
4 ม.ค. 2569 -นายเทพไท เสนพงศ์ อดีต สส.นครศรีธรรมราช โพสต์เฟซบุ๊ก “เทพไท – คุยการเมือง” ในหัวข้อ
4 นโยบาย ที่ทุกพรรคต้องใช้หาเสียง
สำหรับการเลือกตั้งที่จะมีขึ้น ในวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 พรรคการเมืองต่างๆก็รณรงค์หาเสียงกันอย่างคึกคัก มีการเสนอนโยบายให้ประชาชนพิจารณา รวมถึงการโฆษณาผลงานต่างๆนานา ถือว่าเป็นเทคนิคในการหาเสียง หรือกลยุทธ์การหาเสียงของแต่ละพรรค ซึ่งมีพรรคการเมืองหลายพรรคผลิตนโยบายออกมาหาเสียงกับประชาชน มีนับ 10-30 นโยบาย จนถึง 300 นโยบาย
แต่การเลือกตั้งครั้งนี้ ประชาชนให้ความสนใจปัญหาหลักๆ ที่พรรคการเมืองจะต้องนำเสนอแนวทางแก้ไข และหาเสียงกับประชาชนมี 4 นโยบายหลักเท่านั้น คือ
1.นโยบายการปราบปรามแก๊งสแกมเมอร์ พรรคการเมืองแต่ละพรรค มีจุดยืน มีแนวทางในการแก้ไขปัญหาแก๊งสแกมเมอร์ กลุ่มทุนสีเทาอย่างไรบ้าง และมีจุดยืนเกี่ยวกับการร่วมรัฐบาล หรือจับมือกันเป็นรัฐบาลกับกลุ่มทุนสีเทา หรือพรรคการเมืองที่ไปเกี่ยวข้องกับแก๊งสแกมเมอร์หรือไม่
2.นโยบายการแก้ปัญหาความมั่นคง ซึ่งประเด็นความขัดแย้งกันระหว่างประเทศไทยกับประเทศกัมพูชา ซึ่งยืดเยื้อกันมานานพอสมควร มีการเปิดการสู้รบในรอบที่1 จนถึงรอบที่2 และยังมีคาดการณ์กันว่าอาจจะมีรอบที่3เกิดขึ้นมาอีก พรรคการเมืองเหล่านี้จะมีแนวทางในการแก้ปัญหาความขัดแย้งชายแดนไทยกัมพูชาอย่างไร และจะมีนโยบายเรื่องความมั่นคงของประเทศ และของกองทัพอย่างไรบ้าง
3.นโยบายทางเศรษฐกิจ การแก้ปัญหาปากท้องของประชาชน ซึ่งทุกครั้งที่ผ่านมา นโยบายปากท้องของประชาชนมีความสำคัญอันดับต้นๆ แต่การเลือกตั้งครั้งนี้ นโยบายด้านเศรษฐกิจปากท้องของประชาชน แม้ว่าจะเป็นนโยบายสำคัญและกระทบกับประชาชนโดยตรงก็ตาม แต่ถ้าเรียงลำดับความสำคัญ ระหว่างการปราบปรามแก๊งสแกมเมอร์หรือทุนสีเทา กับปัญหาความมั่นคงชายแดนไทย-กัมพูชา ปัญหาเศรษฐกิจปากท้องของประชาชนในครั้งนี้อยู่ในอันดับ3
4.นโยบายแก้ปัญหายาเสพติด ซึ่งเป็นปัญหาทางสังคมที่เรื้อรังมานาน มีการผลักดันนโยบาย เรื่องการปราบปรามยาเสพติดเป็นวาระแห่งชาติมาทุกยุคทุกสมัย แต่ไม่สามารถแก้ปัญหายาเสพติดได้อย่างเด็ดขาด หรือทำให้ปริมาณยาเสพติดน้อยลง ยิ่งแก้ ยาเสพติดยิ่งเยอะ เป็นความเดือดร้อนและเป็นปัญหาสังคมเป็นอย่างยิ่ง ประชาชนจึงอยากจะรู้ว่าแนวทางการแก้ปัญหายาเสพติดของพรรคการเมืองแต่ละพรรคเป็นอย่างไรบ้าง
