สศก. ถอดบทเรียนปัญหาพื้นที่เพาะปลูกทับซ้อน เตรียมใช้ Machine Learning หนุนการจัดทำแผนที่เกษตรกรรม

นางธัญธิตา บุญญมณีกุล รองเลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า จากที่ สศก. มีภารกิจในการจัดทำและบริหารจัดการข้อมูลสารสนเทศการเกษตร ที่ผ่านมา ศูนย์สารสนเทศการเกษตร ได้ดำเนินการจัดทำแผนที่แหล่งเพาะปลูกจากข้อมูลภาพถ่ายดาวเทียมในพืชเศรษฐกิจหลักของประเทศจำนวน 5 ชนิด ได้แก่ ข้าว  มันสำปะหลังโรงงาน สับปะรด ปาล์มน้ำมัน และยางพารา โดยอาศัยการแปลวิเคราะห์ด้วยสายตาจากข้อมูลภาพถ่ายดาวเทียมรายละเอียดปานกลาง (Medium Resolution Satellite Image) จากกลุ่มดาวเทียม Sentinel-2 และ Landsat 8-9 OLI/TIRS เพื่อสร้างฐานข้อมูลเชิงพื้นที่ที่มีความแม่นยำสูง สำหรับนำมาจัดทำแผนที่แหล่งเพาะปลูกที่มีความเป็นเอกภาพ สอดคล้องกัน

อย่างไรก็ตาม ที่ผ่านมา สศก. ได้ดำเนินการแปลวิเคราะห์พื้นที่เพาะปลูกเป็นการดำเนินงานแยกรายสินค้าพืช เพื่อให้ทราบขนาดเนื้อที่เพาะปลูก เนื้อที่ยืนต้นของพืชแต่ละชนิด ซึ่งจากการรายงานผลการวิเคราะห์ข้อมูลพื้นที่เพาะปลูกพืชเศรษฐกิจ 5 ชนิด โดยใช้ภาพถ่ายดาวเทียมในปี 2567 พบว่า ผลการแปลและวิเคราะห์ภาพถ่ายดาวเทียมในพืชแต่ละชนิด มีการแปลพื้นที่เพาะปลูกของพืชเหล่านี้ที่ซ้อนทับกันมากกว่า 1 ล้านไร่ อันเนื่องมาจากข้อจำกัดทางด้านรายละเอียดเชิงพื้นที่และรายละเอียดเชิงคลื่นของภาพถ่ายดาวเทียม จึงทำให้เกิดความคลาดเคลื่อนของผลการแปล ทาง สศก. จึงจำเป็นต้องลงพื้นที่ตรวจสอบและสำรวจจริง เพื่อนำข้อมูลที่ได้มาปรับปรุงให้ถูกต้อง ชัดเจน และไม่ซ้ำซ้อนกัน และจะนำข้อผิดพลาดนี้มาถอดบทเรียน (Lesson learned) ในกระบวนการจัดทำข้อมูลพื้นที่เพาะปลูกพืชเศรษฐกิจ โดยมีเป้าหมายว่าจะใช้แบบจำลอง Machine Learning (ML) มาช่วยวิเคราะห์และจำแนกประเภทการใช้ประโยชน์ที่ดินอย่างเป็นระบบ

ล่าสุด เจ้าหน้าที่ศูนย์สารสนเทศการเกษตร ได้ลงพื้นที่สำรวจในจังหวัดฉะเชิงเทรา ปราจีนบุรี และสระแก้ว ระหว่างวันที่ 19 - 23 พฤษภาคม 2568 เก็บตัวอย่างแปลงเพาะปลูกจำนวน 300 แปลง โดยมุ่งเก็บข้อมูลในพื้นที่ที่มีผลการแปลวิเคราะห์เนื้อที่เพาะปลูกทับซ้อนกัน และนำข้อมูลมาวิเคราะห์ร่วมกับเทคโนโลยีดัชนีพืชพรรณ (Vegetation Index) 4 วิธี ได้แก่ ดัชนีความแตกต่างของพืชพรรณแบบนอร์มอลไลซ์ (Normalized Difference Vegetation Index: NDVI), ดัชนีพืชพรรณปรับแก้หน้าดิน (Soil-Adjusted Vegetation Index: SAVI), ดัชนีความแตกต่างในช่วงขอบความยาวคลื่นสีแดงแบบนอร์มอลไลซ์ (Normalized Difference Red Edge: NDRE) และดัชนีปริมาณคลอโรฟิลด์ (Chlorophyll Index: CHI) ซึ่งใช้วัดปริมาณคลอโรฟิลล์ในใบพืชและคุณลักษณะการสะท้อนแสงเชิงคลื่นของใบ เพื่อดูว่าแปลงนั้นปลูกพืชอะไรอยู่ จากนั้นจึงนำข้อมูลที่สำรวจได้ มาแบ่งเป็นชุดข้อมูลฝึกหัดและทดสอบ เพื่อฝึกแบบจำลองปัญญาประดิษฐ์ (AI) ที่เรียกว่า XGBoost ให้สามารถวิเคราะห์และแยกประเภทการใช้ประโยชน์พื้นที่ได้อัตโนมัติ ซึ่งจะช่วยแก้ปัญหาการแปลและวิเคราะห์ภาพถ่ายดาวเทียมผิดพลาด อันเป็นสาเหตุสำคัญของการเกิดพื้นที่ทับซ้อนของเนื้อที่เพาะปลูกพืชแต่ละชนิดได้

