ภูมิใจไทยชูนโยบาย “คนละครึ่งพลัส – การศึกษา Data Driven – ดูแลผู้สูงวัย – ปราบสแกมเมอร์” เดินหน้าพัฒนาพญาไท–ดินแดงสู่เศรษฐกิจสีขาวอย่างยั่งยืน

กรุงเทพมหานคร – นายนรเสฏฐ์ เธียรประสิทธิ์ หรือ “ครูพรีมมี่” ผู้สมัครรับเลือกตั้งสส.เขตพญาไท–ดินแดง เบอร์ 13 พรรคภูมิใจไทย เปิดเผยแนวนโยบายสำคัญของพรรคในการยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชน ครอบคลุมมิติด้านเศรษฐกิจ การศึกษา ดูแลผู้สูงวัย ความมั่นคง และการพัฒนาเมือง พร้อมยืนยันเจตนารมณ์ในการผลักดันพื้นที่พญาไท–ดินแดงให้เป็นเขตเศรษฐกิจโปร่งใส มีระบบ และเอื้อต่อการลงทุนอย่างยั่งยืน

หนึ่งในนโยบายหลักที่ได้รับความสนใจจากประชาชน คือ โครงการ “คนละครึ่งพลัส” ซึ่งเป็นการต่อยอดจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจที่เคยดำเนินการมาแล้ว โดยมุ่งแบ่งเบาภาระค่าครองชีพของประชาชน ควบคู่กับการกระตุ้นกำลังซื้อและเสริมสภาพคล่องให้ผู้ประกอบการรายย่อยทั่วประเทศ โดยครูพรีมมี่ระบุว่า หากพรรคภูมิใจไทยได้รับโอกาสบริหารประเทศ จะมีการเดินหน้าโครงการในเฟสถัดไปอย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างแรงขับเคลื่อนให้ระบบเศรษฐกิจฐานรากฟื้นตัวอย่างมั่นคง

ในด้านการศึกษา พรรคภูมิใจไทยผลักดันแนวคิด “การศึกษาแบบ Data Driven” เพื่อเชื่อมโยงระบบการเรียนรู้กับความต้องการของตลาดแรงงานอย่างเป็นรูปธรรม โดยใช้เทคโนโลยีดิจิทัลและระบบปัญญาประดิษฐ์ (AI) วิเคราะห์แนวโน้มอาชีพและทักษะที่จำเป็น เปิดโอกาสให้ประชาชนทุกช่วงวัยสามารถเข้าถึงการเรียนรู้ผ่านระบบออนไลน์ภายใต้แนวคิด “เรียนฟรี เรียนได้ทุกที่ ทุกเวลา” ตั้งแต่ระดับพื้นฐานจนถึงระดับอุดมศึกษา รองรับการอัปสกิลและรีสกิลตลอดชีวิต เพื่อลดปัญหาเรียนจบแล้วไม่ตรงกับความต้องการของตลาดแรงงาน

แนวคิดดังกล่าวยังรวมถึงการเชื่อมโยงฐานข้อมูลของหน่วยงานของรัฐ อาทิ ระบบการศึกษา ตลาดแรงงาน และหน่วยงานกำกับดูแล เพื่อให้ครู สถานศึกษา และผู้เรียนสามารถวางแผนการเรียนรู้ได้อย่างแม่นยำ สร้างระบบแนะแนวอาชีพที่มีประสิทธิภาพ และเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขันของแรงงานไทยในระยะยาว

สำหรับการเตรียมความพร้อมสู่ สังคมผู้สูงวัย พรรคภูมิใจไทยมีนโยบายเพิ่มศูนย์ดูแลผู้สูงอายุให้ครอบคลุมทุกอำเภอทั่วประเทศ โดยเปิดโอกาสให้ภาคเอกชนเข้ามาลงทุนบนพื้นที่ของรัฐ เพื่อเพิ่มจำนวนศูนย์ดูแลให้เพียงพอต่อความต้องการ พร้อมพัฒนาระบบดูแลแบบครบวงจร ครอบคลุมด้านสุขภาพ รายได้ และคุณภาพชีวิต เพื่อให้ผู้สูงอายุสามารถดำรงชีวิตอย่างมั่นคงและมีศักดิ์ศรี

