ปชป.เปิดตัวแพลตฟอร์ม “ส่องรัฐ” เครื่องมือวิเคราะห์การจัดซื้อจัดจ้าง ติดตามการใช้งบประมาณภาครัฐ ชี้งบ AI ปี 2569 พุ่ง 1,276 โครงการ 4,271 ล้านบาท ตั้งคำถาม “รัฐกำลังซื้อระบบที่อาจล้าสมัยตั้งแต่วันส่งมอบ”
25 พฤษภาคม 2569 - นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ พรรคประชาธิปัตย์ แถลงเปิดตัว “ส่องรัฐ” (Thailand Government Watch) แพลตฟอร์มวิเคราะห์ข้อมูลการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ เพื่อให้ประชาชน สื่อมวลชน ภาคประชาสังคม ผู้เชี่ยวชาญ และหน่วยงานตรวจสอบ สามารถร่วมกันติดตามการใช้งบประมาณของรัฐได้อย่างเป็นระบบ
พรรคประชาธิปัตย์ เล็งเห็นว่า การต่อต้านคอร์รัปชันยุคใหม่ไม่สามารถรอให้เกิดความเสียหายแล้วค่อยตรวจสอบได้อีกต่อไป เพราะกว่าจะพบความผิดปกติ เงินภาษีจำนวนมากก็อาจถูกใช้ไปแล้ว สิ่งที่ประเทศต้องมีคือเครื่องมือที่ทำให้สังคมเห็น “สัญญาณความเสี่ยง” ตั้งแต่ต้นทาง ตั้งแต่ระดับโครงการ หน่วยงาน บริษัทผู้รับงาน เงื่อนไข TOR ราคากลาง การแข่งขันในการประมูล ไปจนถึงรูปแบบการจ่ายเงิน
ดร.การดี เลียวไพโรจน์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ทีม BLUE TECH LAB ได้พัฒนาแพลตฟอร์ม “ส่องรัฐ” โดยรวบรวมข้อมูลจากระบบ e-GP และฐานข้อมูลงบประมาณภาครัฐ เพื่อวิเคราะห์ว่า เงินภาษีของประชาชนถูกใช้กับโครงการใด บริษัทใดได้รับงาน เงื่อนไขการจัดซื้อจัดจ้างเป็นอย่างไร และมีประเด็นใดที่ควรตรวจสอบเพิ่มเติม
การวิเคราะห์ของ “ส่องรัฐ” ใช้แนวทางประเมินตามหลักการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐสากล โดยอ้างอิงกรอบของ OECD Recommendation on Public Procurement ซึ่งให้ความสำคัญกับความโปร่งใส ความสุจริต การแข่งขันที่เป็นธรรม ประสิทธิภาพ การบริหารความเสี่ยง การมีส่วนร่วมของผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย และความรับผิดชอบตลอดวงจรการจัดซื้อจัดจ้าง
พรรคประชาธิปัตย์วิเคราะห์โครงการภาครัฐที่เกี่ยวข้องกับ AI หรือ “ปัญญาประดิษฐ์” ในงบประมาณปี 2569 โดยจากการรวบรวมข้อมูลเบื้องต้นพบว่า มีโครงการที่มีคำว่า “ปัญญาประดิษฐ์” ประมาณ 1,276 โครงการ วงเงินรวมประมาณ 4,271 ล้านบาท
ดร.การดี ระบุว่า ตัวเลขนี้สะท้อนว่าภาครัฐไทยเริ่มให้ความสำคัญกับ AI อย่างกว้างขวาง แต่คำถามสำคัญคือ โครงการเหล่านี้มีทิศทางเดียวกันหรือไม่ ซ้ำซ้อนกันหรือไม่ คุ้มค่าหรือไม่ ทันต่อเทคโนโลยีที่เปลี่ยนเร็วหรือไม่ และสอดคล้องกับยุทธศาสตร์ AI ของประเทศจริงหรือไม่
“AI ไม่ใช่ครุภัณฑ์ทั่วไป เพราะต้นทุนของ AI ขึ้นอยู่กับจำนวนผู้ใช้งาน ปริมาณการใช้งาน คุณภาพของโมเดล ความปลอดภัยของข้อมูล และผลลัพธ์ที่วัดได้ ถ้าไม่มีมาตรฐานกลาง รัฐอาจใช้งบจำนวนมากกับระบบที่ซ้ำซ้อน ล้าสมัย หรือประชาชนไม่ได้ใช้จริง” ดร.การดี กล่าว
