'เศรษฐา'ชื่นชมทัพเอเชี่ยนเกมส์-พาราฯ ภาครัฐฯจัดเลี้ยงฉลอง แจกอัดฉีด 353.9 ล้าน

นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ทักทาย-ถ่ายภาพกับนักกีฬาอย่างเป็นกันเอง
รัฐบาลไทย จัดงานเลี้ยงฉลองชัยความสำเร็จทัพนักกีฬาไทยชุดเอเชี่ยนเกมส์ ครั้งที่ 19 และเอเชี่ยนพาราเกมส์ ครั้งที่ 4 ณ เมืองหางโจว ประเทศจีน พร้อมมอบเงินรางวัลอัดฉีดจากกองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติ (NSDF) รวมทั้งสิ้น 353,925,000 บาท
 
เมื่อวันที่ 7 พฤศจิกายน 2566 ณ ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เป็นประธานในงานเลี้ยงฉลองชัยมอบเงินรางวัล และแสดงความยินดีให้แก่ นักกีฬา ผู้ฝึกสอน สมาคมกีฬา และคณะเจ้าหน้าที่ ชุดเข้าร่วมการแข่งขันกีฬาเอเชี่ยนเกมส์ ครั้งที่ 19 และกีฬาเอเชี่ยนพาราเกมส์ ครั้งที่ 4 ณ เมืองหางโจว ประเทศจีน โดยมี นายปานปรีย์ พหิทธานุกร รองนายกรัฐมนตรี, นายณณัฐ หงส์ชูเวช ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทวงการท่องเที่ยวและกีฬา, นายกิตติ เชาวน์ดี เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา, นายอารัญ บุญชัย ปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา, ดร.ก้องศักด ยอดมณี ผู้ว่าการการกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) และ ดร.สุปราณี คุปตาสา ผู้จัดการกองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติ (NSDF) เข้าร่วมงานด้วย
 
ภายในงานยังมี พล.อ.วิชญ์ เทพหัสดิน ณ อยุธยา เลขาธิการคณะกรรมการโอลิมปิคแห่งประเทศไทยฯ พร้อมด้วย ร.ท.ณัยณพ ภิรมย์ภักดี ประธานคณะกรรมการพาราลิมปิกเเห่งประเทศไทย, พล.ต.โอสถ ภาวิไล เลขาธิการคณะกรรมการพาราลิมปิกแห่งประเทศไทย และประธานสหพันธ์กีฬาคนพิการแห่งอาเซียน พร้อมด้วยผู้บริหารของแต่ละสมาคมกีฬาแห่งประเทศไทย นำคณะนักกีฬา ผู้ฝึกสอน และเจ้าหน้าที่เข้าร่วมรับรางวัล
 
ผลงานของทัพนักกีฬาทีมชาติไทย ในกีฬาเอเชี่ยนเกมส์ ครั้งที่ 19 คว้ามาได้ 12 เหรียญทอง 14 เหรียญเงิน 32 เหรียญทองแดง จบอันดับ 8 ของตารางรวมเหรียญรางวัล ขณะที่ในกีฬาเอเชี่ยนพาราเกมส์ ครั้งที่ 4 คว้ามาได้ 27 เหรียญทอง 26 เหรียญเงิน 55 เหรียญทองแดง จบเป็นอันดับที่ 7 ของตารางรวมเหรียญรางวัล
 
เมื่อพิธีการเริ่มขึ้น นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ได้ชมวิดีทัศน์ภาพรวมเกี่ยวกับนักกีฬาไทยในการแข่งขันกีฬาเอเชี่ยนเกมส์ ครั้งที่ 19 และกีฬาเอเชี่ยนพาราเกมส์ ครั้งที่ 4 ก่อนมอบเงินรางวัล และของที่ระลึกแก่นักกีฬา ผู้ฝึกสอน และสมาคมกีฬาที่ได้รับเหรียญรางวัล พร้อมกับมอบของที่ระลึกให้กับ พล.อ.วิชญ์ เทพหัสดิน ณ อยุธยา เลขาธิการคณะกรรมการโอลิมปิคแห่งประเทศไทยฯ และร.ท.ณัยณพ ภิรมย์ภักดี ประธานคณะกรรมการพาราลิมปิกเเห่งประเทศไทย จากนั้น นายกรัฐมนตรี ได้กล่าวแสดงความยินดีกับความสำเร็จของทัพนักกีฬาไทยจากการแข่งขันทั้ง 2 มหกรรมกีฬาระดับเอเชีย รวมทั้งแนวทางการพัฒนาวงการกีฬาไทยต่อไปในอนาคต
 
