'จตุพร' เตือนหายนะ 'แลนด์บริดจ์' ไม่คุ้มค่า ถ้าไม่มี 'คลองไทย' มีแต่เจ๊งกับเจ๊ง

'จตุพร' เตือนหายนะ 'แลนด์บริดจ์' ไม่คุ้มค่า เสียที่ดิน 99 ปีเอาคืนไม่ได้ ย้ำ 90 วันศึกษาคลองไทยไปพร้อมด้วย ลั่นแลนด์บริดจ์เพรียวๆ อย่าริทำ มีแต่เจ๊งกับเจ๊ง เสนอใช้เส้นทางมอเตอร์เวย์เซาท์เทิร์นซีบอร์ดเดิมเกิดประโยชน์กว่า ไม่เสียค่าเวนคืนที่ดินอีก

29 พ.ค. 2569 - นายจตุพร พรหมพันธุ์ วิทยากรคณะหลอมรวมประชาชน เฟซบุ๊คไลฟ์รายการประเทศไทยต้องมาก่อน โดยระบุว่า โครงการแลนด์บริดจ์ ถ้าไม่มีเส้นทางคลองไทยมาประกอบด้วย โอกาสไม่คุ้มทุนและมีแต่เจ๊งกับเจ๊ง ดังนั้นช่วงศึกษา 90 วันควรศึกษาการขุดคลองไปด้วย

“แลนด์บริดจ์ ถ้าไม่มีคลองแล้วจะเป็นโครงการอัปยศที่สุด มีสภาพไม่ต่างจากโฮปเวลล์ และที่สำคัญไทยต้องเสียแผ่นดิน 3 แสนไร่ในเวลาเช่า 50 ปี และขยายเพิ่มได้อีก 49 ปีโดยไม่จำเป็น”

นายจตุพร กล่าวว่า โครงการนี้ประสบความสำเร็จไม่ได้ เพราะใช้รถไฟขนตู้คอนเทนเนอร์ 2 หมื่นตู้ หากขนเที่ยวละ 100 ตู้ใช้รถไฟถึง 200 ขบวน อีกอย่างต้องเสียเวลาถ่ายเทจากเรือไปใช้รถไฟขน แล้วยกลงรถไฟไปขึ้นเรืออีกฝั่งหนึ่ง ซึ่งใช้เวลามากกว่าการผ่านช่องแคบมะระกา ดังนั้นจึงแทบหาความเป็นไปไม่ได้กับระบบเวียนหัวของไทย นอกจากนี้ สิงคโปร์จะไม่เห็นด้วยกับการขุดคลอง เพราะท่าเรือสิงคโปร์ต้องสูญเสียประโยชน์ อย่างไรก็ตาม ถ้าแลนด์บริดจ์มีพลานุภาพจริง สิงคโปร์ไม่มีทางสนับสนุน

ขณะนี้ เมื่อรัฐบาลได้ฟังเสียงกระแทกกระทั้นจากสังคม ได้ตั้งนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รมว.คลังและรองนายกฯ เป็นประธานกรรมการศึกษา 90 วัน ตนจึงเสนอว่า รัฐบาลควรศึกษาเรื่องคลองไปด้วย เพราะถ้ามีคลองและมีถนน ทางรถไฟขนาบไปด้วยย่อมไม่ปัญหาอะไร

พร้อมย้ำว่า ถ้ามีแต่มอเตอร์เวย์แล้ว ควรดูบทเรียนโครงการเซาท์เทิร์นซีบอร์ดจากกระบี่ไปขนอม โดยโครงการนี้เว้นเกาะกลางไว้ 200 เมตร เพื่อสร้างรถไฟทางคู่ ระบบท่อ ซึ่งเป็นหลักคิดเดียวกับการสร้างแลนด์บริดจ์ แต่ที่สุดต้องยุติลง เพราะเห็นว่า ความหายนะจะบังเกิด

“ถ้าหลักคิดมีแค่ระบบราง ระบบท่อ ก็ไม่ควรไปเดือดร้อนแถวระนอง-ชุมพรเลย ซึ่งคงไม่เวิร์ก ถ้าเวิร์กโครงการนี้ (มอเตอร์เวย์เซาท์เทิร์นซีบอร์ด) จะเจ๊งเหรอ เมื่อจ่ายค่าเวนคืนที่ดินไปสร้างถนน โดยวันหนึ่งๆ มีรถใช้นับคันได้ และเกาะกลางถนนยังอ้างวางเปล่าเปลี่ยวถึงขณะนี้"

นายจตุพร ไม่เชื่อว่า รัฐบาลจะศึกษาโครงการแลนด์บริดจ์ ได้จบภายใน 90 วัน ดังนั้น ควรศึกษาเรื่องคลองไทยในคราวเดียวกัน เพราะการตัดสินใจโครงการเมกะโปรเจกต์นั้นต้องคำนึงถึงความสำเร็จของประเทศเป็นหลักสำคัญ

