นายฉันทานนท์ วรรณเขจร เลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่าจากที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้จัดทำโครงการสินค้าเกษตรและบริการมูลค่าสูง “1 ท้องถิ่น 1 สินค้าเกษตรมูลค่าสูง” เพื่อพัฒนาและเพิ่มมูลค่าสินค้าเกษตรและบริการตามหลักการ “ตลาดนำ นวัตกรรมเสริม เพิ่มรายได้” โดยหน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ บูรณาการเพื่อขับเคลื่อนนโยบายระดับพื้นที่ตำบลอย่างแท้จริง โดยโครงการฯ กำหนดเป้าหมาย 500 ตำบลในปีงบประมาณ 2567 จำนวน 100 ตำบล ปี 2568 จำนวน 200 ตำบล และปี 2569 จำนวน 200 ตำบล
ผลการดำเนินโครงการฯ สศก. พบว่า ปีงบประมาณ 2567 ดำเนินการได้ตามเป้าหมาย 100 ตำบล โดยคัดเลือกพื้นที่และสินค้าเกษตรมูลค่าสูงนำร่อง จำนวน 144 กลุ่ม ประกอบด้วย กลุ่มสินค้าและบริการด้านพืช แมลงเศรษฐกิจและบริการเชิงสร้างสรรค์ 84 กลุ่ม ด้านปศุสัตว์ 37 กลุ่ม และด้านประมง 23 กลุ่ม และจำแนกผลการดำเนินงานตามแนวทางการขับเคลื่อนในแต่ละประเภทกลุ่มสินค้าและบริการเพื่อพัฒนายกระดับสินค้าทั้ง 3 กลุ่ม ได้ดังนี้ 1) กลุ่มสินค้าเกษตรมูลค่าสูงเพื่อส่งออก ดำเนินการได้ 95 กลุ่ม อาทิ ข้าวอินทรีย์ กล้วยหอมทอง ทุเรียน มะม่วงน้ำดอกไม้ มะพร้าวน้ำหอม มังคุด ปลากะพงขาว 2) กลุ่มสินค้าเกษตรมูลค่าสูง ดำเนินการได้ 46 กลุ่ม อาทิ สับประรด โคขุนคุณภาพ เนื้อโคแช่แข็ง เนื้อพร้อมปรุง ปลานิลสด ปลากระพงขาว และ 3) กลุ่มสินค้าเกษตรและบริการเชิงสร้างสรรค์ ดำเนินการได้ 2 กลุ่ม คือ ด้านปศุสัตว์ ได้แก่ โคเนื้อ ของแปลงใหญ่โคเนื้อและพืชอาหารสัตว์เลาขวัญ จ. กาญจนบุรี และโคเนื้อโคราชวากิว ของวิสาหกิจชุมชนผู้เลี้ยงโคเนื้อโคราชวากิวขามทะเลสอ จ. นครราชสีมา โดยการพัฒนาหญ้าเนเปียรที่เป็นอาหารของโคเนื้อให้มีคุณภาพ สำหรับด้านประมง ได้แก่ กุ้งก้ามกราม ของกลุ่มผู้เลี้ยงกุ้งก้ามกรามบางแพ จ. ราชบุรี เป็นการพัฒนาการผลิตให้มีคุณภาพ

ด้านนางธัญธิตา บุญญมณีกุล รองเลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร กล่าวว่า จากที่ศูนย์ประเมินผล ได้ลงพื้นที่ติดตามการดำเนินงานโครงการในพื้นที่ 15 จังหวัด พบว่า หน่วยงานในพื้นที่ได้ร่วมกับกลุ่มเกษตรกรที่เข้าร่วม พบว่า ปัญหาส่วนใหญ่เป็นปัญหาด้านต้นทุนการผลิต รวมถึงปัญหาด้านการตลาดที่เกษตรกรมีความต้องการขยายตลาดจำหน่ายผลผลิต โดยเจ้าหน้าที่และเกษตรกรได้ร่วมจัดทำแผนพัฒนารายสินค้า ในการแก้ไขปัญหาต่างๆ เพื่อให้เกษตรกรมีรายได้เพิ่มขึ้น เช่น จัดทำแผนการลดต้นทุนจากปัจจัยการผลิต ทำแผนการผลิตปุ๋ยหมักหรือสารชีวภัณฑ์ เพื่อลดการใช้ปุ๋ยเคมี สารเคมีที่มีราคาจำหน่ายสูง หรือทำแผนลดต้นทุนค่าอาหารสัตว์ โดยใช้วัตถุดิบจากท้องถิ่นมาแปรรูปเป็นอาหารสัตว์ ทำให้เกษตรกรสามารถลดต้นทุนการผลิตได้ และที่สำคัญยังมีการจัดทำแผนพัฒนาสินค้าให้ตรงกับความต้องการของตลาด เช่น การแปรรูปข้าว เนื้อสัตว์ กุ้ง ปลา เป็นต้น สำหรับแผนการเพิ่มผลผลิต พบว่า เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องทั้งด้านพืช ปศุสัตว์ และประมง ได้ให้ความรู้ เพื่อเพิ่มศักยภาพการผลิตให้กับเกษตรกรด้วยเช่นกัน กลุ่มเกษตรกรมีความพึงพอใจต่อโครงการในระดับมากที่สุด เนื่องจากสินค้าของกลุ่มตนเองได้รับการคัดเลือกเข้าร่วมโครงการ และได้รับการแก้ไขปัญหาทั้งด้านพืช ปศุสัตว์ และประมง ทำให้เกษตรกรสามารถลดต้นทุนการผลิตและมีผลผลิตเพิ่มขึ้น