นายเศรษฐา ทวีสิน กล่าวว่า ภารกิจของนายกรัฐมนตรีมีหลายอย่าง และภารกิจที่อยากมาด้วยความเต็มใจเป็นพิเศษคือ การกีฬา เพราะชอบเล่นกีฬา ให้เกียรติ มีความปรารถนาดีกับการกีฬามาตลอดตั้งแต่เป็นภาคเอกชนมาจนถึงรัฐบาล สำหรับผลงานของนักกีฬาไทยเอเชียนเกมส์ และเอเชียนพาราเกมส์ ถือว่าประสบความสำเร็จ บางกีฬาอาจผิดหวังบ้าง บางกีฬาทำได้เกินคาด รัฐบาลจึงได้จัดงานแสดงความยินดีชื่นชมเป็นขวัญกำลังใจให้กับนักกีฬาที่นำธงชาติไทยไปโบพสะบัดที่ประเทศจีน ซึ่งผลงานอันดับ 8 ในเอเชียนเกมส์ ถือว่าสูงมากเมื่อเทียบกับประชากรไทย และสูงเกินความคาดหมาย
 
นายกรัฐมนตรี กล่าวอีกว่า รัฐบาลพร้อมหาแหล่งเงินทุนเพื่อสนับสนุนให้กับวงการกีฬาที่ไปสร้างชื่อเสียงให้กับประเทศ ซึ่งจะต้องพัฒนาเชิงพื้นฐานอีกมาก ปัจจัยที่ขาดไม่ได้คือแหล่งเงินทุน ความเอาใจใส่จากภาครัฐในการดูแลที่เหมาะสม และเสมอภาค รวมทั้งเรื่องผู้ฝึกสอน ยืนยันว่ารัฐบาลจะแหาแหล่งเงินทุนเป็นขวัญกำลังใจให้กับนักกีฬา และได้จัดทำโครงการ 1 กีฬา 1 รัฐวิสาหกิจพลัส รวมทั้งแต้งตั้งที่ปรึกษาด้านกีฬา เพื่อพัฒนาวงการกีฬา โดยตั้งใจว่าเงินที่นักกีฬาจะได้รับจะสูงขึ้นแน่นอน เช่นเดียวกับนักฬาคนพิการที่จะยกระดับค่าตอบแทนให้สูงขึ้น ทั้งกลไกการจ้างงาน และสิทธิประโยชน์ด้านภาษี
 
“ขอบคุณภาคเอกชน และรัฐวิสาหกิจ ที่เข้ามาดูแลวงการกีฬา ครั้งนี้เป็นนิมิตรหมายที่ดีให้นักธุรกิจได้เข้ามาแข่งขันกันพัฒนานักกีฬาให้ประสบความสำเร็จในเวทีโลก ผมขอให้นักกีฬาทุกคนอย่างลดความพยายาม และมุ่งมั่นตั้งใจในการสร้างชื่อเสียงให้กับประเทศไทยต่อไป” นายกรัฐมนตรี
 
สำหรับทัพนักกีฬาทีมชาติไทย และทัพนักกีฬาคนพิการไทยได้รับเงินรางวัลจากการแข่งขันรวมทั้งหมด 353,925,000 บาท ประกอบด้วย ผลงานในกีฬาเอเชี่ยนเกมส์ ครั้งที่ 19 คว้ามาได้ 12 เหรียญทอง 14 เหรียญเงิน 32 เหรียญทองแดง โดยตามหลักเกณฑ์ของกองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติ จะได้รับเงินรางวัล เหรียญทองละ 2 ล้านบาท, เหรียญเงินละ 1 ล้านบาท และเหรียญทองแดงละ 500,000 บาท สรุปเหรียญรางวัลของนักกีฬา ผู้ฝึกสอน และสมาคมกีฬา ได้รับเงินรางวัลรวมทั้งสิ้น 244,200,000 บาท แบ่งแยกตามแต่ละสมาคมกีฬา ดังนี้
 
1.สมาคมกีฬากรีฑาแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ 10,500,000 บาท
2.สมาคมกีฬากอล์ฟแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ 18,000,000 บาท
3.สมาคมกีฬาแข่งเรือใบแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ 8,250,000 บาท
4.สมาคมกีฬาคาราเต้แห่งประเทศไทย 1,500,000 บาท
5.สมาคมกีฬาจักรยานแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ 2,250,000 บาท
6.สมาคมกีฬาคูราชแห่งประเทศไทย 1,500,000 บาท
7.สมาคมกีฬาขี่ม้าแห่งประเทศไทย 4,500,000 บาท
8.สมาคมกีฬาตะกร้อแห่งประเทศไทย 86,800,000 บาท
9.สมาคมกีฬาเทควันโดแห่งประเทศไทย 7,500,000 บาท
10.สมาคมกีฬาลอนเทนนิสแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ 1,500,000 บาท
11.สมาคมกีฬาเทเบิลเทนนิสแห่งประเทศไทย 3,750,000 บาท
12.สมาคมกีฬาบริดจ์แห่งประเทศไทย 4,500,000 บาท
13.สมาคมกีฬาแบดมินตันแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ 6,300,000 บาท
14.สมาคมกีฬามวยสากลแห่งประเทศไทย 7,500,000 บาท
15.สมาคมกีฬายิงเป้าบินแห่งประเทศไทย 2,250,000 บาท
16.สมาคมกีฬายกน้ำหนักสมัครเล่นแห่งประเทศไทย 3,750,000 บาท
17.สมาคมกีฬายูยิตสูแห่งประเทศไทย 1,500,000 บาท
18.สมาคมกีฬาเรือพายแห่งประเทศไทย 44,450,000 บาท
19.สมาคมกีฬาวอลเลย์บอลแห่งประเทศไทย 8,400,000 บาท
20.สมาคมกีฬาวินด์เซิร์ฟแห่งประเทศไทย 5,250,000 บาท
21.สมาคมกีฬาเอ็กซ์ตรีมแห่งประเทศไทย 1,500,000 บาท
22.สมาคมกีฬาอีสปอร์ตแห่งประเทศไทย 12,750,000 บาท
 
ขณะที่ทัพนักกีฬาคนพิการทีมชาติไทย ทำผลงานในกีฬาเอเชี่ยนพาราเกมส์ ครั้งที่ 4 คว้ามาได้ 27 เหรียญทอง 26 เหรียญเงิน 55 เหรียญทองแดง โดยตามหลักเกณฑ์ของกองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติ จะได้รับเงินรางวัล เหรียญทองละ 1 ล้านบาท, เหรียญเงินละ 500,000 บาท และเหรียญทองแดงละ 250,000 บาท สรุปเหรียญรางวัลของนักกีฬาคนพิการ ผู้ฝึกสอน และสมาคมกีฬา ได้รับเงินรางวัลรวมทั้งสิ้น 109,725,000 บาท แบ่งแยกตามแต่ละสมาคมกีฬา ดังนี้
 
1.สมาคมกีฬาคนพิการแห่งประเทศไทยฯ 86,400,000 บาท
2.สมาคมกีฬาคนพิการทางสมองแห่งประเทศไทย 10,875,000 บาท
3.สมาคมกีฬาคนพิการทางปัญญาแห่งประเทศไทย 3,000,000 บาท
4.สมาคมกีฬาคนตาบอดแห่งประเทศไทย 9,450,000 บาท

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ยืนยันทีมชาติไทยU23 อุ่นแข้ง2นัดเจอ'เกาหลีใต้/ยูเออี' ก่อนศึกเอเชียนเกมส์

สมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ แจ้งโปรแกรมการแข่งขันฟุตบอล อุ่นเครื่องของ ฟุตบอลชายทีมชาติไทย รุ่นอายุไม่เกิน 23 ปี ในช่วงเดือน มิถุนายน 2569 เพื่อเป็นส่วนหนึ่งของการเตรียมพร้อมของทีมชาติไทย ในการเตรียมพร้อมสำหรับการแข่งขันฟุตบอล ในมหกรรมเอเชียน เกมส์ 2026 ที่ ประเทศ ญี่ปุ่น ในช่วงเดือนกันยายน 2569

เปิด23แข้งทีมชาติไทย เตะฟีฟ่าเดย์ดวล'คูเวต'บุก'จีน' 'ฮัดสัน'เผยเรียก'มุ้ย'เพื่อช่วยยกระดับน้องๆ

สมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ ประกาศรายชื่อ 23 นักฟุตบอลชายทีมชาติไทย ชุดทำการแข่งขันฟุตบอลอุ่นเครื่อง ตามปฏิทินฟีฟ่า เดย์ เดือนมิถุนายน 2569 ทั้งหมด 2 นัด คือ เปิดบ้านพบกับ คูเวต ในวันที่ 5 มิถุนายน และบุกไปเยือน จีน ในวันที่ 9 มิถุนายน 2569 ภายใต้การคุมทัพของ "แอนโธนี ฮัดสัน" หัวหน้าผู้ฝึกสอนชาวอังกฤษ 

'ดร.เอนก' แนะพึ่งพากันอย่างรู้แจ้ง ชี้ทางสว่าง '2 ผู้นำมหาอำนาจ'

ศ.ดร.เอนก เหล่าธรรมทัศน์ ภาคีราชบัณฑิต และอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เขียนบทความเรื่อง "เมื่ออาเซียน ยุโรป และผองชาติอำนาจอื่นๆ ต้องร่วมแก้ปัญหาให้ พญาอินทรีและพญามังกร"

จีนขนสอยคิวชิงตั๋วคิวสคูลที่ไทย 'บิ๊กฮง'มั่นใจสนุ้กไทยติดชัวร์

จากการที่ สมาคมกีฬาบิลเลียดแห่งประเทศไทย ได้รับฉันทานุมัตจาก สหพันธ์บิเลียดโลก ให้เป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขัน “เวิลด์ สนุกเกอร์ทัวร์” รายการ สนุกเกอร์ เอเชี่ยน - โอเชียเนีย สคูลเกมส์ 2026 ซึ่งปีนี้เป็นปีที่ 5 กำหนดแข่งขันระหว่างวันที่ 14-24 พฤษภาคม 2569 ณ เกียรติธาดา อคาเดมี่ ในซอยสุคนธสวัสดิ์ (ซอยลาดพร้าว 71 )

ว่ายน้ำลีลาไทยเก็บตัวยุโรป 'โค้ชตึก'ดูฟอร์มก่อนสู้เอเชี่ยนเกมส์

ทัพว่ายน้ำลีลาชุดเตรียมเอเชียนเกมส์หอบแชมป์กลับไทย หลังเก็บตัวฝึกซ้อมอย่างหนักที่ยุโรปนาน 1 เดือน ด้าน "โค้ชตึก" ขอประเมินผลงานในศึกเอเชียนเอจกรุ๊ปที่ไทยเป็นเจ้าภาพในเดือนกรกฎาคมนี้ ก่อนจะตั้งเป้าในศึกเอเชียนเกมส์ แต่ก็ยืนยันว่าจะต้องทำผลงานให้ดีกว่าเอเชียนเกมส์ครั้งที่แล้ว

นักท่องเที่ยวต่างชาติแห่เข้าไทย 12.4 ล้านคน จีนแตะ 2 ล้านคน

‘สุรศักดิ์’เผยสถานการณ์ท่องเที่ยวช่วงวันที่ 1 ม.ค. – 10 พ.ค. 2569 นักท่องเที่ยวต่างชาติสะสมกว่า 12.4 ล้านคน สร้างรายได้แล้วกว่า 607,206 ล้านบาท ขณะที่ตลาดหลักยังเป็นจีน มาเลเซีย อินเดีย รัสเซีย และเกาหลีใต้