พร้อมยกตัวอย่างการสร้างโครงการโฮปเวลล์ว่า วันนั้นการออกแบบโครงการยังไม่เสร็จ แต่เลือกวันเกิดของรัฐมนตรีเป็นวันเกิดโครงการ จนโครงการนี้เป็นตอม่อประจานความเสียหายถึงปัจจุบัน

ขณะนี้ก็เหมือนกัน เมื่อรัฐบาลถอนกลับไปศึกษาโครงการแลนด์บริดจ์ย่อมขยายเวลาไปได้เรื่อยๆ แต่ตนเห็นว่า ยังไม่มีความจำเป็นเร่งด่วน เพราะสิ่งสำคัญถ้าโครงการนี้ล้มเหลว แต่แผ่นดิน 3 แสนไร่เสียไป 99 ปี ก็เสียเลย และไม่รู้ว่าคนรุ่นลูกรุ่นหลานจะเจอกับอะไร

“เราไม่มีเหตุผลใดต้องสร้างโครงการนี้ หากถามว่ารายได้คืออะไร ย่อมเห็นชัดเจนว่า โครงการมันเจ๊ง คิดอย่างไงก็เจ๊ง แต่ที่ดินที่งอกมาให้เช่า 99 ปี เราก็เอาคืนไม่ได้ มันจะเป็นรัฐซ้อนรัฐ เราปวดหัวเรื่องเกาะพะงัน สมุย ภูเก็ต และปาย แต่วันนี้เราจะมาเจอปัญหาใหญ่กว่าอีก”

อีกทั้งกล่าวว่า นอกจากนี้ไทยยังมีปัญหาความไม่สงบใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ส่วนชายแดนไทย-กัมพูชา ยังไม่รู้จะเกิดสงครามอีกครั้งในวันไหน ขณะที่ชายแดนพม่าสู้รบกับกองทัพชนกลุ่มน้อย แต่ไทยต้องซวยทั้งขึ้นทั้งร่อง ดังนั้น เมื่อไทยเห็นสภาพการณ์เหล่านี้ ล้อมรอบแล้วมามีแลนด์บริดจ์อีก ซึ่งโครงการนี้ใช้หัวแม่เท้าคิดก็ยังเป็นไปไม่ได้

นายจตุพร กล่าวย้ำว่า ตนไม่ได้ขัดขวางความเจริญของประเทศ แต่สิ่งที่คิดกับแลนด์บริดจ์นั้น ถ้าไม่มีคลองไทยก็อย่าริหาทำ เพราะไม่คุ้มค่า อย่างไรก็ตาม เมื่อรัฐบาลคิดแต่สร้างมอเตอร์เวย์แลนด์บริดจ์แล้ว ควรใช้เส้นทางมอเตอร์เวย์เซาท์เทิร์นซีบอร์ดเดิม ไม่ต้องเวนคืนที่ดินด้วย ซึ่งจะไปเดินตามความหายนะของรัฐบาลเก่ากันอีกทำไม

“ดังนั้น การศึกษาแลนด์บริดจ์ในเวลา 90 วัน รัฐบาลควรฟังเสียงประชาชนแบบแฟร์แฟร์ (ยุติธรรม เสมอเท่ากัน) ด้วย ถ้าสำรวจไม่เสร็จก็สำรวจใหม่ และต้องเพิ่มเรื่องศึกษาคลองเข้าไปด้วย”

ส่วนการแก้ รธน. 60 เพื่อให้ได้ สสร.มาทำกระบวนการยกร่าง รธน.ใหม่ แล้วทำประชามติอีกครั้งนั้น ตนเห็นว่า อำนาจหน้าที่ยังอยู่ที่ สว. 1 ใน 3 หรือ 1 ใน 4 ก็ตาม ดังนั้นจึงไม่ค่อยเชื่อการยกร่าง รธน.ใหม่จะประสบความสำเร็จ เพราะในอดีตการพยายามแก้ รธน. ในปี 2549 และ 2557 ซึ่งมีความใกล้เคียงจะสำเร็จที่สุด แต่ต้องมีเหตุมาทำให้เกิดความเป็นไปไม่ได้

"แม้วันนี้กระบวนการต่างๆ เหมือนง่าย แต่ความสำเร็จยังเลื่อนลอยกันอยู่ เราไม่สามารถมองเรื่องราวต่างๆ แบบโลกสวย การวิเคราะห์แบบเอาใจมันง่าย แต่บ้านเมืองนั้นโรงละครทางการเมืองมันเยอะและยังมีเรื่องที่คาดไม่ถึงกันมาก ถ้าดูว่าขัดแย้งรุนแรง แต่ถึงเวลามีประโยชน์ร่วมก็จบ ก็มีให้เห็นกันอยู่” นายจตุพร กล่าว

