
ทุกธุรกิจบนโลกใบนี้ล้วนเริ่มจาก “ความกลัว” ของมนุษย์-กลัวมืดจึงมีหลอดไฟ กลัวมองไม่เห็นจึงมีแว่นตา และในยุคที่โลกย้ายมาอยู่ในจอ ความกลัวรูปแบบใหม่ก็ผุดขึ้นเป็นรายวัน ตั้งแต่การกลัวรักษาโรคไม่หาย ไปจนถึงกลัวถูกหลอกออนไลน์ ซึ่งตัวเลขแจ้งความคดีออนไลน์สะสมเฉพาะถึงเดือนกันยายนที่ผ่านมาพุ่งทะลุ 32,625 ราย สะท้อนว่า “ความกลัว” ไม่ได้หายไปกับเทคโนโลยี แต่กลับถูกขยายด้วยอัลกอริทึมหรือข้อความเพียงไม่กี่บรรทัดบนหน้าจอ
ด้วยบริบทนี้ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) และภาคีเครือข่าย จึงร่วมจัดงาน “สัปดาห์รู้เท่าทันสื่อ สารสนเทศ และดิจิทัล (MIDL Week 2025)” ภายใต้ธีม “ร่วมสร้างโลกออนไลน์ที่ดีกว่า” ตั้งเป้าจุดประกายให้เยาวชนไทยใช้สื่ออย่างมีสติ เสพ-แชร์อย่างรับผิดชอบ และรู้เท่าทันภัยออนไลน์ที่ซ่อนอยู่ในทุกมุมของโซเชียลในยุคที่ AI สร้างเนื้อหาท่วมโลก ขึ้นเมื่อเร็วๆ นี้ ที่คณะนิเทศศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
หนึ่งในตัวอย่างเล็กๆ แต่สะท้อนภาพใหญ่ของความเปราะบางบนโลกออนไลน์ คือเรื่องของนักเรียนที่สั่งซื้อกล้องดิจิทัลมือสองราคา 1,500 บาท ผ่านออนไลน์ แต่เมื่อได้รับของจริงกลับพบว่ากล้องถ่ายกลางวันไม่ได้ ต้องซ่อมอีก 300 บาท เพื่อให้ใช้งานได้ ปรากฏว่าผู้ขายกลับโวยวายเมื่อถูกโพสต์เตือน และจบลงด้วยการคืนเงินทั้งหมด เท่ากับผู้ซื้อ “ได้กล้องฟรี” เพียงเพราะผู้ขายหวั่นเสียชื่อเสียง กรณีที่บอกไม่ชัดว่ากล้องเป็น รุ่น Night Vision ไม่ใช่กล้องทั่วไป เรื่องเล็กๆ แบบนี้ คือเส้นบางๆ ระหว่าง “สิทธิผู้บริโภค” และ “ความไม่รับผิดชอบ” ที่กำลังเกิดขึ้นทุกนาทีในโลกออนไลน์ไทย
เด็กไทยใช้สื่อสูงกว่ามาตรฐานโลก 'สติ' จึงสำคัญกว่าที่เคย

นางญาณี รัชต์บริรักษ์ ผู้อำนวยการสำนักสร้างเสริมระบบสื่อและสุขภาวะทางปัญญา สสส. เผยว่า ปี 2568 ประเทศไทยมีผู้ใช้อินเทอร์เน็ตถึง 65.4 ล้านราย หรือคิดเป็น 91.2% ของประชากร โดยเฉพาะเด็กวัย 15-24 ปี (Gen Z) ที่ใช้โซเชียลสูงถึง 99.2% สูงกว่ามาตรฐานโลกอย่างมีนัยสำคัญ แม้การใช้งานจะช่วยการเรียนรู้ แต่ “อีกด้านหนึ่งของเหรียญ” คือความเสี่ยง-ข่าวลวง กลโกงออนไลน์ และการกลั่นแกล้งดิจิทัลที่สะท้อนผ่านผลสำรวจปี 2567 ว่า 58% ของ Gen Z รู้สึกถูกกดดันจากโซเชียล และกว่า 53% ได้รับผลกระทบด้านจิตใจ
ยิ่งไปกว่านั้น แนวโน้มในปี 2569 คาดว่า กว่า 90% ของเนื้อหาบนโลกออนไลน์จะถูกสร้างโดย AI ขณะที่คดีหลอกลวงออนไลน์ในปีที่ผ่านมาเฉียด 7.7 แสนคดี มูลค่าความเสียหายกว่า 90,000 ล้านบาท หรือเฉลี่ยวันละ 77 ล้านบาท ตัวเลขเหล่านี้คือสัญญาณเตือนว่า หากสังคมไทยไม่เร่งพัฒนา “ภูมิคุ้มกันดิจิทัล” คนรุ่นใหม่จะถูกกลืนโดยข้อมูลเท็จเร็วกว่าที่เคย
คลิป 'องค์ลงเมื่ออยู่หน้าจอ' และ 3 องค์ในใจมนุษย์ดิจิทัล

