
กยท. ร่วมไว้อาลัยแก่ผู้เสียชีวิตจากเหตการณ์โกดังพลุระเบิด เร่งรัดดำเนินการขอเบิกเงินค่าสินไหมทดแทน – ค่าปลงศพจากประกันอุบัติเหตุกลุ่มที่จัดทำให้ชาวสวนยางที่ขึ้นทะเบียนกับ กยท. พร้อมมอบเงินจากกองทุนพัฒนายางพารา มาตรา 49 (5) ช่วยเหลือทายาทฯ
เมื่อวันที่ 31 ก.ค.66 ณ วัดชลเฉลิมเขต อ.สุไหงโก-ลก จ.นราธิวาส การยางแห่งประเทศไทย (กยท.) โดย นายวีระ นุ้ยผอม ผู้อำนวยการการยางแห่งประเทศไทย สาขาสุไหงโก-ลก เป็นตัวแทนมอบพวงหรีด เพื่อร่วมไว้อาลัยและแสดงความเสียใจแก่ครอบครัวของ นายสมศักดิ์ - นางอุทัย ชูโชติ เกษตรกรชาวสวนยางที่เสียชีวิตจากเหตุการณ์โกดังพลุระเบิด เมื่อวันที่ 29 ก.ค. ที่ผ่านมา โดยพูดคุยให้กำลังใจกับครอบครัวผู้เสียชีวิต พร้อมชี้แจงกับทายาทของผู้เสียชีวิตให้ทราบถึงขั้นตอนเพื่อขอรับเงินจากบริษัทประกัน ซึ่ง กยท. ได้จัดทำประกันอุบัติเหตุกลุ่มให้กับเกษตรกรชาวสวนยางที่ขึ้นทะเบียนกับ กยท. ไว้ ผู้รับผลประโยชน์สามารถขอรับเงินค่าสินไหมทดแทน จำนวน 500,000 บาท ค่าปลงศพเพื่อใช้จ่ายในการจัดงาน จำนวน 30,000 บาท และ กยท. จะมอบเงินช่วยเหลือให้แก่ทายาท กรณีเกษตรกรชาวสวนยางเสียชีวิตอีกรายละ 3,000 บาท โดยเป็นเงินจากกองทุนพัฒนายางพารา มาตรา 49 (5) ที่เป็นสวัสดิการของชาวสวนยางด้วย ทั้งนี้ กยท. พร้อมอำนวยความสะดวกและให้ความช่วยเหลือแก่ทายาทเกษตรกรชาวสวนยางอย่างเต็มที่ เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนจากเหตุการณ์ดังกล่าว

“กยท. มีระบบจัดสวัสดิการเพื่อเกษตรกร ตาม พ.ร.บ. การยางแห่งประเทศไทย พ.ศ.2558 ครอบคลุมทั้งสวนยางพาราและตัวเกษตรกรชาวสวนยางเองด้วย ถือเป็นหน่วยงานเดียวในประเทศที่ดูแลทั้งสวนยางและชาวสวนยาง ทั้งนี้ เกษตรกรชาวสวนยางที่ขึ้นทะเบียนกับ กยท. และได้รับความเดือดร้อนหรือประสบเหตุ สามารถตรวจสอบสิทธิ์ประกันอุบัติเหตุกลุ่ม ทางเว็บไซต์การยางแห่งประเทศไทย www.raot.co.th หรือสอบถามเพิ่มเติมได้ที่ กยท. ในพื้นที่ทั่วประเทศ”

ข่าวที่เกี่ยวข้อง
กยท. เฝ้าระวังโรคใบจุดกลมระบาดในสวนยางฤดูฝน เตรียมความพร้อมรับมือเอลนีโญ
