ตรวจสอบข่าวลวงโลก 2569 18 องค์กรผนึกพลัง ช่วยเหยื่อตั้งสติก่อนสาย

ในยุคที่ข้อมูลไหลทะลักเหมือนน้ำท่วมทุกวินาที “ทุกคนคือแฟคเช็คเกอร์” ไม่ใช่คำพูดลอยๆ อีกต่อไป เมื่อวันที่ 2 เมษายน 2569 ณ หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ร่วมกับโคแฟค (ประเทศไทย) และภาคีเครือข่าย 18 องค์กร จัด “สัมมนาระดับชาติเนื่องในวันตรวจสอบข่าวลวงโลก” ภายใต้หัวข้อ “Lost in Information : When Disinformation Becomes a Global Risk” หรือ “เมื่อข้อมูลลวงกลายเป็นความเสี่ยงโลก” งานนี้ถ่ายทอดสดทางไทยพีบีเอส ทำให้ประชาชนทั่วประเทศได้ร่วมกันตั้งสติ ทบทวน และเสริมเกราะป้องกันตัวเองจาก “มิจฉาชีพดิจิทัล” ที่ฉลาดขึ้นทุกวัน

ย้อนไป 6 ปีก่อน โครงการโคแฟคเกิดขึ้นจากความร่วมมือของ สสส. กับภาคประชาสังคม เพื่อสร้าง “ตะเกียงส่องสว่าง” ในเขาวงกตของข่าวสารออนไลน์ วันนี้ขยายเครือข่ายเป็น 18 องค์กรที่ผนึกกำลังกันอย่างแน่นแฟ้น เหมือนโมเดลไต้หวันที่ 18 เครือข่ายรวมตัวกันสร้างนวัตกรรมตรวจสอบข่าวลวง งานนี้ไม่ใช่แค่สัมมนา แต่เป็นคำประกาศศรัทธาว่า “พลังประชาชน” สามารถต่อกรกับภัยคุกคามระดับโลกได้

โลกกำลัง “Lost in Information” ความเสี่ยงอันดับ 2 ของโลก

รายงาน Global Risks Report 2026 ของ World Economic Forum ระบุชัดเจนว่า โลกได้ก้าวจาก “ยุควิกฤตซ้อนวิกฤต” ไปสู่ “ยุคแข่งขันเต็มสูบ” และ “ข้อมูลเท็จ-การบิดเบือน” กลายเป็นความเสี่ยงอันดับ 2 รองจากความขัดแย้งทางภูมิเศรษฐกิจเท่านั้น ไม่ใช่แค่ข่าวปลอมธรรมดา แต่เป็น “อาวุธอารมณ์” ที่ผสมผสานด้วย AI และ Deepfake จนแทบแยกไม่ออก สร้างความแตกแยก สั่นคลอนความเชื่อมั่น และที่อันตรายที่สุดคือการโจมตีสุขภาพผู้คน

นพ.พงศ์เทพ วงศ์วัชรไพบูลย์ ผู้จัดการกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) กล่าวอย่างตรงไปตรงมาว่า “พวกเราได้รับคำสั่งสอนมาตั้งแต่เด็กว่าการโกหกเป็นสิ่งไม่ดี แต่ในระบบทุนนิยม ผู้ใหญ่โกหกเพื่อขายสินค้าเพื่อเงินทอง มันน่ากลัวมาก” ท่านยกตัวอย่างเพื่อนแม่วัย 84 ปี ข้าราชการบำนาญ ถูกหลอกทางออนไลน์จนเสียเงินล้านกว่าบาท “เราต้องใช้สุขภาวะทางปัญญาช่วยเหลือคนอื่น” ท่านอ้างคำของ อ.ประเวศ วะสี “โดยเฉพาะผู้สูงอายุที่เป็นเหยื่อผู้อ่อนแอที่สุด”

ประเทศไทยติดอันดับ 1 เอเชีย “เหยื่อตัวฉกาจ”

น.ส.สุภิญญา กลางณรงค์ ผู้ร่วมก่อตั้งโคแฟค (ประเทศไทย) เผยข้อมูลสะเทือนใจว่า ประเทศไทยติดอันดับ 1 ของเอเชียที่ถูกหลอกลวงทางออนไลน์ แม้จะมีกฎหมายเข้มงวดเรื่องการเมืองและสแกมเมอร์ แต่ “มิจฉาชีพ” ยังใช้ระบบจ้างวาน หลอกเอาเงินตั้งแต่พันถึงล้านบาททุกวัน คนไทยเกือบทุกคนเคยถูกหลอกมาแล้วหลายครั้ง จากซิมเบอร์โทรศัพท์ผิดกฎหมายที่โทรเข้ามาได้ง่ายดาย