ในด้านความมั่นคงและการคุ้มครองผลประโยชน์ของประเทศ ครูพรีมมี่เน้นย้ำจุดยืนของพรรคในการ ปราบปรามกลุ่มสแกมเมอร์ ทุนสีเทา และการลักลอบนำเข้าสินค้าเกษตรผิดกฎหมาย ซึ่งส่งผลกระทบต่อเกษตรกรไทยและระบบเศรษฐกิจ พร้อมยืนยันไม่สนับสนุนนโยบายกาสิโน และมุ่งสร้างระบบเศรษฐกิจที่โปร่งใส ตรวจสอบได้

“ทั้งนี้ สำหรับนายทุนที่ทำไม่ถูกต้องตามกฎหมายหรือทุนเทาสามารถทำให้ถูกต้องตามกฎหมายไทยได้ ซึ่งนายทุนอาจจะไม่ทราบว่าต้องทำอย่างไรบ้าง ดังนั้นเราจะเป็นตัวเชื่อมระหว่างนายทุนกับภาครัฐให้ทุกอย่างทำถูกต้องตามระบบและถูกกฎหมายได้ เพราะตนเชื่อว่าไม่มีใครอยากเป็นทุนเทาแน่นอน”

สำหรับพื้นที่พญาไท–ดินแดง ซึ่งเป็นเขตเศรษฐกิจสำคัญใจกลางกรุงเทพมหานคร มีนักลงทุนต่างชาติเข้ามาดำเนินธุรกิจจำนวนมาก โดยเฉพาะภาคบริการ โรงแรม และร้านอาหาร ครูพรีมมี่เสนอแนวคิดการจัดตั้ง One Stop Service ภาษาจีน เพื่ออำนวยความสะดวกให้นักลงทุนสามารถติดต่อราชการได้โดยตรง ลดการพึ่งพาคนกลาง และสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องในกฎหมายและระเบียบของไทย อันจะช่วยยกระดับพื้นที่ให้เป็น “เศรษฐกิจสีขาว” ที่โปร่งใสและยั่งยืน

ในมิติด้านสาธารณสุข ครูพรีมมี่สะท้อนปัญหาการเข้าถึงบริการทางการแพทย์ของประชาชนในพื้นที่ดินแดง ซึ่งมีประชากรจำนวนมากแต่ยังไม่มีโรงพยาบาลประจำเขต ทำให้ประชาชนต้องเดินทางไปรับบริการในพื้นที่ใกล้เคียง ส่งผลต่อความสะดวกและความปลอดภัย โดยมีแนวคิดผลักดันให้เกิดโรงพยาบาลในพื้นที่ เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนกลุ่มเปราะบาง เช่น ผู้สูงอายุ เด็ก และผู้พิการ

ขณะเดียวกัน ยังมีนโยบายสนับสนุนด้านพลังงานและต้นทุนชีวิต เช่น การปรับลดค่าไฟฟ้าให้เหลือประมาณ 3 บาทต่อหน่วย เพื่อลดภาระค่าใช้จ่ายของครัวเรือน รวมถึงการส่งเสริมการใช้ยานยนต์ไฟฟ้า เพื่อช่วยลดมลพิษและสนับสนุนสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน และนโยบายทหารอาสาเงินเดือน 12,000 บาทต่อเดือน สัญญาจ้าง 4 ปีเพื่อให้ทหารมีรายได้ที่มั่นคงที่ชัดเจนพร้อมกับพยาบาลอาสาเงินเดือน 15,000 บาทต่อเดือน สัญญาจ้าง 4 ปีด้วย

ครูพรีมมี่กล่าวเพิ่มเติมว่า พรรคภูมิใจไทยยึดหลักการทำงาน “พูดแล้วทำ” และได้แสดงผลงานเชิงประจักษ์ในช่วงที่ผ่านมา ทั้งการกระตุ้นเศรษฐกิจ การขยายตลาดการค้าระหว่างประเทศ และการดูแลผลประโยชน์ของประเทศ พร้อมเชิญชวนประชาชนในพื้นที่พญาไท–ดินแดง และกรุงเทพมหานคร ร่วมสนับสนุนการขับเคลื่อนนโยบาย เพื่อสร้างการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างที่ยั่งยืนในอนาคต

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

'จุลพันธ์' แบะท่าร่วมรัฐบาลภูมิใจไทย บอกไม่มีข้อจำกัด เป็นไปได้ทุกอย่าง

"จุลพันธ์" เผยยังไม่ถูก "ภูมิใจไทย" ทาบตั้งรัฐบาล บอกอะไรก็เกิดขึ้นได้ อยู่ที่อุดมการณ์-แนวคิด-นโยบาย รับเสียใจเล็กน้อยแต่ตั้งหลักได้ เตรียมถอดบทเรียน ลั่นสูญพันธุ์อย่างไร เกือบ 80 ก็พรรคใหญ่