ภายในงานยังได้เปิดตัวคลิปรณรงค์ “องค์ลงเมื่ออยู่หน้าจอ” ถ่ายทอดปัญหาออนไลน์ผ่านตัวละครเชิงสัญลักษณ์ 3 องค์ในใจผู้ใช้สื่อ
องค์เจ้าแม่ช่างแซะ ที่ดึงให้เราแสดงความคิดเห็นรุนแรงจนทำร้ายผู้อื่นโดยไม่รู้ตัว
องค์เจ้าพ่อซี้ซั้ว ที่เร่งให้แชร์ข่าวเร็วกว่าแหล่งจริงจนก่อทัวร์ลง
องค์โลภะ ที่ทำให้หลงดีลเด็ดและตกเป็นเหยื่อมิจฉาชีพในที่สุด
คลิปนี้ต้องการเตือนว่า “สติ” คือเกราะป้องกันสำคัญที่สุดในยุคที่ข้อมูลไหลเร็วกว่าเหตุผล การตระหนักรู้ก่อนเสพ ก่อนเชื่อ และก่อนแชร์ จะช่วยให้เราอยู่กับโซเชียลได้โดยไม่ถูก “องค์” ใดครอบงำ
โลกหลอน ความเงียบ และ SIM ม้า-เมื่ออาชญากรรมออนไลน์ล้ำเส้นชีวิตจริง

น.ส.เข็มพร วิรุณราพันธ์ ผู้จัดการมูลนิธิส่งเสริมสื่อเด็กและเยาวชน กล่าวว่า ปัจจุบันเราอยู่ใน “โลกหลอน” ที่ปฏิสัมพันธ์ลดลง และความเหงาถูกแทนที่ด้วยมิจฉาชีพที่ฉวยทุกช่องว่าง ทั้งการปลอมเป็นตำรวจ โทร.หลอกผ่านเบอร์ลงทะเบียนปลอม หรือการทำ “Cyber Click” ที่ตั้งใจตีสนิทเหยื่อ เธอย้ำว่า คำว่า “ปลอดภัยไว้ก่อน” อาจเป็นประโยคเดียวที่ช่วยป้องกันความเสียหายได้ดีที่สุดในยุคที่คนเชื่อสิ่งไม่จริงง่ายขึ้น เพราะความโกรธ ความโลภ และความเหงาของตนเอง
ยูเนสโกชูธีม 'Minds Over AI'-มนุษย์ต้องคุมเทคโนโลยี ไม่ใช่ถูกคุม
ปี 2568 ยูเนสโกกำหนดธีม Global MIL Week ว่า “Minds Over AI-MIL in Digital Spaces” สอดคล้องกับ MIDL Week 2025 ของไทยที่เน้นให้เยาวชนตรวจสอบสื่อให้เป็น และรู้เท่าทันอารมณ์ตนเอง โดยจัดเวทีเสวนา “STAY SATI : รู้ทันองค์ในใจ” เพื่อเปิดบทสนทนาเรื่องสติในโลกดิจิทัลที่กำลังถูก AI เขย่าโครงสร้างความจริงจนสังคมแทบแยกไม่ออกว่าอะไรจริง อะไรปลอม
AI ไม่ใช่คู่แข่ง แต่มนุษย์ต้องนำด้วยสติ

รศ.ดร.อลงกรณ์ ปริวุฒิพงศ์ จากจุฬาฯ ชี้ว่า ในวันที่ AI ผลิตข้อมูลได้เร็วระดับสายตา สิ่งเดียวที่เทคโนโลยีไม่มีคือ “หัวใจและศีลธรรม” มนุษย์จึงต้องเป็นผู้คุมทิศทาง ไม่ใช่ยอมให้ AI ชี้นำความคิด เขามองว่าการผสานพลังระหว่าง “ความคิดและคุณค่า” ของมนุษย์ กับ “ความสามารถ” ของ AI จะช่วยทำให้โลกนี้ฉลาดขึ้น ไม่ใช่แตกสลายกว่าเดิม
ข่าวลวง-อารมณ์-อคติ : วงจรอันตรายที่ทำให้คนแชร์ก่อนคิด
น.ส.สุภิญญา กลางณรงค์ ผู้ก่อตั้ง COFACT ระบุว่า ข่าวลวงมักไม่เกี่ยวกับ “ข้อมูล” เท่ากับ “อารมณ์” เพราะเมื่ออารมณ์พุ่ง อคติจะนำหน้าเหตุผล ทำให้คนแชร์ต่อแบบซี้ซั้วโดยไม่ตรวจสอบ เธอเตือนว่าในยุคที่ AI ทำคอนเทนต์ได้ทุกแบบ เราต้องฝึก “ตรวจสอบอารมณ์ก่อนตรวจสอบข่าว” และยึดหลัก Keep Calm & Fact Check เพื่อไม่ให้เราตกเป็นเหยื่อทั้งข้อมูลเท็จและเหยื่อของตัวเอง