ทั้งนี้ เกษตรกรมีความต้องการให้สนับสนุนด้านตลาด เช่น การจัดหาตลาดใหม่ๆ การสนับสนุนการจัดทำ Roadshow เพื่อประชาสัมพันธ์สินค้า การเพิ่มผลิตภัณฑ์ การพัฒนาบรรจุภัณฑ์ นอกจากนี้ยังมีความต้องการการสนับสนุนด้านปัจจัยการผลิต ได้แก่ การจัดหาแหล่งน้ำให้เพียงพอต่อการผลิต และยังต้องการให้รัฐบาลช่วยเหลือในการลดต้นทุนค่าไฟฟ้าให้กับเกษตรกร เนื่องจากการผลิตบางสินค้ามีต้นทุนค่าใช้จ่ายด้านนี้สูง ที่สำคัญต้องเพิ่มกิจกรรมส่งเสริมอาชีพหลังฤดูการผลิต เป็นการสร้างอาชีพ สร้างรายได้เสริมให้กับครัวเรือนเกษตรกรในช่วงที่ไม่ได้ทำการผลิต จะส่งผลให้เกษตรกรมีรายได้เพิ่มขึ้นจากอาชีพเสริมนี้

ข่าวที่เกี่ยวข้อง
สศก. ยกระดับ 1,010 ศกอ. เชื่อมข้อมูลพื้นที่สู่การวางแผนเกษตร ชูทักษะดิจิทัล วิเคราะห์สถานการณ์ ถ่ายทอดความรู้
นายครองศักดิ์ สงรักษา รองเลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) เปิดเผยว่า เศรษฐกิจการเกษตรอาสา หรือ ศกอ. เป็นเครือข่ายภาคประชาชนที่มีบทบาทสำคัญในการเชื่อมโยงการทำงานระหว่าง สศก.
สศก. ดันโมเดล ASP จับคู่บริการเครื่องจักรกลเกษตรช่วยเกษตรกร รับมือแรงงานสูงวัย
นายพีรพันธ์ คอทอง เลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) เปิดเผยว่า กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ให้ความสำคัญกับการยกระดับภาคเกษตรไทยด้วยเทคโนโลยีและนวัตกรรม เพื่อช่วยเกษตรกรเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต และรับมือกับข้อจำกัดด้านแรงงานภาคเกษตรที่เข้าสู่สังคมสูงวัย โดยเฉพาะการส่งเสริมการใช้ เครื่องจักรกลทางการเกษตร ควบคู่กับการพัฒนา ผู้ให้บริการทางการเกษตร (Agricultural Service Provider: ASP)
สศก. ร่วมกับ กสก. ลุยต่อเนื่อง ปิดจ๊อบฐานข้อมูลเกษตร 75,000 หมู่บ้าน ดึง อกม. สำรวจพื้นที่คงเหลือ 18,000 หมู่บ้านผ่าน Frame-asa ปี 2569
นายพีรพันธ์ คอทอง เลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) เปิดเผยว่า ข้อมูลสารสนเทศการเกษตรที่ถูกต้องและเป็นปัจจุบัน เป็นพื้นฐานสำคัญในการวิเคราะห์สถานการณ์
สศก. เร่งวางแผนโลจิสติกส์เกษตร ปี 2571-2575 รับมือ Climate Change หนุน Green Logistics ยกระดับสินค้าเกษตรไทย
นายพีรพันธ์ คอทอง เลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) เปิดเผยว่า ระบบโลจิสติกส์ ภาคการเกษตร เป็นกลไกสำคัญในการเชื่อมโยงผลผลิตจากเกษตรกรสู่ตลาด ตั้งแต่การรวบรวม ขนส่ง แปรรูป กระจายสินค้า ไปจนถึงการส่งออก หากมีประสิทธิภาพจะช่วยลดต้นทุน รักษาคุณภาพผลผลิต เพิ่มโอกาสทางการตลาด และเสริมขีดความสามารถในการแข่งขันสินค้าเกษตรไทย
สศก. ใช้ Agri-Tech ปั้น 4 สินค้าเกษตรมูลค่าสูง ชูโมเดลธุรกิจรายพื้นที่ เพิ่มมูลค่า–ส่งต่อรายได้ถึงเกษตรกร
นายพีรพันธ์ คอทอง เลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) เปิดเผยภายหลังเป็นประธาน เปิดการสัมมนาผลงานวิชาการสินค้าเกษตรมูลค่าสูงด้วย Agri-Tech
กองทุน FTA เดินหน้าปั้น 13 โครงการเกษตร จัดอบรมเข้ม “MOU-Driven Advanced Project” ยกระดับข้อเสนอโครงการสู่การแข่งขันการค้าเสรี
นายพีรพันธ์ คอทอง เลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) ในฐานะประธานกรรมการบริหารกองทุนปรับโครงสร้างการผลิตภาคเกษตรฯ กล่าวว่า กองทุน FTA เป็นกลไกสำคัญในการช่วยเหลือเกษตรกร