'ธรรมนัส' ลุ้น สส. เพิ่ม หลังขอ กกต. นับคะแนนใหม่อีกหลายเขต

ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ประธานที่ปรึกษาพรรคกล้าธรรม กล่าวถึงการรายงานผลคะแนนอย่างไม่เป็นทางการ ซึ่งล่าสุดพรรคกล้าธรรมได้ สส. ทั้งหมด 58 ที่นั่ง ว่า ตนยังมีความคาดหวังว่า จะมีคะแนนเสียงเพิ่มมากขึ้นหลังคะแนนเสียงปัจจุบันยังไม่นิ่งและมีหลายเขต

กกต. เผยมีเรื่องร้องทุจริตแล้ว 113 เรื่อง พบซื้อเสียงมากสุด ยันกัดไม่ปล่อย

กกต. เผยมีเรื่องร้องทุจริตแล้ว 113 เรื่อง พบซื้อเสียงมากสุด ยันกัดไม่ปล่อย พร้อมนำทุกเคสที่เป็นปัญหาการเลือกตั้งไปแก้ไข เร่งกรรมการประจำเขตรายงานผลเลือกตั้ง-ประชามติแบบสมบูรณ์ก่อนเผยแพร่ใบปิดหน้าหน่วยให้ประชาชนตรวจสอบ

'ชูศักดิ์' เผยแกนนำเพื่อไทยยังไม่ตัดสินใจเป็นรัฐบาลหรือฝ่ายค้าน ชี้เป็นเรื่องใหญ่มีผลต่ออนาคตพรรค

"ชูศักดิ์" เผยแกนนำยังไม่ตัดสินใจร่วม-ไม่ร่วมรัฐบาล ชี้ ต้องฟังเหตุผล มอง เป็นเรื่องใหญ่มีผลกับอนาคตเพื่อไทย รับผลเลือกตั้งต่ำกว่าที่ประเมินไว้

เลขาฯปชป. รับผิดคาดเล็กน้อย ได้ 22 ที่นั่ง พลาดเป้า 3-4 เขต ย้ำ 3 เงื่อนไขร่วมรัฐบาล

นายชัยวุฒิ บรรณวัฒน์ เลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ ให้สัมภาษณ์ถึงผลการเลือกตั้งว่า จากที่ติดตามผลอย่างไม่เป็นทางการ พรรคประชาธิปัตย์ ได้คะแนนมาเป็นอันดับหนึ่ง จำนวน 10 เขต ได้แก่ นครศรีธรรมราช 4 เขต คือ นายทรงศักดิ์ มุสิกอง ผู้สมัคร สส.นครศรีธรรมราช เขต1 นายพิทักษ์เดช เดชเดโช ผู้สมัคร สส.นครศรีธรรมราช

'ธรรมนัส' พอใจ 'กล้าธรรม' คว้า 58 ที่นั่ง ใกล้เคียงเป้าหมาย 60

ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ประธานที่ปรึกษาพรรคกล้าธรรม เปิดเผยถึงผลการนับคะแนนการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ที่แล้วเสร็จกว่า 95% ว่า โดยภาพรวมพึงพอใจ จากที่ตั้งเป้าไว้ที่ 60 ที่นั่ง แต่ได้ 58 ที่นั่งถือว่าเป็นไปตามเป้าหมาย แต่ยอมรับว่ามีบางเขตที่คาดว่าจะชนะแต่แพ้คะแนนนิดหน่อย แต่ภาพรวมดีใจที่มีบางเขตได้ที่นั่ง สส. เช่น แม่ฮ่องสอน-ร้อยเอ็ด โดยเฉพาะ สุพรรณบุรี ที่มั่นใจว่าจะได้ 2 ที่นั่ง แต่ชนะเพียง 1 ที่นั่งก็ตาม สำหรับความสำเร็จในครั้งนี้ ถือว่า เป็นตามยุทธศาสตร์ที่พรรคได้หาเสียง โดยเน้นการลงพื้นที่จริงเข้าถึงประชาชน นำเสนอนโยบายภาคการเกษตร ด้านน้ำและที่ดินทำกิน