รศ.ดร.ยุทธพร อิสรชัย อาจารย์ประจำคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช ให้ความเห็นกรณีการปรากฏตัวของ นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ที่พรรคภูมิใจไทยว่า มีความเป็นไปได้หลายแนวทางทางการเมือง ทั้งการเป็นหนึ่งในแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี หรือการเป็นผู้สมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ
อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ค่อนข้างชัดเจนคือ หากพรรคภูมิใจไทยได้เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล งานด้านการต่างประเทศจะถูกสานต่อโดยนายสีหศักดิ์ หรือในกรณีที่เกิดการพลิกล็อกทางการเมือง พรรคภูมิใจไทยไม่ได้เป็นแกนนำแต่เข้าร่วมรัฐบาล และได้รับโควตารัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ นายสีหศักดิ์ก็จะกลับมาดำรงตำแหน่งเดิมที่มีความเชี่ยวชาญและคุ้นเคย
รศ.ดร.ยุทธพร ระบุว่า นายสีหศักดิ์ ไม่ได้เป็น “ตัวจุดกระแส” ทางการเมืองให้พรรคภูมิใจไทย แต่การปรากฏตัวสะท้อนให้เห็นชัดว่า พรรคให้ความสำคัญกับ “คนทำงาน” และความเหมาะสมกับตำแหน่ง ยกตัวอย่างแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรค ไม่ว่าจะเป็น นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง รวมถึง นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ซึ่งล้วนเป็นตำแหน่งสำคัญในเชิงบริหารประเทศ
สำหรับบทบาทของนายสีหศักดิ์ ในตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศที่ผ่านมา รศ.ดร.ยุทธพร มองว่า เป็นการเลือกคนได้เหมาะสมกับงาน โดยหลายรัฐบาลก่อนหน้านี้มีการแต่งตั้งรัฐมนตรีต่างประเทศที่ไม่สอดคล้องกับภารกิจเท่าที่ควร จนกระทั่งมาถึงนายสีหศักดิ์ ซึ่งทำให้สังคมรู้สึกพึงพอใจกับผลงาน โดยเฉพาะการรับมือกับปัญหาชายแดนไทย–กัมพูชาในช่วงที่ผ่านมา
เมื่อถูกถามถึงโอกาสที่นายสีหศักดิ์จะคัมแบ็กกลับมาเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ รศ.ดร.ยุทธพร ระบุว่า มีโอกาสค่อนข้างสูง เนื่องจากโอกาสที่ นายอนุทิน ชาญวีรกูล จะกลับมาเป็นนายกรัฐมนตรีมีมากกว่าครึ่ง แม้พรรคภูมิใจไทยอาจได้คะแนนเป็นอันดับ 2 แต่เชื่อว่าสุดท้ายจะสามารถรวมเสียงจัดตั้งรัฐบาลได้ จากความสามารถในการประสานและสร้างความรอมชอมทางการเมือง
รศ.ดร.ยุทธพร ประเมินว่า คะแนนของพรรคภูมิใจไทยกับพรรคประชาชนจะไม่ทิ้งห่างกันมาก ขณะที่พรรคเพื่อไทยมีแนวโน้มถอยลงมาเป็นอันดับ 3 โดยพรรคการเมือง 3 อันดับแรกจะได้จำนวน ส.ส.ใกล้เคียงกัน ไม่ขาดลอย ทำให้การเลือกตั้งครั้งนี้มีความเข้มข้นและสูสีทางการเมืองมากขึ้น อย่างไรก็ดี พรรคภูมิใจไทยยังถือว่ามีภาษีดีกว่าในการจัดตั้งรัฐบาล จับสัญญานจากการทยอยเข้าร่วมของกลุ่มการเมืองต่างๆ ทั้งบ้านเล็ก บ้านใหญ่ ที่เพิ่มน้ำหนักทางการเมืองให้กับพรรคน้ำเงินอย่างมีนัยสำคัญ.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
เปิดฉากUNCLOS สีหศักดิ์ฟาดเขมร อย่าริฮุบ‘เกาะกูด’
“สีหศักดิ์” กล่าวเปิดประชุม UNCLOS ปูพื้นปัญหาขัดแย้ง ซัดการเมืองภายในกัมพูชามีอิทธิพลต่อการปลุกกระแสว่าถูกกลั่นแกล้ง
'โฆษกภท.' ลั่น ไม่หนักใจแต่แรก มั่นใจไม่มีส่วนเกี่ยวข้องฮั้วสว.
ที่รัฐสภา น.ส.แนน บุณย์ธิดา สมชัย รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ในฐานะโฆษกพรรคภูมิใจไทย ให้
'โบว์' ตอกเพื่อไทย 'เขากระโดง' ไม่อาจจบใน 1 เดือน 'คดีฮั้วสว.' ไม่อาจจบด้วยอำนาจการเมือง
โบว์ ณัฏฐา หรือ น.ส.ณัฏฐา มหัทธนา พิธีกรรายการวิเคราะห์ข่าว นักเคลื่อนไหวทางการเมือง โพสต์ข้อความว่าด้วยความเคารพต่อทุกฝ่า
ประธาน กกต. แจงสาเหตุไม่สั่งฟ้องภูมิใจไทย พบคุย 'อนุทิน-เนวิน' ที่พูลแมน ไร้หลักฐานเอาผิด
"ณรงค์" ประธาน กกต. แจงยิบยกคำร้อง 21 นักการเมือง ชี้พยาน 3 ปากกลับคำ–ไร้น้ำหนัก พบพยานรหัส 16/26 คดีเก่าติดตัว ยันเส้นเงินสะอาด แม้พบโผล่คุย "อนุทิน-เนวิน" ที่พูลแมน ไร้หลักฐานมัดผิด พร้อมโต้ไม่ได้ฟอกขาวนักการเมือง ชี้มติชุดสอบสวนไม่ผูกมัด ยืนยันประสานดีเอสไอ แกะรอยเส้นเงิน–การใช้โทรศัพท์ต่อเนื่องไปทำคดีต่อเองได้
กกต. ฟัน 77 ราย 'คดีฮั้ว สว.' ส่งศาลฎีกา 26 สว. ภูมิใจไทยรอด
กกต.แถลงมติคดีฮั้วเลือก สว. ส่งศาลฎีกา 77 ราย เป็น สว.ปัจจุบัน 26 คน ผู้มีสิทธิเลือก สว. 36 คน และบุคคลอื่น 15 คน ขณะที่กลุ่มรัฐมนตรี สส. และกรรมการบริหารพรรคภูมิใจไทย 21 คน ไม่มีรายใดถูกส่งฟ้อง
14ก.ย.ชี้ชะตา 'กระดานการเมือง' คดีฮั้ว สว.กำหนดทิศทางประเทศ
วันจันทร์ที่ 14 กันยายนนี้ ถือเป็นวันที่กำหนดทิศทางการเมืองของประเทศไทยอีกครั้ง หลังคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) จะวินิจฉัยและลงมติคดีฮั้วเลือกสมาชิกวุฒิสภา (สว.)

