'DITP' ขับเคลื่อนนโยบายเชิงรุก ยกทัพบุก 5 จังหวัดชายแดนใต้ ปั้นนักรบการค้า เสริมศักยภาพอาหารและเครื่องดื่มฮาลาลสู่ตลาดโลก

กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP) กระทรวงพาณิชย์ ลงพื้นที่ 5 จังหวัดชายแดนใต้จัด “โครงการยกระดับการพัฒนาและส่งเสริมอาหารฮาลาล 5 จังหวัดชายแดนใต้ สู่ตลาดโลกแบบครบวงจร” ระหว่างวันที่ 4 - 9 เมษายน 2568 ณ โรงแรมเซ็นทารา หาดใหญ่ จังหวัดสงขลา โดยมุ่งเป้าไปที่สินค้าอาหารและเครื่องดื่มในพื้นที่ 5 จังหวัดชายแดนใต้ (สงขลา สตูล ปัตตานี ยะลา และนราธิวาส) เนื่องจากเป็นพื้นที่ศักยภาพที่มีผู้ประกอบการจำนวนมากสามารถผลิตอาหารฮาลาลที่เป็นอัตลักษณ์ของท้องถิ่นและมีความพร้อมในเรื่องของวัตถุดิบขั้นพื้นฐานที่หลากหลาย มีเอกลักษณ์โดดเด่น ซึ่งเป็นจุดแข็งสำคัญในการผลักดันให้อาหารฮาลาลไทยมีโอกาสเติบโตได้ในตลาดโลกได้

การจัดงานครั้งนี้ เป็นความร่วมมือกันอย่างใกล้ชิดระหว่างหน่วยงานพันธมิตร 4 หน่วยงาน คือ
(1) กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (2) สำนักงานพาณิชย์ 5 จังหวัดชายแดนใต้ (สงขลา สตูล ปัตตานี ยะลา และนราธิวาส) (3) ศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนใต้ (ศอ.บต.) และ (4) ธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย (Exim Bank) เพื่อมุ่งหวังที่จะสร้างเศรษฐกิจฐานรากให้เข้มแข็งและเติบโตอย่างยั่งยืน ผ่านการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน เพิ่มช่องทางการทำตลาด และเพิ่มโอกาสทางการค้าให้กับผู้ประกอบการอาหารและเครื่องดื่มฮาลาลในพื้นที่ 5 จังหวัดชายแดนใต้ ซึ่งมีพิธีเปิดอย่างเป็นทางการในวันที่ 4 เมษายน 2568

โดยมี นางสาวฉัตร์สุดา ชุมแสง พาณิชย์จังหวัดสงขลา เป็นประธานเปิดงานในปี 2568 นี้ ถือเป็นการจัดงานต่อเนื่องเป็นครั้งที่ 9 ซึ่งกรมฯ ได้ยกระดับการพัฒนาและส่งเสริมศักยภาพอาหารและเครื่องดื่มฮาลาลในมิติที่หลากหลายมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการอบรมสัมมนาให้ความรู้เกี่ยวกับโอกาสและกฎระเบียบในการส่งออกสินค้าอาหารและเครื่องดื่มฮาลาลในตลาดตะวันออกกลาง จีน และมาเลเซีย โดยมีผู้ประกอบการเข้าร่วมกว่า 30 ราย ก่อนคัดเลือกให้เหลือ 20 ราย เพื่อเข้ารับคำปรึกษาเชิงลึก (Coaching) ในรูปแบบการอบรมเชิงปฏิบัติการ (Workshop) ซึ่งเป็นการเตรียมความพร้อมก่อนการเข้าร่วมงานแสดงสินค้าอาหาร 2568 (THAIFEX-Anuga Asia 2025) อาทิ การจัดทำใบเสนอราคา การขนส่งระหว่างประเทศ การเข้าถึงแหล่งเงินทุน และการประกันความเสี่ยงในการทำการค้าระหว่างประเทศ ตลอดจนตรวจเยี่ยมสถานประกอบการ

