'ดร.ก้อง'แจงเงินอัดฉีดบอลซีเกมส์ ได้แน่รอประชุมบอร์ดฯ อนุมัติสิ้นก.พ.นี้

ดร.ก้องศักด ยอดมณี ผู้ว่าการการกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.)
ความคืบหน้าเรื่อเงินรางวัลอัดฉีดจากแข่งขันกีฬาซีเกมส์ 2023 ซึ่งทีมฟุตบอลชาย ชุดรองแชมป์ซีเกมส์ 2023 ที่ประเทศกัมพูชา เป็นทีมกีฬาเดียวที่ยังไม่ได้รับเงินรางวัลอัดฉีดจากกองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติ ภายหลังก่อเหตุเหตุฉาว ทะเลาะวิวาทกับนักเตะและทีมโค้ชของอินโดนีเซีย ในแมตช์ชิงชนะเลิศ เมื่อเดือน พ.ค. 2023 จนเป็นข่าวดังไปทั่วโลก โดยเรื่องนี้กลายเป็นประเด็นร้อนขึ้นมา หลังเวลาผ่านมาเกือบ 8 เดือนแล้วแต่นักฟุตบอลทีมชาติไทย ยังไม่ได้รับเงินส่วนดังกล่าว ทั้งที่มีการพิจารณาบทลงโทษออกมาเป็นที่เรียบร้อยแล้ว
 
ดร.สุปราณี คุปตาสา ผู้จัดการกองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติ แจงดราม่าเงินรางวัลอัดฉีดทีมฟุตบอลชายซีเกมส์ 2023 ล่าช้ายังไม่ถึงมือนักกีฬา ว่า"เรื่องเงินรางวัลเรามีเงินรางวัลที่จะมอบให้กับทีมฟุตบอลชาย ซึ่งก็กันเอาไว้แล้ว เพียงแต่ในช่วงการประชุมบอร์ดกองทุนฯเพื่อพิจารณาอนุมัติเงินรางวัลซีเกมส์ในเวลานั้นร่วมกับสมาคมกีฬาอื่นๆ กองทุนฯยังไม่ได้รับผลการพิจารณาจากสหพันธ์ฟุตบอลแห่งเอเชีย หรือเอเอฟซี อย่างไรก็ตาม กองทุนฯ มีการประสานงานกันสมาคมฟุตบอลฯอยู่ต่อเนื่อง เพื่อขอเอกสารที่เกี่ยวข้องกับเอเอฟซี  ซึ่งทางสมาคมแจ้งว่าได้ส่งให้กับการกีฬาแห่งประเทศไทย ในฐานะผู้กำกับดูแลสมาคม ซึ่งภายหลังเราได้เอกสาร ก็พบว่านักกีฬาของไทย มีการถูกลงโทษจริงๆ ซึ่งก็หมายความว่ากระทำผิดกฎของฟุตบอล"
 
ล่าสุดนางสาวศมจรส มิ่งคำเลิศ โฆษกการกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) เปิดเผยว่า จากกรณีที่มีข่าว เรื่องความล่าช้าของเงินอัดฉีดนักเตะทีมชาติไทยชุดซีเกมส์ ที่กัมพูชา ออกมานั้น ล่าสุด ดร.ก้องศักด ยอดมณี ผู้ว่าการการกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) ได้เปิดเผยว่า สำหรับเรื่องนี้ต้องยอมรับว่าจากเหตุการณ์ความวุ่นวายที่เกิดขึ้น กกท.เรามีการดำเนินการตามระเบียบขั้นตอนมาโดยตลอด และทุกอย่างตอนนี้ได้จบแล้ว ซึ่งหมายความว่าก็เพียงแต่รอขั้นตอนในการอนุมัติในบอร์ดเท่านั้น ซึ่งการกีฬาแห่งประเทศไทย และกองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติ ก็เตรียมทุกอย่างพร้อมที่จะเสนอบอร์ดพิจารณาอนุมัติอยู่แล้วในการประชุมในครั้งหน้า ซึ่งคาดว่าจะอยู่ภายในเดือนนี้
 