การมาของ AI แบบสวมใส่ได้ ทั้ง Smart Glass, AR Glass หรือแว่นตา AI ที่มองเห็นภาพระดับสายตาแบบเรียลไทม์ อาจทำให้ชีวิตสะดวก แต่ยิ่งต้องใช้สติให้มากขึ้น เพราะข้อมูลที่ล้นทะลักผ่านสายตาอาจส่งผลกระทบต่อจิตวิญญาณโดยไม่รู้ตัว.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
แถลงการณ์ขบวนการสร้างเสริมสุขภาพประชาชน และภาคีเครือข่าย
พวกเรา 491 องค์กร ตามรายชื่อแนบท้าย ได้มารวมตัวเพื่อแสดงเจตนารมณ์ให้นายอนุทิน ชาญวีรกุล และพรรคภูมิใจไทย ถอนร่าง หรือไม่รับรอง ร่างแก้ไขพระราชบัญญัติ 4 ฉบับ ซึ่งเดิมให้จัดสรรเงินเพื่อสนับสนุนภารกิจเฉพาะด้านขององค์กรและกองทุนตามที่กฎหมายบัญญัติ (Earmarked Tax) ไปสู่ระบบการจัดสรรงบประมาณรายจ่ายประจำปี
WHO FCTC ยกโมเดล สสส. ต้นแบบโลก ควบคุมยาสูบสกัดอุตสาหกรรมบุหรี่รุกเยาวชน
บุหรี่ในวันนี้ไม่ได้แข่งขันกันเพียงเรื่องรสชาติหรือรูปแบบผลิตภัณฑ์ แต่กำลังเผชิญความท้าทายที่ซับซ้อนขึ้น เมื่อผลิตภัณฑ์นิโคตินถูกพัฒนาให้มีรูปลักษณ์น่าดึงดูด กลิ่นและรสชาติหลากหลาย ตลอดจนใช้ช่องทางดิจิทัลเข้าถึงผู้บริโภคกลุ่มใหม่ โดยเฉพาะเด็กและเยาวชนที่ยังขาดประสบการณ์ในการประเมินความเสี่ยงด้านสุขภาพ สิ่งที่น่ากังวลจึงไม่ใช่เพียงการเริ่มสูบ แต่คือการทำให้การทดลองเพียงครั้งเดียวพัฒนาไปสู่การเสพติดที่เลิกได้ยาก
เปิดสเปกจัดเต็ม ! “Human Intelligence x Google” กางรายละเอียด Gemini Enterprise เพื่อคนไทย 5 แสนราย
เดินหน้าผนึกพันธมิตรเทคโนโลยีระดับโลก Google, NVIDIA, Microsoft และ Byteplus ขยายเครื่องมือ AI ครอบคลุมตั้งแต่ผู้เริ่มต้นถึงนักพัฒนา มุ่งสร้างโอกาสคนไทยเข้าถึงเทคโนโลยีอย่างเท่าเทียม
"สมาพันธ์ฯ" ออกแถลงการณ์โต้ "เอกภพ" โฆษก รบ. หลังโพสต์แขวะใช้เงินภาษีจัดประชุมกินหรูอยู่สบาย ยันประชุมสนับสนุนนโยบายควบคุมยาสูบระดับจังหวัดของ สธ. แจงสถานที่เป็นของพันธมิตรภาคเอกชน ไม่ได้ใช้งบ สสส.
เมื่อวันที่ 26 ต.ค. 2569 สมาพันธ์เครือข่ายแห่งชาติเพื่อสังคมไทยปลอดบุหรี่ ได้ออกแถลงการณ์เมื่อวันที่ 25 ต.ค. ที่ผ่านมา เพื่อชี้แจงข้อเท็จจริงกรณี นพ.เอกภพ เพียรพิเศษ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี
WHO ส่งจม.เปิดผนึก ถึง 'นายกฯอนุทิน' หนุนรบ. คงเสถียรภาพการเงินการคลัง 'กองทุนสสส.'
WHO ส่ง จม.เปิดผนึกถึงนายกฯ อนุทิน คงเสถียรภาพการเงินการคลังกองทุน สสส. แนะคงภาษีเหล้า-บุหรี่ สร้างงานสร้างเสริมสุขภาวะให้ต่อเนื่องต่อยอด ยก สสส. ต้นแบบนวัตกรรม การลงทุนสร้างเสริมสุขภาพ-ป้องกันโรคที่ยั่งยืน อธิการบดีมหิดล เห็นพ้องจี้รัฐบาลเปลี่ยนท่าทีฟังเสียงประชาชน