หนึ่งในตัวอย่างที่แพลตฟอร์ม “ส่องรัฐ” วิเคราะห์ได้ คือ โครงการยกระดับทักษะด้านดิจิทัลและปัญญาประดิษฐ์เพื่อคนไทย หรือ TH-AI Passport ของสำนักงานคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ หรือ สดช. ซึ่งเป็นโครงการจัดหาแพลตฟอร์ม Generative AI ให้คนไทยใช้งาน วงเงินประมาณ 1,650 ล้านบาท พบสัญญาณที่ควรตรวจสอบเพิ่มเติม เช่น
1. คะแนนความโปร่งใสต่ำ
ระบบประเมินเบื้องต้นพบคะแนนความซื่อตรงของโครงการอยู่ในระดับเสี่ยงสูง
2. TOR ควรตรวจสอบเพิ่มเติม
เกณฑ์ TOR ด้าน AI ได้ระดับที่ควรปรับปรุง และมีเงื่อนไขบางส่วนที่อาจจำกัดการแข่งขัน ขาดข้อมูลสำคัญในหลายจุด
3. การแข่งขันในการประมูลน่าตั้งคำถาม
มีผู้ยื่นข้อเสนอจำนวนน้อย และราคาของผู้เสนอเกาะกลุ่มใกล้งบประมาณมาก
4. ราคากลางและแหล่งอ้างอิงควรถูกอธิบาย
ควรตรวจสอบความเหมาะสมของแหล่งอ้างอิงราคาและความเป็นกลางของข้อมูลราคากลาง
5. ต้องวัดผลให้ชัดว่าประชาชนได้ใช้จริงหรือไม่
โครงการ AI ขนาดใหญ่ต้องตอบให้ได้ว่า ประชาชนได้ประโยชน์จริงกี่คน ใช้งานจริงเท่าไร และข้อมูลประชาชนได้รับการคุ้มครองอย่างไร
กรณี TH-AI Passport แสดงให้เห็นว่า การจัดซื้อ AI ของรัฐไม่ควรถูกมองแค่เรื่อง “ใครชนะประมูล” เท่านั้นแต่ต้องตรวจสอบทั้ง TOR ราคา การแข่งขัน รูปแบบการจ่ายเงิน สิทธิข้อมูล และผลลัพธ์ที่ประชาชนได้รับจริง
จากภาพรวมด้านโครงการ AI ภาครัฐทั้งหมด พรรคประชาธิปัตย์จึงเสนอให้มี AI Procurement Committee หรือคณะกรรมการกลางด้านการจัดซื้อจัดจ้าง AI ภาครัฐ เพื่อกำหนดมาตรฐานกลางของโครงการ AI ทั้งระบบ ตรวจสอบความซ้ำซ้อน ความคุ้มค่า ความปลอดภัยของข้อมูล ความพร้อมในการนำไปใช้จริง และความสอดคล้องกับทิศทาง AI ของประเทศ
นอกจาก “ส่องรัฐ” ซึ่งเป็นเครื่องมือวิเคราะห์ข้อมูลการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ พรรคประชาธิปัตย์ยังมีแพลตฟอร์ม “จับตา” ที่ให้ประชาชนสามารถร่วมแจ้งข้อมูล เบาะแส หรือความผิดปกติของโครงการรัฐในพื้นที่ได้อย่างปลอดภัย โดยมีเป้าหมายเพื่อเชื่อมการตรวจสอบจากข้อมูลภาครัฐเข้ากับการมีส่วนร่วมของประชาชน ทำให้การตรวจสอบรัฐไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะบนหน้าจอ Dashboard แต่เกิดขึ้นได้จากสายตาและประสบการณ์จริงของประชาชนในทุกพื้นที่
พร้อมกันนี้ พรรคประชาธิปัตย์ขอเชิญชวนสมาคมวิชาชีพด้านเทคโนโลยี สมาคมธุรกิจดิจิทัล นักวิชาการ นักพัฒนา ผู้เชี่ยวชาญด้าน AI ธรรมาภิบาลข้อมูล ความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ กฎหมายดิจิทัล ภาคประชาสังคม และสื่อมวลชน เข้ามาร่วมพัฒนา “ส่องรัฐ” ในแนวทาง Open Platform เพื่อให้แพลตฟอร์มนี้เป็นเครื่องมือกลางของสังคมในการร่วมกันตรวจสอบรัฐ และสร้างมาตรฐานใหม่ของโครงการ AI ภาครัฐ
