“อนุทิน” ไหว้เซียนแปะ โรงสี ช่วยลูกสาวนายกชาญ หาเสียง พร้อมโชว์ทำก๋วยเตี๋ยวหม่ำเอง เจอเอฟซีแดงบุกเดี่ยวชูป้าย "ยศชนัน" อ้าง โกรธ "นายกชาญ" ทรยศเพื่อไทย ส่งลูกสาวลงภูมิใจไทย "อนุทิน" ปัดนายกเบี้ยวงอน หนีกลับก่อน
28 มกราคม 2569 - เมื่อเวลา 13.00 น.นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และ รมว.มหาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย และแคนดิเดตนายกฯ พร้อมคณะเดินทางมาถึงวัดศาลเจ้า ริมน้ำ จ.ปทุมธานี เพื่อช่วย น.ส.ชิดชนก พวงเพ็ชร์ ผู้สมัคร สส.ปทุมธานี เขต 2 พรรคภูมิใจไทยหาเสียง โดยมีนายชาญ พวงเพ็ชร์ อดีตนายก อบจ.ปทุมธานี และนายกฤษฎา หลีนวรัตน์ หรือนายกเบี้ยว อดีตนายกเทศมนตรีตำบลธัญบุรี และผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ มารอต้อนรับ ซึ่งหลังจากนายกฤษดาต้อนรับนายอนุทินเสร็จ ได้แยกตัวเดินทางกลับก่อน
จากนั้นนายอนุทินได้รับมอบสิงห์โตกวักสีทองที่ระลึกจากร้านค้า ขณะเดียวกัน ช่วงหนึ่งมีประชาชนเดินมาบอก "รักลุงตู่ แล้วก็รักท่านเหมือนกัน" ต่อจากนั้นนายอนุทินและคณะได้เข้าไปด้านในศาลานที ทองศิริ เพื่อขอพรเซียนแปะโรงสี และรับมอบผ้ายันต์ 3 ตา จากผู้ดูแลศาลเจ้า ซึ่งเป็นสิ่งมงคลที่จะนำชัยให้กับผู้รับ พร้อมทั้งมอบผ้ายันต์ฟ้าประทานพร และส้มมงคลเพื่อให้ร่ำรวยยิ่งขึ้น โดยนายอนุทิน เปิดเผยว่า ตนเป็นลูกศิษย์ท่านอยู่แล้ว ขอให้บ้านเมืองมีความสุขความเจริญ มีความสงบสุข ประชาขนอยู่ดีมีสุข ขอทุกอย่างครอบคลุมไว้หมดแล้ว คิดดี ทำดี ซึ่งรวมถึงเรื่องการขอผู้สมัคร สส.ยกจังหวัดด้วย
ขณะที่บรรยากาศด้านนอกศาลาระหว่างนายอนุทินไหว้เซียนแปะโรงสีอยู่ในศาลา ปรากฎว่า มีชาย 1 ราย ที่สนับสนุนพรรคเพื่อไทย ได้นำม็อกอัพหมายเลข 9 ซึ่งเขียนว่า ยศชนัน มาตะโกนแข่งกันกองเชียร์ของพรรคภูมิใจไทยว่า เบอร์ 9 พร้อมกับระบุว่า ตนเป็นหัวคะแนนธรรมชาติ ไม่ได้มีใครจ้างมา ไม่ได้มาป่วน แต่ต้องการให้นายชาญเห็นว่า ประชาชนเลือกเพื่อไทยแล้วสุดท้ายก็ทรยศประชาชนส่งลูกสาวมาลงกับพรรคภูมิใจไทยไทย ถ้าตนเป็นนายกฯ ไม่เอาคนแบบนี้ลง อย่างไรก็ตาม ชายรายดังกล่าวได้เดินตามประกบคณะของนายอนุทินตลอดการลงพื้นที่
จากนั้นนายอนุทินได้ไปที่ร้านก๋วยเตี๋ยวชื่อดัง พร้อมกับลวกเส้น ปรุงอาหารด้วยตัวเอง พร้อมหันมาหยอกกับผู้สื่อข่าวว่า "เป็นเมนูหมาไม่แหลก แต่คนแหลก" แล้วเดินไปนั่งรับประทานที่โต๊ะอาหาร ร่วมกับผู้สมัคร สส. และแกนนำพรรค ภายหลังจากรับประทานอิ่มแล้วได้เดินไปที่แพปลาบริเวณท่าน้ำวัดศาลเจ้าเพื่อให้อาหารปลา