ในพื้นที่เพื่อให้คำแนะนำการดำเนินธุรกิจ และอีก 2 กิจกรรมที่เพิ่มขึ้นมาในปีนี้ คือ (1) การจัดนิทรรศการ Product Showcase สินค้าอาหารและเครื่องดื่มฮาลาลที่มีศักยภาพจากผู้ประกอบการที่เข้าร่วมโครงการฯ จำนวนมากกว่า 30 รายการ เพื่อประชาสัมพันธ์ให้นักธุรกิจ นักท่องเที่ยว และประชาชนทั่วไปที่เดินทางมาเยือนจังหวัดสงขลา ได้ตระหนักรู้ถึงศักยภาพในการผลิตสินค้าอาหารและเครื่องดื่มฮาลาลในพื้นที่ 5 จังหวัดชายแดนใต้ และ (2) การเจรจาจับคู่ธุรกิจ ในรูปแบบออนไลน์ (Online Business Matching: OBM) ซึ่งมีผู้สนใจสมัครเข้าร่วมกิจกรรมมากกว่า 20 ราย โดยมีตลาดเป้าหมาย คือ จีน อินเดีย มาเลเซีย อินโดนีเซีย บังกลาเทศ ซาอุดิอาระเบีย สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ อียิปต์ และไนจีเรีย ซึ่งมีผู้นำเข้าจากตลาดเป้าหมายเข้าร่วมกิจกรรมกว่า 10 ราย

ทั้งนี้คาดว่าจะเกิดคู่เจรจามากกว่า 20 คู่ และสร้างมูลค่าการค้ากว่า 100 ล้านบาท ​นอกจากนี้ ภายในงานยังมีคูหา Financial Clinic จาก Exim Bank ให้บริการคำปรึกษาและแนะนำสินเชื่อดอกเบี้ยพิเศษสำหรับผู้ประกอบการ 5 จังหวัดชายแดนใต้ เพื่อเพิ่มสภาพคล่องในการดำเนินธุรกิจให้ผู้ประกอบการสามารถขยายการค้าและลงทุน ตลอดจนรองรับ Demand จากต่างประเทศที่เพิ่มขึ้น.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ข่าวดี! 12 พ.ค. ออก 'Form TC ไทย-ชิลี' ดิจิทัลเต็มรูปแบบ

ดีเดย์ 12 พ.ค. รัฐบาลเปิดให้บริการออก Form TC ไทย-ชิลี ผ่านดิจิทัลเต็มรูปแบบ อำนวยความสะดวกให้ผู้ส่งออกขอหนังสือรับรอง ติดตามสถานะออนไลน์ได้ 24 ชั่วโมง

พาณิชย์ชี้เป้าใช้ช่องทางออนไลน์ CBEC ขายเครื่องสำอางชาวจีน

กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP) สำรวจตลาดและพฤติกรรมการบริโภคเครื่องสำอางของชาวจีน พบมีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่อง คาดมูลค่าแตะ 2.895 ล้านล้านบาทในปี 69 เผยชาวจีนให้ความสำคัญกับประสิทธิภาพ ส่วนผสม และแบรนด์ เน้นซื้อผ่านช่องทางออนไลน์ ซื้อผ่านช่องทางของแบรนด์ และหน้าร้านค้า ชอบบรรจุภัณฑ์เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม แนะผู้ประกอบการไทยที่ต้องการเจาะตลาด ใช้ช่องทางออนไลน์ CBEC เปิดตัว กฎระเบียบไม่เข้ม ได้เว้นภาษี

‘คนละครึ่ง’ค้างเติ่ง เอกนิติชงไม่ทัน5พ.ค./หนูเร่งพ.ร.ก.กู้เงิน/ไทยช่วยไทยคึก

นายกฯ ยันเร่งดัน พ.ร.ก.กู้เงินเข้า ครม.อังคารที่ 5 พ.ค.นี้ ส่วน “เอกนิติ” บอกคนละครึ่งพลัสรอไปก่อน อ้างต้องรอสรุปตัวเลขงบประมาณที่เหลือ “อนุทิน”