กยท. เตือนเกษตรกรเฝ้าระวังโรคใบจุดกลมในสวนยางในช่วงฤดูฝน ย้ำ!! ปีนี้ราคายางดี ต้องหมั่นสำรวจดูแลรักษาสวนยาง หนุนใช้น้ำหมักปลาหมอคางดำ-น้ำนมดิบ ช่วยดินร่วนซุย ต้นยางแข็งแรงเพิ่มปริมาณน้ำยาง พร้อมแนะกักเก็บน้ำสำรองเพื่อรับมือ "เอลนีโญ" ที่ทำให้ฝนตกน้อย สวนยางอาจขาดแคลนน้ำได้
รัฐบาลตีปี๊บ ประมูลยางค้างสต็อก 1.8 หมื่นตัน ได้เงิน 1.23 พันล้านบาท
รัฐระบายยางค้างสต็อกกว่า 1.8 หมื่นตัน ประมูลทะลุ 1.23 พันล้านบาท ย้ำไม่กระทบราคาตลาด ช่วยรักษาเสถียรภาพรายได้ชาวสวนยาง
กยท.พลิกวิกฤตปุ๋ยแพงเป็นโอกาสขยายผลสวนยางอินทรีย์ เร่งส่งเสริมเพิ่มการใช้ปุ๋ยอินทรีย์น้ำร่วมปุ๋ยเคมีเพิ่มผลผลิตลดต้นทุน
กยท. ผลิกวิกฤตปุ๋ยเคมีแพงเป็นโอกาส เร่งส่งเสริมและสนับสนุนสวนยางพาราใช้ปุ๋ยอินทรีย์น้ำหมักปลาหมอคางดำและน้ำนมดิบ หลังผ่านการขึ้นทะเบียนรับรองเป็นปุ๋ยอินทรีย์น้ำ ร่วมกับปุ๋ยเคมี ตามนโยบาย 70:30 ของกระทรวงเกษตรฯ หวังช่วยลดต้นทุน เพิ่มผลผลิต ยืนยันไม่กระทบต่อการเจริญเติบโตของต้นยาง พร้อมขยายผลขับเคลื่อนสวนยางอินทรีย์รองรับเทรนด์อนุรักษ์สิ่งแวดล้อม เดินหน้าจับมือชุมนุมสหกรณ์โคนมฯ ผลิตปุ๋ยอินทรีย์น้ำแก้ปัญหาน้ำล้นตลาดอย่างยั่งยืน
กยท.วางยุทธศาสตร์บริหารตลาดยางเชิงรุก สร้างเสถียรภาพ คาดครึ่งปีหลังทิศทางราคายังดีต่อเนื่อง
แนวโน้มสถานการณ์ราคายางครึ่งปีหลังสดใส จากความต้องการใช้ที่ยังต่อเนื่อง หนุนราคาปรับตัวเพิ่มสูงขึ้น มีความเป็นไปได้จะทะลุ 100 บาท/กิโลกรัม กยท. เดินหน้าใช้ยุทธศาสตร์บริหารจัดการตลาดเชิงรุกเสริมเสถียร ภาพและยกระดับราคายางไทยสู่จุดสูงสุด
กยท.ตอบโจทย์แก้ปัญหาปุ๋ยเคมีแพง ดัน"น้ำนมดิบ"เตรียมพัฒนาสู่"ปุ๋ยอินทรีย์น้ำ"
“กยท.มีน้ำหมักชีวภาพรวมกว่า 4.62 ล้านลิตร แบ่งเป็นน้ำหมักชีวภาพจากน้ำนมดิบ 1.12 ล้านลิตร และน้ำหมักชีวภาพจากปลาหมอคางดำ 3.5 ล้านลิตร ซึ่งเกิดจาก ดำเนินการของ
กยท.อัดงบ 200 ลบ. ผนึกกำลังขับเคลื่อนงานวิจัยและนวัตกรรมยาง ผลักดันไทยเป็นศูนย์กลางยางโลก - เพิ่มมูลค่าสร้างรายได้500,000ล้าน/ปี
กยท. ผนึกกำลังนักวิจัย นักวิชาการ คณาจารย์ และ ภาคเอกชน ร่วมขับเคลื่อนงานวิจัยและนวัตกรรมยาง ตอบโจทย์ความต้องการตั้งแต่ต้นน้ำจนถึงปลายน้ำ จัดสรรงบรองรับกว่า 200 ล้านบาท/ปี หวังพัฒนาเพิ่มมูลค่าผลักดันให้ไทยเป็นศูนย์กลางยางพาราของโลก