พรรคประชาธิปัตย์ยืนยันว่า เครื่องมือนี้มีเป้าหมายเพื่อทำให้การใช้งบประมาณของรัฐถูกจับตาได้ด้วยข้อมูลจริง เพราะเงินภาษีของประชาชนต้องตรวจสอบได้โดยประชาชน และรัฐบาลทุกชุด หน่วยงานรัฐทุกแห่ง ต้องพร้อมถูกตรวจสอบอย่างโปร่งใส
จากวันนี้ไป “ข้อมูลรัฐต้องถูกส่อง ความผิดปกติต้องถูกจับตา”

ข่าวที่เกี่ยวข้อง
อนุชา-ผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม.พรรค ปชป. กรุงเทพฯ เมืองฟ้าอมร | and more กับโอกาสเบียดสู้ 'ชัชชาติ'
สนามเลือกตั้ง "ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร" หรือผู้ว่าฯ กทม.ใกล้ระเบิดศึกเต็มทีแล้ว เพราะวันที่ 28 พ.ค.นี้จะเป็นวันแรกของการรับสมัครบุคคลลงชิงเก้าอี้ผู้ว่าฯ กทม. ซึ่งผู้สมัครเกือบทั้งหมดคงไปยื่นสมัครกันตั้งแต่วันนี้เกือบหมด
'ชัยชนะ' แฉ 'ร' นอมินีจีนเทา เปิดสถานบันเทิงหรูฟอกเงิน จ่อยื่นกมธ. บี้ DSI ล้างบาง
'ชัยชนะ' ปูด 'ร.เมืองนนท์' คุมบัญชีม้าให้ 'นอมินีจีนเทา' แฝงตัวยึดทำเลทองรัชดาฯ-เหม่งจ๋าย ฟอกเงินผ่านธุรกิจสถานบันเทิง พบโยงใยแก๊งสแกมเมอร์-ยาเสพติด จ่อหอบหลักฐานยื่นกมธ. บี้DSIล้างบาง
มติ 435 เสียงผ่าน กม.อำนวยความสะดวกพิจารณาอนุญาตและให้บริการ ปชช.
สภาเห็นชอบร่าง กม.อำนวยความสะดวกพิจารณาอนุญาต ตามวุฒิสภาแก้ไข 'พริษฐ์' ถามความจริงใจ 'อนุทิน' ปมสินบนใบอนุญาต เหน็บทั้งที่อยู่มาทุกรัฐบาล แทนที่จะรีบออกกฎหมายลูกปิดช่องคอร์รัปชัน
'รองโฆษกปชป.' ซัดระบบความปลอดภัยมีแต่รูรั่วพรุน มัวแต่รอเมกะโปรเจกต์ จนไม่ได้ทำอะไร
รองโฆษกประชาธิปัตย์ ชี้เหตุการณ์ระทึก รถไฟสินค้าชนรถเมล์ เป็นเพราะระบบความปลอดภัย รูรั่วพรุนเหมือน ชีสสวิส รอแต่รอเมกะโปรเจกต์ จนไม่ได้ทำอะไร
ปชป. เปิดตัว 'อนุชา บูรพชัยศรี' ชิง ผู้ว่าฯ กทม. 'อภิสิทธิ์' การันตีมีประสบการณ์แก้ปัญหาคนกรุงได้
นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ พร้อมด้วยแกนนำพรรค อาทิ นายสกลธี ภัททิยกุล สส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรค ดูแลพื้นที่กทม. นายกรณ์ จาตกวณิช นางการดี เลียวไพโรจน์ สส.บัญชีรายชื่อและรองหัวหน้าพรรคฯ นายชัยวัฒน์ บรรณวุฒิ สส.บัญชีรายชื่อ และเลขาธิการพรรคฯ ทั้งนี้ยังมีอดีตผู้บริหารกทม.ในยุคต่างๆ ที่มีผู้ว่าฯกทม.สังกัดพรรคประชาธิปัตย์ อาทิ นางทยา ทีปสุวรรณ อดีตรองผู้ว่าฯกทม.
'อภิสิทธิ์' จัดหนัก! รัฐบาลเมินกม.ภาคปชช. ทิ้งกระทั่ง 'อสม.'
'อภิสิทธิ์"'จัดหนักกลางสภา อัดรัฐบาลเมินกฎหมายภาคประชาชน ช่วงเลือกตั้งบอกรัก อสม. พอได้เป็นกลับทิ้ง จี้เคารพมติประชาชนแก้ รธน. หวั่นตั้งต้นใหม่สร้างความขัดแย้งประเด็นละเอียดอ่อนอีกครั้ง