4 ปัญหาหลักนี้ คือหัวใจสำคัญที่ประชาชนต้องการความชัดเจนจากพรรคการเมืองต่างๆ ส่วนปัญหาอื่นๆเป็นปัญหาปลีกย่อย ซึ่งเป็นองค์ประกอบของปัญหาหลัก จึงทำให้เห็นว่าพรรคการเมืองที่เคยเป็นรัฐบาลมาก่อนหลายพรรค ได้เสนอการแก้ไขปัญหา 4 ข้อนี้ โดยมีรายละเอียดต่างๆนานา ประชาชนจึงตั้งคำถามว่า ถ้าพรรคการเมืองที่เคยเป็นรัฐบาลมาก่อน ยังแก้ไขปัญหาเหล่านี้ไม่ได้ในช่วงเวลาที่ผ่านมา การหาเสียงขอคะแนนเสียงเพื่อเป็นรัฐบาลแล้วจะแก้ปัญหาเหล่านี้ได้อย่างไร ถ้าหากว่าแก้ปัญหาเหล่านี้ได้จริง ทำไมไม่แก้ปัญหาตั้งแต่สมัยเป็นรัฐบาลแล้ว
ซึ่งพรรคการเมืองอย่างเช่น พรรคเพื่อไทย พรรคภูมิใจไทย พรรคกล้าธรรม พรรครวมไทยสร้างชาติ พรรคพลังประชารัฐ ซึ่งล้วนแล้วแต่ผ่านการเป็นรัฐบาลมาแล้วทั้งสิ้น จึงต้องตอบคำถามนี้กับประชาชนว่า วันที่เป็นรัฐบาลทำไมแก้ปัญหาเหล่านี้ไม่สำเร็จ จึงทำให้เป็นโอกาสของพรรคที่ยังไม่เคยเป็นรัฐบาลในช่วงระยะเวลาที่ผ่านมา นั่นก็คือ พรรคประชาชน และพรรคประชาธิปัตย์(ยุคอภิสิทธิ์) รวมไปถึงพรรคการเมืองใหม่ๆ ที่ยังไม่เคยผ่านการร่วมรัฐบาลมาก่อน สามารถสร้างความเชื่อมั่น หรือขายนโยบายเหล่านี้กับประชาชนได้
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ชำแหละ! ศึกวิวาทะ 'โรม' VS 'ไอเดียร์' ใครได้เปรียบเสียเปรียบ
นายเทพไท เสนพงศ์ นักวิเคราะห์การเมือง อดีต สส.นครศรีธรรมราช โพสต์คลิปพร้อมข้อความผ่านเฟซบุ๊กในหัวข้อ "ศึกวิวาทะสแกมเมอร์:ไอเดียร์ เสียเปรียบ โรม" ว่า
จับตา! 3 ปรากฎการณ์ เขย่า 'ระบอบสีน้ำเงิน'
นายเทพไท เสนพงศ์ นักวิเคราะห์การเมือง อดีต สส.นครศรีธรรมราช โพสต์คลิปและข้อความผ่านเฟซบุ๊กในหัวข้อ "จับตาท่าทีอนุรักษ์นิยมต่อระบอบสีน้ำเงิน" โดยระบุว่า
เริ่มแล้ว! ขบวนการเช็กบิล มือสอบ 'คดีฮั้ว สว.'
นายเทพไท เสนพงศ์ นักวิเคราะห์การเมือง อดีต สส.นครศรีธรรมราช โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า เริ่มแล้ว!!! ขบวนการเอาคืน คนสอบคดีฮั้ว สว.
กระทุ้ง 'อ้วน-พท.' เคลียร์ปมรัฐบาลอิ๊งค์จุ้น 'คดีฮั้ว สว.'
นายเทพไท เสนพงศ์ นักวิเคราะห์การเมือง และอดีต สส.นครศรีธรรมราช โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กในหัวข้อ "คดีฮั้ว สว. DSI ถูกรัฐบาลอุ๊งอิ๊งแทรกแซง?" โดยระบุว่า
‘เทพไท’ จับตาการเมืองภาคประชาชนหลังม็อบ 'สนธิ' เริ่มสตาร์ท
นายเทพไท เสนพงศ์ ผู้สังเกตการณ์ทางการเมือง โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก "เทพไท - คุยการเมือง" โพสตข้อความระบุว่า ม็อบสนธิ เริ่มสตาร์ทแล้ว
ชำแหละ! 5 จุดอ่อน สส. สภาชุดนี้ หนักใจมาตรฐานถดถอย
นายเทพไท เสนพงศ์ นักวิเคราะห์การเมือง อดีต สส.นครศรีธรรมราช โพสต์คลิปและข้อความผ่านเฟซบุ๊กในหัวข้อ "จุดอ่อนของ สส.ในสภาชุดนี้" โดยระบุว่า