“เปรียบเทียบกับจีน ไต้หวัน ญี่ปุ่น ที่มีระบบป้องกันข้อมูลส่วนบุคคลด้วย AI ความปลอดภัยสูง แต่คนไทยยังถูกหลอกถึง 25 ล้านครั้ง” น.ส.สุภิญญากล่าว “ปี 2568 เพียงปีเดียว ประชาชนส่งลิงก์ตรวจสอบข่าวบนแพลตฟอร์ม cofact.org ถึง 15,000 ครั้ง ข่าวสุขภาพ-การแพทย์ครองอันดับ 1 คิดเป็น 36% ตามด้วยการหลอกขายสินค้าปลอมและการเงิน 15% และภัยพิบัติ-เหตุการณ์ฉุกเฉิน 12%”

สิ่งที่น่าตกใจคือ มิจฉาชีพเล่นกับอารมณ์มนุษย์ 5 อย่าง : รัก โลภ โกรธ หลง กลัว และ “ความหวัง” อยากสวย อยากหายป่วย คนจึงคลิกเชื่อโดยไม่คิด

จากเหยื่อ…สู่พลเมืองดิจิทัลที่เข้มแข็ง

โคแฟคไม่ได้หยุดแค่ตรวจสอบข่าว แต่เปลี่ยนบทบาทประชาชนจาก “เหยื่อของข้อมูล” เป็น “พลเมืองดิจิทัลที่ตื่นรู้” แพลตฟอร์ม cofact.org เปิดให้ใช้งานฟรี ใครก็ตรวจสอบข่าวก่อนแชร์ได้ทันที ภายในงานยังมีกิจกรรมที่สร้างแรงบันดาลใจมากมาย

วงเสวนา “เมื่อข้อมูลลวงกลายเป็นความเสี่ยงโลก”

Lightning Talks “ทบทวนเรื่องเล่าเคล้าอคติสู่การแสวงหาความจริงร่วม” โดยภาคีไทยและต่างประเทศ

วงเสวนา “ทบทวน 5 ข่าวลวงแห่งปี” โดยแฟคเช็คเกอร์แนวหน้าของไทย

นิทรรศการสร้างทักษะตรวจสอบสื่อ

ไฮไลต์เด่นคือ นายโนอา โฮริกูชิ ซีอีโอ Classroom Adventure จากญี่ปุ่น นำเกมออนไลน์ “Ray’s Blog” มาให้ผู้เข้าร่วมทดลองเล่น เกมนี้ฝึกทักษะตรวจสอบภาพย้อนกลับ ระบุตำแหน่งวิดีโอด้วยแผนที่ และจับภาพที่สร้างด้วย AI ได้อย่างมืออาชีพ เด็กและเยาวชนเล่นแล้วสนุกไปด้วย เรียนรู้ไปด้วย สร้างพลเมืองดิจิทัลรุ่นใหม่ที่คิดวิเคราะห์เป็น

นอกจากนี้ ยังมีการระดมทุนขายเสื้อยืด สมุดบันทึก และสบู่ เพื่อช่วยโรงพยาบาลอุ้มผาง จังหวัดตาก ที่กำลังขาดสภาพคล่องทางการเงิน แสดงให้เห็นว่า “การตรวจสอบข่าวลวง” ยังเชื่อมโยงกับการช่วยเหลือสังคมจริงๆ

ตั้งสติก่อนสาย…ทุกคนทำได้

น.ส.สุภิญญากล่าวทิ้งท้ายว่า “โคแฟคมี Line Open Chat กว่า 500 คน เราต้องระวังมิจฉาชีพแฝงตัวเข้ามา แต่เราจะค่อยๆ ขยายเครือข่ายให้ใหญ่ขึ้น” โดยย้ำว่า “ยุคนี้คนเชื่อข่าวด้วยอารมณ์ ต้องโทรศัพท์สอบถามคนใกล้ชิด อย่าตัดสินใจคนเดียว ต้องเป็นที่พึ่งของตัวเอง”

เว็บไซต์ cofact.org และ Line OA : @Cofact เปิดให้ทุกคนใช้งานฟรี 24 ชั่วโมง ไม่มีค่าใช้จ่าย

ปิดท้ายด้วยข้อคิด

วันตรวจสอบข่าวลวงโลก ไม่ใช่แค่ “วันหนึ่ง” แต่เป็น “ทุกวัน” ในชีวิตดิจิทัลของเรา 18 องค์กรที่มาร่วมกันวันนี้ ส่งสัญญาณชัดเจนว่า เราจะไม่ยอมให้ข้อมูลลวงครอบงำสังคมอีกต่อไป

คุณพร้อมหรือยังที่จะ “Keep Calm and Fact Check”?