ทั้งนี้ ก่อนนายอนุทินเดินทางกลับ ผู้สื่อข่าวได้สอบถามว่า นายกฤษฎา หรือ นายกเบี้ยวได้งอนกลับไปแล้วใช่หรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า เมื่อกี้เจออยู่แปบนึง เมื่อถามย้ำว่า ไม่ได้มีน้อยใจอะไรกันใช่หรือไม่ นายอนุทิน ส่ายหัวก่อนกล่าวต่อว่า อายุป่านนี้แล้ว ใครจะมาน้อยใจ ทำไมชอบคิดอะไรแบบนี้
เมื่อถามว่า จะต้องมีการโทรเคลียร์นายกเบี้ยวหรือไม่ นายอนุทิน ถามกลับว่า เคลียร์เรื่องอะไร ก็นี่เป็นเขตของนายกชาญ และเขตของ น.ส.ชิดชนก พวงเพ็ชร์ แต่นายกเบี้ยวช่วยอยู่เขต 7 นายพิษณุ พลธี ผู้สมัครสส.ปทุมธานี พรรคภูมิใจไทย ซึ่งนายกเบี้ยวก็มารับตนอยู่ แต่ไม่ได้ทักทายกัน เพราะคนเยอะ แต่ยืนยันว่าไม่ได้มีปัญหาอะไรกัน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง
'ไอติม' ลั่นไม่ลืมสัญญาประชาคม 'มีเราไม่มีเทา' ชี้ตั้งรัฐบาลใหม่เป็นแค่ข่าวลือ
นายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคประชาชน (ปชน.) ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีการจัดตั้งรัฐบาลแดง เขียว ส้ม ซึ่งร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า สส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคกล้าธรรม ก็ระบุว่าลืมไปหมดแล้วที่เคยพูดว่า “มีเราไม่มีเทา” จะเป็นการเปิดโอกาสให้ส้มเข้าร่วมรัฐบาลหรือไม่ ว่า ตอนนี้ตั้งอยู่บนสมมติฐานหลายอย่างมาก ซึ่งก็ยังไม่ได้มีการยืนยันในแต่ละภาคส่วน
เปิดสุนทรพจน์ นายกฯไทย แสดงวิสัยทัศน์ ณ สำนักเลขาธิการอาเซียน ครั้งแรกในรอบ 17 ปี
นายกฯ กล่าวถ้อยแถลงแสดงวิสัยทัศน์ของไทยต่ออนาคตอาเซียน ซึ่งมีคณะผู้แทนถาวรประจำสำนักงานเลขาธิการอาเซียน และนักการทูตที่สนใจเข้าร่วม กว่า 100 ประเทศ
นายกฯ หารือเลขาธิการอาเซียน เสียใจกัมพูชาเลือกกระบวนการประนอมภาคบังคับ
นายกฯ หารือเลขาธิการอาเซียน ย้ำบทบาทไทยในฐานะสมาชิก พร้อมแจงสถานการณ์ชายแดน เสียใจกัมพูชาเลือกประนอมภาคบังคับ
นายกฯ เปิดเวทีธุรกิจไทย–อินโดนีเซีย ดัน 4 ยุทธศาสตร์เศรษฐกิจ เชื่อมตลาดกว่า 350 ล้านคน
ที่โรงแรม Fairmont Jakarta กรุงจาการ์ตา สาธารณรัฐอินโดนีเซีย นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหา
'อนุทิน 'เปิดทำเนียบต้อนรับประธานาธิบดีเมียนมา เยือนไทยอย่างเป็นทางการ 6–7 ส.ค.
นางสาวรัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมห
ปัจจัย ‘ภายใน-ภายนอก’ เร้ากระแสข่าวปรับครม.
กระแสข่าวการปรับคณะรัฐมนตรี (ครม.) ออกมาเป็นระยะ ทั้งที่ รัฐบาลนายอนุทิน ชาญวีรกูล เพิ่งจะทำงานมาได้ 4 เดือนเท่านั้น ซึ่งระยะเวลาดังกล่าวถือว่าน้อยมาก หากเทียบรัฐบาลในอดีต ที่อย่างเร็วที่สุดจะปรับกันทุก 6 เดือน หรือครึ่งปี