 

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

จตุพร กาง 3 ฉากทัศน์การเมืองเกมงัดข้อ ‘น้ำเงิน-แดง-เขียว’

ประเมิน 3 ฉากทัศน์การเมือง เกมงัดข้อ“น้ำเงิน-แดง-เขียว” คาดเขียวตัวแปร น้ำเงิน-แดง ยืดแย่งแก้เกมพลิกอำนาจกันและกัน เชื่อแดงจะล้มน้ำเงินสำเร็จต้องมัดเขียวให้ได้ ส่วนน้ำเงินไม่ยอมโชว์ข่มกินข้าวกับเขียว สุดท้ายสู้กันไปมาจ่อลงท้ายผสมสีรัฐบาล “น้ำเงิน-แดง-เขียว” ลากกันไป

'ทักษิณ' กวนซักฟอกให้ขุ่น! 'กธ.' ราคาพุ่ง 'ภท.' วุ่นแก้เกม

'จตุพร' ชี้ 'ทักษิณ' ขยับเกมขอนิรโทษ หมากกวนน้ำให้ขุ่น ลากศึกซักฟอกไปเสี่ยง ปั่นเพิ่มราคา 'กธ.-ธรรมนัส' พุ่ง จับตา 'ภท.' วุ่นแก้เกมกันไปมา ป่วนระทึกถึงวันโหวตการเมืองจะเปลี่ยนหรือไม่

'จตุพร' จับตา 'ทักษิณ' รุกขยับบีบฉวยจังหวะศึกซักฟอก ผุดเกมพลิกอำนาจ

'จตุพร' เชื่อ 'ทักษิณ' ขยับล้างมลทินเป็นเกมพลิกอำนาจ ประเมินท่าที 'รบ.หนู-ภท.' ให้ตามใจ พท.-สนองอยากทักษิณ หากล้างมลทินได้ คนอื่น 'ยิ่งลักษณ์-บุญทรง' ต้องได้ด้วย ล้วนก่อปัญหาวงกว้างรุมขย่ม ชี้เกมแก้ดึง 'กธ.-ธรรมนัส' ร่วม ครม. ถ่วงรั้งแรงกดดัน พท.ตั้ง รบ.ใหม่

'จตุพร' อ่านไต๋ 'ทักษิณ-พท.' ยื่นล้างมลทินช่วงศึกซักฟอก กระตุก 'เต้น' แจง 'นายใหญ่' มีสิทธิ์หรือ

'จตุพร' อ่านไต๋ 'ทักษิณ-เพื่อไทย' ยื่นล้างมลทินช่วงศึกซักฟอกส่อเกมป่วนแปร่งๆ ลั่นนิรโทษฯ คนละเรื่องกับล้างมลทิน ระบุ กก.ไร้อำนาจทำให้ ขืนทำเกินหน้าที่ เข้าข่ายผิด ม.157 กระตุก 'เต้น' แจง พรบ.สันติสุข ล้างมลทินได้หรือไม่

'จตุพร' ประเมิน ปชน.จับ 18 รมต.สีน้ำเงินเชือด เกมตื้นๆ หวังให้ พท.โหวตสวน เชื่อยากจะสำเร็จ

'จตุพร' ประเมิน ปชน.เล่นแทคติกปกติ จับ 18 รมต.สีน้ำเงินเชือด วางเกมตื้นๆ หวังให้ พท.สะใจโหวตสวน รัฐบาล เชื่อยากจะสำเร็จ คาดโอกาสเปลี่ยนแปลงการเมืองน้อยมาก แนะสามีสส.สุชาดา แถลงข่าวก่อนศึกซักฟอก ตำหนิ มท.พลาดปล่อยนายกฯ เปลืองตัวจัดการนายอำเภอ

'จตุพร' หนุนรื้อ 'ภาษีบาป' นำกลับระบบจัดสรรงบประมาณ ต้องกล้าทำอย่างเสมอภาค

นายจตุพร พรหมพันธุ์ วิทยากรคณะหลอมรวมประชาชน กล่าวในรายการประเทศไทยต้องมาก่อนถึงเรืองการรื้อกฎหมายภาษีบาปเพื่อยกเลิกการจัดสรรเงินให้โดยเฉพาะกับกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) และไทยพีบีเอส ว่า ไม่เกี่ยวกับรัฐบาลถังแตกด้านการเงิน แต่เงินภาษีบาปและเงินทุกกองทุนที่อยู่นอกงบประมาณ ก็ควรนำกลับมาอยู่ในระบบงบประมาณเพื่อตรวจสอบการใช้จ่ายได้