ก่อนกดแชร์…ก่อนโอนเงิน…ก่อนเชื่ออะไรก็ตาม

ลองหยุด 10 วินาที แล้วพิมพ์คำถามลงใน cofact.org ก่อน

เพราะการตั้งสติก่อนสาย… คือการช่วยตัวเอง และช่วยคนที่คุณรักให้รอดพ้นจากกับดักที่มองไม่เห็น

ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการเปลี่ยนแปลง เข้าไปที่ cofact.org หรือ Line @Cofact วันนี้ และบอกต่อให้คนรอบตัวรู้ว่า “ทุกคนคือแฟคเช็คเกอร์”

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Together We Can- “ThaiEconoMap” คืน “อำนาจข้อมูล” ให้คนตัวเล็ก สร้างสุขภาวะยั่งยืนจากฐานราก

ในโลกดิจิทัลที่ “คนรวยยิ่งรวย” อย่างรวดเร็ว แพลตฟอร์มยักษ์ใหญ่จากต่างประเทศกำลังกลืนกินเศรษฐกิจรายย่อยของไทย เรียกรถ สั่งอาหาร ซื้อขายออนไลน์ กลายเป็นโครงสร้างพื้นฐานใหม่ของชีวิตเมือง

ปล่อยบุหรี่พรากอนาคตเด็กไทย เมื่อ “ชุมชน” คือคำตอบหยุดวงจรบุหรี่ในเยาวชน

ปัญหาบุหรี่ในเยาวชนไทยกำลังขยายตัวในรูปแบบที่ซับซ้อนและน่ากังวล โดยเฉพาะการแพร่ระบาดของบุหรี่ไฟฟ้าที่เข้าถึงเด็กได้ง่าย รวดเร็ว และแนบเนียนกว่าที่ผ่านมา ภาพของเด็กนักเรียนที่เริ่มสูบบุหรี่ตั้งแต่อายุยังน้อย

ทุกภาคส่วนผนึกกำลัง! “ประธานรัฐสภา” หนุน สสส.สร้างสงกรานต์ปลอดภัย ดื่มไม่ขับ ลดอุบัติเหตุ “สว.ชิบ” แนะขับรถมีวินัยช่วยเซฟชีวิตและน้ำมัน

รัฐสภา - นายโสภณ ซารัมย์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร ให้การรับรอง นพ.พงศ์เทพ วงศ์วัชรไพบูล์ ผู้จัดการกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) และคณะฯ ในโอกาสเข้าเยี่ยมคารวะและรณรงค์ในโครงการ “สงกรานต์ปลอดภัย ดื่มไม่ขับ ลดความเร็ว ลดอุบัติเหตุ” ต่อสภาผู้แทนราษฎรและสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร โดยมีจุดมุ่งหมายเพื่อสร้างความตระหนัก ลดอุบัติเหตุ ตรวจสอบความพร้อมของตนเองและรถ งดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ 100 %

เวทีสร้างสื่อ “รู้เท่าทันบุหรี่ไฟฟ้า” จุดประกายจากห้าม..เป็น “ไม่อยากใช้”

ท่ามกลางวาทกรรมการตลาดที่พยายามทำให้สังคมเชื่อว่า “บุหรี่ไฟฟ้าปลอดภัยกว่า เลิกง่ายกว่า และไม่อันตรายเท่าบุหรี่มวน” ข้อเท็จจริงทางวิทยาศาสตร์กลับชี้ไปอีกทางอย่างชัดเจนว่า

“เวทีอาหารสุขภาวะ 2569” สสส. ผนึกกำลังภาคีเครือข่าย ขับเคลื่อนระบบอาหารยั่งยืน ดัน “กินดี กินพอ กินหลากหลาย” รับมือวิกฤตอาหารโลก-ยกระดับนโยบาย-นวัตกรรมระบบอาหารตลอดห่วงโซ่

เมื่อวันที่ 1 เม.ย. 2569 ที่ ห้องไดมอนด์ บอลรูม โรงแรมแกรนด์ ริชมอนด์ จังหวัดนนทบุรี สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ร่วมกับภาคีเครือข่ายด้านอาหารเพื่อสุขภาวะ จัดงาน “เวทีบูรณาการเครือข่ายอาหาร ครั้งที่ 4 ประจำปี 2569” หรือ Food for Health Forum 2026 ภายใต้แนวคิด