่เข้าสู่สังคมสูงวัย โดยเฉพาะการส่งเสริมการใช้ เครื่องจักรกลทางการเกษตร ควบคู่กับการพัฒนา ผู้ให้บริการทางการเกษตร (Agricultural Service Provider: ASP)
สศก. ร่วมกับ กสก. ลุยต่อเนื่อง ปิดจ๊อบฐานข้อมูลเกษตร 75,000 หมู่บ้าน ดึง อกม. สำรวจพื้นที่คงเหลือ 18,000 หมู่บ้านผ่าน Frame-asa ปี 2569
นายพีรพันธ์ คอทอง เลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) เปิดเผยว่า ข้อมูลสารสนเทศการเกษตรที่ถูกต้องและเป็นปัจจุบัน เป็นพื้นฐานสำคัญในการวิเคราะห์สถานการณ์
สศก. เร่งวางแผนโลจิสติกส์เกษตร ปี 2571-2575 รับมือ Climate Change หนุน Green Logistics ยกระดับสินค้าเกษตรไทย
นายพีรพันธ์ คอทอง เลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) เปิดเผยว่า ระบบโลจิสติกส์ ภาคการเกษตร เป็นกลไกสำคัญในการเชื่อมโยงผลผลิตจากเกษตรกรสู่ตลาด ตั้งแต่การรวบรวม ขนส่ง แปรรูป กระจายสินค้า ไปจนถึงการส่งออก หากมีประสิทธิภาพจะช่วยลดต้นทุน รักษาคุณภาพผลผลิต เพิ่มโอกาสทางการตลาด และเสริมขีดความสามารถในการแข่งขันสินค้าเกษตรไทย
สศก. ใช้ Agri-Tech ปั้น 4 สินค้าเกษตรมูลค่าสูง ชูโมเดลธุรกิจรายพื้นที่ เพิ่มมูลค่า–ส่งต่อรายได้ถึงเกษตรกร
นายพีรพันธ์ คอทอง เลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) เปิดเผยภายหลังเป็นประธาน เปิดการสัมมนาผลงานวิชาการสินค้าเกษตรมูลค่าสูงด้วย Agri-Tech
กองทุน FTA เดินหน้าปั้น 13 โครงการเกษตร จัดอบรมเข้ม “MOU-Driven Advanced Project” ยกระดับข้อเสนอโครงการสู่การแข่งขันการค้าเสรี
นายพีรพันธ์ คอทอง เลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) ในฐานะประธานกรรมการบริหารกองทุนปรับโครงสร้างการผลิตภาคเกษตรฯ กล่าวว่า กองทุน FTA เป็นกลไกสำคัญในการช่วยเหลือเกษตรกร

