“รองนายกฯประเสริฐ” มอบนโยบาย สสส.สั่งด่วนยกระดับสร้างความปลอดภัยทางถนนในเด็กและเยาวชน 3 ด้าน “รถบัสปลอดภัย-สวมหมวกนิรภัย-ส่งเสริมวินัยจราจร”

นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ในฐานะประธานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ กล่าวภายหลังการประชุมคณะกรรมการกองทุนฯ สสส. ที่สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ว่าการยกระดับความปลอดภัยในการเดินทางของเด็กและเยาวชนเป็นเรื่องเร่งด่วน เพื่อไม่ให้เกิดโศกนาฎกรรมเหมือนกรณีรถบัสทัศนศึกษาของโรงเรียนวัดเขาพระยาสังฆาราม จึงมีมติให้กำหนดนโยบายเพื่อยกระดับความปลอดภัยในการเดินทางของเด็กและเยาวชน 3 ด้าน คือ

1.ส่งเสริมให้เกิดความปลอดภัยในการเดินทางไปกลับระหว่างบ้านกับโรงเรียน อาทิ การจัดการระบบรถรับ-ส่งนักเรียน การมีระบบดูแลกำกับจัดการความปลอดภัยของรถทัศนศึกษา และนำระบบและเทคโนโลยีเข้ามาตรวจสอบดูแลให้เกิดความปลอดภัย

2.ส่งเสริมการสวมหมวกนิรภัยในเด็กและเยาวชน ที่ยังมีความจำเป็นต้องเดินทางด้วยรถจักรยานยนต์

3.ส่งเสริมให้เกิดการเรียนรู้เรื่องวินัยจราจรและความปลอดภัยในสถานศึกษา

“ประเทศไทย สูญเสียจากอุบัติเหตุทางถนน ทั้งวิถีชีวิตของคน และคนที่ต้องกลายเป็นคนพิการ เฉพาะปี 2566 ปีเดียว ข้อมูลจากกระทรวงสาธารณสุข รายงานว่ามีผู้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางถนน 17,498 ราย ค่ารักษากว่า 10,315 ล้านบาท คิดเป็นมูลค่าทางเศรษฐกิจราว 5 แสนล้านบาทต่อปี พวกเราทุกคนร่วมกันหยุดยั้งความสูญเสียนี้ได้ โดยเน้นให้ สสส. ทำงานส่งเสริมป้องกันให้เกิดความปลอดภัยทางถนน และมีการทำงานบูรณาการร่วมกับทุกภาคส่วน หากทุกท้องถิ่นมีแผนการทำงานเชิงป้องกัน เพื่อลดปัญหาอุบัติเหตุทางถนน ก็จะดูแลความปลอดภัยของเด็กทุกระดับ ช่วยรักษาอนาคตของชาติไว้ เพื่อพัฒนาประเทศต่อไป” นายประเสริฐ กล่าว

นายประเสริฐ กล่าวว่า การจัดตั้งสถาบันหรือหน่วยงานกลางทางวิชาการ ทำหน้าที่สอบสวนสาเหตุอุบัติเหตุสำคัญ และเสนอแนะแนวทางเชิงป้องกันและแก้ไข ส่งถึงรัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เป็นอีกแนวทางจะช่วยได้ ซึ่งมีบทเรียนในต่างประเทศที่ประสบความสำเร็จในการแก้ปัญหาอุบัติเหตุทางถนน เช่น สวีเดน จัดตั้ง SWEROADS ประเทศอังกฤษ มีสถาบัน Transport Research Laboratory: TRL และประเทศเนเธอร์แลนด์ มีสถาบัน SWOV: Institute for Road Safety Research รวมถึง มาเลเซีย รัฐบาลและกระทรวงคมนาคมได้จัดตั้งสถาบัน MIROS: Malaysian Institute of Road Safety Research เพื่อเป็น “หน่วยงานวิชาการด้านความปลอดภัยทางถนน” ในการวิจัย ประเมินผล สอบสาเหตุอุบัติเหตุสำคัญ และผลักดันให้เกิดการเปลี่ยนแปลงเพื่อลดความสูญเสียอย่างชัดเจนและรวดเร็ว

นอกจากนี้ นายประเสริฐ กล่าวด้วยว่าจากการประชุมร่วมกับคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ ทำให้ทราบว่าปัจจุบันประเทศไทยมีเด็กและเยาวชนที่ติดบุหรี่และบุหรี่ไฟฟ้า เพิ่มขึ้นจำนวนมาก จึงขอให้ สสส. บูรณาการการทำงานร่วมกับสำนักงานสุขภาพแห่งชาติ (สช.) และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการป้องกันและแก้ปัญหา โดยเฉพาะการสร้างการรับรู้ และการสื่อสารให้เด็กและเยาวชนตระหนักรู้และเข้าใจถึงโทษของการสูบบุหรี่และบุหรี่ไฟฟ้า เพื่อลดผลกระทบที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพได้อย่างเป็นรูปธรรม