"ขั้นตอนทุกอย่างเป็นที่ยุติแล้ว กกท.ได้ดำเนินการตามระเบียบกฎหมายครบถ้วนถูกต้องทุกขั้นตอน และไม่ได้ล่าช้า ก็จะเห็นได้จากเรื่องของเงินรางวัลของกีฬาชนิดอื่นๆก็ได้จ่ายไปหมดแล้ว มีเฉพาะเรื่องของฟุตบอลเท่านั้นที่มีเหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้น และกกท.ได้เร่งกระบวนการพิจารณาทุกอย่างจนตอนนี้ก็ได้ยุติแล้วเหลือแค่เข้าบอร์ดเพื่ออนุมัติ เท่านั้น”
 

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

'กกล.บูรพา' เจรจาเขมร งดทำเกษตรในพื้นที่ฝั่งไทย

ทภ.1 โดย กกล.บูรพา เจรจาให้ชาวบ้านฝั่งกัมพูชางดทำการเกษตร ในพื้นที่อ้างสิทธิ์ ควบคู่ประสานแม่กองสนามเข้าสำรวจพื้นที่ ยืนยันเดินหน้ารักษาอธิปไตยของชาติอย่างเต็มที่

เผยเบื้องหลัง นายกฯสั่งการ ช่วย ‘ลุงโยชน์’

“อนุทิน” ยอมรับเป็นนิมิตหมายดีที่กัมพูชาส่งตัว “ลุงโยชน์” กลับไทย โดยไม่ใช้เป็นเงื่อนไขต่อรอง ย้ำไม่หมายความว่าทำแบบนี้แล้วไทยจะยอมทุกอย่าง ชี้ “UNCLOS”

นายกฯ มองเป็นนิมิตหมายดี กัมพูชาปล่อยตัว 'ลุงโยชน์' อย่าตีความไทยจะยอมทุกอย่าง

นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย กล่าวถึงกรณีเมื่อวันที่ 15 พ.ค.ทางกัมพูชาได้ส่งตัวนายโยชน์ สายน้อย กลับประเทศไทยจะถือเป็นความร่วมมือ และสัญญาณในเชิงบวกหรือไม่ว่า ถือว่าแยกแยะได้

ผลงานเชิงรุกรัฐบาล-กองทัพ! เปิดเบื้องหลัง ภารกิจพา 'ลุงโยชน์' กลับไทยปลอดภัย

ผู้สื่อข่าวรายงานเบื้องหลังปฏิบัติการช่วยเหลือ นายโยชน์ สายน้อย หรือ “ลุงโยชน์” อายุ 58 ปี ชาวไทย ซึ่งถูกเจ้าหน้าที่กัมพูชาควบคุมตัว หลังเข้าไปหาของป่าบริเวณแนวชายแดนไทย–กัมพูชา ก่อนจะได้รับการปล่อยตัวกลับประเทศไทยอย่างปลอดภัย

'บิ๊กดุลย์' ยันไร้เงื่อนไขเปิดด่านชายแดน เขมรส่ง 'ลุงโยชน์' กลับไทยเป็นความร่วมมือที่ดี

ที่มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน (มทร.อีสาน) อำเภอเมือง จังหวัดนครราชสีมา พลโทอดุลย์ บุญธรรมเจริญ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมกลา

'สมศักดิ์' จ่อนั่งประธานเจบีซี 'สีหศักดิ์' เชื่อทำงานเข้าขาบัวแก้ว

'สมศักดิ์ รุ่งสิตา' จ่อนั่งประธานเจบีซี 'สีหศักดิ์' เชื่อทำงานเข้าขากับบัวแก้ว พร้อมชวน 'กัมพูชา' คุยในกรอบUNCLOS แก้ปัญหาก่อนตั้งเป้า เข้ากลไกประนีประนอมภาคบังคับ ชี้ผลการเจรจาไร้ผลผูกพันกม.