ผลการทดลองพบว่า แบบจำลองดังกล่าวสามารถทำนายประเภทการใช้ประโยชน์ที่ดิน  ได้ถูกต้องประมาณร้อยละ 55 ตัวอย่าง กล่าวคือ หากเกิดปัญหาผลการแปลพื้นที่เพาะปลูกของพืชทับซ้อนกันจำนวน 100 แปลง แบบจำลองนี้ จะสามารถทำนายการใช้ประโยชน์ที่ดินที่แท้จริงของบริเวณดังกล่าวได้ถูกต้องถึง 55 แปลง  ซึ่งแม้ยังไม่แม่นยำมาก แต่ก็ถือเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีในการพัฒนาต่อไป อย่างไรก็ตาม ความคลาดเคลื่อนที่เกิดขึ้น ส่วนหนึ่งมาจากการเก็บตัวอย่างในแปลงที่เพิ่งเริ่มปลูก ซึ่งต้นพืช   ยังเล็ก มีจำนวนใบน้อย ทำให้การสะท้อนแสงเชิงคลื่นจากพื้นดินรบกวนการประมวลผล ดังนั้น สศก. จะมีการปรับปรุงและคัดเลือกแปลงที่ต้นพืชเติบโตเต็มที่ เพื่อให้การวิเคราะห์จากภาพถ่ายดาวเทียมมีความแม่นยำมากขึ้น และนำไปใช้ประกอบการวางแผนด้านการเกษตรของประเทศได้อย่างมีประสิทธิภาพต่อไป

 

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

สศก. ยกระดับ 1,010 ศกอ. เชื่อมข้อมูลพื้นที่สู่การวางแผนเกษตร ชูทักษะดิจิทัล วิเคราะห์สถานการณ์ ถ่ายทอดความรู้

นายครองศักดิ์ สงรักษา รองเลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) เปิดเผยว่า เศรษฐกิจการเกษตรอาสา หรือ ศกอ. เป็นเครือข่ายภาคประชาชนที่มีบทบาทสำคัญในการเชื่อมโยงการทำงานระหว่าง สศก.

สศก. ดันโมเดล ASP จับคู่บริการเครื่องจักรกลเกษตรช่วยเกษตรกร รับมือแรงงานสูงวัย

นายพีรพันธ์ คอทอง เลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) เปิดเผยว่า กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ให้ความสำคัญกับการยกระดับภาคเกษตรไทยด้วยเทคโนโลยีและนวัตกรรม เพื่อช่วยเกษตรกรเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต และรับมือกับข้อจำกัดด้านแรงงานภาคเกษตรที่เข้าสู่สังคมสูงวัย โดยเฉพาะการส่งเสริมการใช้ เครื่องจักรกลทางการเกษตร ควบคู่กับการพัฒนา ผู้ให้บริการทางการเกษตร (Agricultural Service Provider: ASP)

สศก. ร่วมกับ กสก. ลุยต่อเนื่อง ปิดจ๊อบฐานข้อมูลเกษตร 75,000 หมู่บ้าน ดึง อกม. สำรวจพื้นที่คงเหลือ 18,000 หมู่บ้านผ่าน Frame-asa ปี 2569

นายพีรพันธ์ คอทอง เลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) เปิดเผยว่า ข้อมูลสารสนเทศการเกษตรที่ถูกต้องและเป็นปัจจุบัน เป็นพื้นฐานสำคัญในการวิเคราะห์สถานการณ์

สศก. เร่งวางแผนโลจิสติกส์เกษตร ปี 2571-2575 รับมือ Climate Change หนุน Green Logistics ยกระดับสินค้าเกษตรไทย

นายพีรพันธ์ คอทอง เลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) เปิดเผยว่า ระบบโลจิสติกส์ ภาคการเกษตร เป็นกลไกสำคัญในการเชื่อมโยงผลผลิตจากเกษตรกรสู่ตลาด ตั้งแต่การรวบรวม ขนส่ง แปรรูป กระจายสินค้า ไปจนถึงการส่งออก หากมีประสิทธิภาพจะช่วยลดต้นทุน รักษาคุณภาพผลผลิต เพิ่มโอกาสทางการตลาด และเสริมขีดความสามารถในการแข่งขันสินค้าเกษตรไทย

สศก. ใช้ Agri-Tech ปั้น 4 สินค้าเกษตรมูลค่าสูง ชูโมเดลธุรกิจรายพื้นที่ เพิ่มมูลค่า–ส่งต่อรายได้ถึงเกษตรกร

นายพีรพันธ์ คอทอง เลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) เปิดเผยภายหลังเป็นประธาน เปิดการสัมมนาผลงานวิชาการสินค้าเกษตรมูลค่าสูงด้วย Agri-Tech

กองทุน FTA เดินหน้าปั้น 13 โครงการเกษตร จัดอบรมเข้ม “MOU-Driven Advanced Project” ยกระดับข้อเสนอโครงการสู่การแข่งขันการค้าเสรี

นายพีรพันธ์ คอทอง เลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) ในฐานะประธานกรรมการบริหารกองทุนปรับโครงสร้างการผลิตภาคเกษตรฯ กล่าวว่า กองทุน FTA เป็นกลไกสำคัญในการช่วยเหลือเกษตรกร