ด้านนายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ในฐานะรองประธานกองทุน สสส. คนที่ 1 กล่าวสนับสนุนการให้ สสส.บูรณาการการทำงานร่วมกับ สช. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ในการป้องกันและแก้ปัญหาอัตราการเพิ่มจำนวนการสูบบุหรี่และบุหรี่ไฟฟ้าในเด็กและเยาวชนอย่างเร่งด่วน เนื่องจากส่วนประกอบของบุหรี่ไฟฟ้าล้วนเป็นสารที่ก่อให้เกิดอันตรายโดยตรงอย่างรุนแรงต่ออวัยวะในร่างกาย เช่น สารฟอร์มัลดีไฮด์ หรือ น้ำยาดองศพ สารหนู โลหะหนัก ซึ่งเป็นสารก่อมะเร็ง ดังนั้น การรณรงค์ป้องกันและแก้ปัญหา ขอให้ สสส. มุ่งเน้นไปที่การสร้างการตระหนักรู้ในเด็กและเยาวชน รวมถึงการรณรงค์ให้เกิดสื่อสารให้เข้าใจถึงอันตรายจากบุหรี่ไฟฟ้า

นพ.พงศ์เทพ วงศ์วัชรไพบูลย์ ผู้จัดการกองทุน สสส. กล่าวว่า ปี 2566 ประเทศไทยมีผู้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางถนน 17,498 คน คิดเป็น 26.86 คนต่อแสนประชากร ในกลุ่มเด็กและเยาวชนอายุ 10-19 ปี ถือเป็นกลุ่มที่เสียชีวิตสูง เฉลี่ยปีละ 2,693 คน โดยเสียชีวิตทั้งจากการเดินเท้า, การใช้รถจักรยานยนต์, รถรับ-ส่งนักเรียน และรถทัศนศึกษา ที่ผ่านมา สสส. ขับเคลื่อนกิจกรรมด้านความปลอดภัยบนถนนร่วมกับสถาบันการศึกษา เร่งปลูกจิตสำนึกของความปลอดภัยในชีวิตประจำวัน เน้นที่การส่งเสริมค่านิยมสวมหมวกนิรภัย 100% ขับรถโดยใช้ความเร็วที่ปลอดภัย ไม่ขับเร็ว ดื่มไม่ขับ อย่างไรก็ตาม ต้องอาศัยความร่วมมือของทุกภาคส่วนร่วมมือกันลดจำนวนผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตลง เพราะเด็กและเยาวชน คือกำลังสำคัญในการพัฒนาประเทศ

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

'เชียงใหม่' ตัดวงจรผู้ป่วยเสพยาติดซ้ำ ผนึกท้องถิ่น 'ล็อก 1 ปี' ดูแลต่อเนื่อง

สสส. ผนึกท้องถิ่น ชู 9 อำเภอต้นแบบ “ชุมชนล้อมรักษ์” จ.เชียงใหม่ “ล็อก 1 ปี”  ป้องกัน – บำบัด ดูแลผู้ป่วยยาเสพติดต่อเนื่อง ตัดวงจรหวนคืนกลับมาเสพซ้ำ ล้างความรุนแรงมุ่งสร้างชุมชนปลอดภัยเมืองท่องเที่ยวยั่งยืน

ปลุกพลังเยาวชน..เปลี่ยนอนาคตท้องถิ่น 7,800อปท.ออกต้นแบบสร้างสุขภาวะ

ท่ามกลางโลกยุคใหม่ที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว เด็กและเยาวชนไทยกำลังเผชิญความท้าทายมากมาย ทั้งภัยจากบุหรี่ไฟฟ้า การพนันออนไลน์ ปัญหาสุขภาพจิต และแรงกดดันทางสังคม

4 ปี “หมอกระต่าย” กับบทเรียนบนท้องถนน อย่าปล่อยให้ทางม้าลาย...เป็นพื้นที่เสี่ยง

เสียงสะท้อนจากเหตุการณ์สะเทือนใจเมื่อ 4 ปีก่อน ยังคงดังก้องอยู่ในสังคมไทย เหตุการณ์การเสียชีวิตของ พญ.วราลัคน์ สุภวัตรจริยากุล หรือ “หมอกระต่าย” จักษุแพทย์สาว

คนเมืองสุขภาวะดี! สสส. นำทีม 19 ภาคี สานพลัง ปั้น “ย่านสุขภาวะสร้างสรรค์”

วันที่ 6 มี.ค.2569 ที่ อาคารศูนย์เรียนรู้สุขภาวะ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ภาคีเครือข่ายที่ร่วมขับเคลื่อน "ย่านสุขภาวะสร้างสรรค์" 19 ภาคี นำโดย สสส. มูลนิธิช่วยไร้พรมแดน และภาคีเครือข่ายองค์กรโดยรอบ จัดกิจกรรม “เวทีสานพลังขับเคลื่อนย่านสุขภาวะสร้างสรรค์” เพื่อสรุปผลการดำเนินงานและวางทิศทางยกระดับคุณภาพชีวิต 3 ชุมชนละแวกบ้านรอบ สสส.

สสส. จับมือ Rocket Media Lab เปิดรายงานข้อมูลเยาวชนกับปัญหายาเสพติด ชี้คดีเสพพุ่งสูง 77.44% เตือน “ยาบ้า-กัญชา-กระท่อม” เข้าถึงง่ายหลังปลดล็อก

นางสาวรุ่งอรุณ ลิ้มฬหะภัณ ผู้อำนวยการสำนักอาวุโส สำนักสนับสนุนการควบคุมปัจจัยเสี่ยงหลัก สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) กล่าวว่า สถานการณ์ยาเสพติดในเด็กและเยาวชนปัจจุบันถือเป็นวิกฤตที่ต้องเร่งแก้ไข ข้อมูลจากศูนย์ข้อมูลและสถิติ