'จตุพร' ฟันธง ตั้งแต่ 14 ก.ย.การเมืองร้อนแรง จับตาม็อบลงถนนทวงคืนประเทศ จากจีนเทา-ยิว


'จตุพร' ลั่นโกงสอบยังไม่จบเรื่อง จี้รัฐบริหารอารมณ์ประชาชน ขยายผลลากขบวนการโกงมีกลไกรัฐคุ้มกันมาลงโทษ เร่งล้างบางการทุจริตรัฐ ออก กม.ลดอำนาจ กสถ. เชื่อตั้งแต่ 14-28 ก.ย.การเมืองร้อนแรง จับตาม็อบลงถนนทวงคืนประเทศ จากจีนเทา-ยิว

4 ก.ย. 2569  - นายจตุพร พรหมพันธุ์ วิทยากรคณะหลอมรวมประชาชน กล่าวในรายการประเทศไทยต้องมาก่อน ว่า การโกงสอบท้องถิ่นต้องถูกขยายผลไปล้างบางขบวนการทุจริตที่มีกลไกรัฐคุ้มครองอยู่ให้ได้รับโทษทั้งทางวินัยและอาญาอย่างโปร่งใสตามข้อเท็จจริง

อย่างไรก็ตาม การแถลงผลดำเนินการโกงสอบท้องถิ่นของกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น (สถ.) และรัฐมนตรีเกี่ยวข้องต้องเดินหน้าไปให้เป็นระยะ ต่อเนื่อง เพราะกรณีนี้เรื่องยังไม่จบ แต่จะจบอยู่ที่อำนาจสุดท้ายของ ปปช. ดำเนินการ ก่อนส่งต่อศาลวินิจฉัย อย่างไรก็ตาม การทุจริตสอบนั้นให้มหาวิทยาลัยไหนจัดสอบย่อมทุจริตกันทั้งสิ้น

นายจตุพร กล่าวว่า ตั้งแต่มีการยุบรวมสอบท้องถิ่นมาเป็นส่วนกลาง โดยครั้งแรกการทุจริตเริ่มต้นเมื่อมหาวิทยาลัยมารับจ้างจัดสอบเพื่อต้องการลดข้อครหา แต่กลับทำให้การทุจริตมันง่ายขึ้น เพื่อรายได้หลักมาจากเงินโกงการสอบ ไม่ได้มาจากการจัดสอบ เมื่อมีการขยายตรวจสอบย้อนจากปี 2568 มาปี 2564 ยังเจอการโกงเช่นกันและเป็นขบวนการเดียวกัน

"การเอาคนที่คะแนนสอบไม่ได้แต่เพิ่มเป็นคะแนนสอบได้ และการเอาคนพวกนี้ออกไปไม่ได้แปลว่า โกงสอบท้องถิ่นจบแล้ว เพราะการจบต้องเอาคนผิดมาลงโทษ อีกทั้งกระทรวงตั้งกรรมการสอบลงโทษทางวินัย แล้วส่งเรื่องไป ปปช.เพื่อดำเนินคดีทางอาญา”

สิ่งสำคัญ รัฐโดยกระทรวงมหาดไทยในความเป็นจริงนั้นต้องบริหารการรับรู้ข้อเท็จจริงของประชาชนด้วย เพราะการโกงข้อสอบส่วนท้องถิ่นคนไทยให้ความสนใจเป็นลำดับหนึ่งมากกว่าการฮั้ว สว.และเรื่องอื่นๆ ดังนั้นเรื่องนี้จะจบแบบห้วนๆ ไม่ได้อยู่แล้ว จึงต้องเดินหน้าทำความจริงให้ปรากฎต่อไปอย่างต่อเนื่อง

"ขณะนี้สังคมมีความเชื่อแล้วว่า การทุจริตสอบครั้งนี้เกินกว่าอธิบดี ซึ่งจะจริงหรือไม่จริง ก็เป็นหน้าที่ของ ปปช.จะโดยตัวเอง หรือใช้ตำรวจสอบสวนกลางต้องขยายผลหาคนเกี่ยวข้อง โดยสอบสวนคนจ่ายเงินด้วยว่า จ่ายให้ใครและมีการกล่าวอ้างถึงใคร คนพวกนี้ทำไม่ได้เลยถ้าไม่มีกลไกของรัฐไปทำในสิ่งชั่วร้ายแบบนี้”

นายจตุพร กล่าวอีกว่า ส่วนรายงานผลสอบสวนของรองนายกฯ ปกรณ์ นิลประพันธ์ โดยแต่กระบวนการถัดไปต้องดำเนินการขยายผลด้วย เพราะสิ่งสำคัญประชาชนต้องการความคืบหน้าตลอดเวลา โดยเฉพาะการออกแบบให้คณะกรรมการกลางการสอบแข่งขันพนักงานส่วนท้องถิ่น (กสถ.) มีระบบคุ้มครองจนเหิมเกริมละไม่ฟังใคร แม้แต่คำสั่งของนายกฯ นายอนุทิน ชาญวีรกูล และรมว.มหาดไทย แสดงว่าเป็นองค์กรที่มีความยิ่งใหญ่มาก ดังนั้น การยกเลิก กสถ. หากไม่มีกฎหมายเปิดช่องให้ดำเนินการ ต้องตรากฎหมายมาจัดการการซื้อขายตำแหน่งที่เพิ่มขึ้นมากมายตามใจตัวเอง

ถึงที่สุดแล้ว การโกงสอบท้องถิ่นต้องแถลงความคืบหน้าอย่างต่อเนื่องและให้ตลอด เพราะคนไม่เชื่อว่าจะจบแค่เอาคนจ่ายเงินทุจริตออกจากการบรรจุราชการ แต่ต้องทำให้เห็นอย่างโปร่งใส ยิ่งการโกงมีมากถึง 9,000 ล้านบาท มีคนจ่ายเงินเกี่ยวข้องมากถึง 5,925 คน และยังมีพวกจ่ายเงินแล้วไม่ได้บรรจุอีก ซึ่งยังไม่เห็นจะเอาคนพวกนี้มาอยู่ในฐานะพยานเลย

"ในส่วนของ ปปช.ควรแถลงความคืบหน้าอาทิตย์ละครั้ง ขณะนี้มันจบแบบไม่จบ และทุกคนก็รู้ว่า จบแบบนี้ไม่ได้ ทุกส่วนที่เกี่ยวข้องอย่าเงียบต้องออกมาช่วยกันชำระล้างขบวนการทุจริตพร้อมๆ กันอย่างจริงจัง”

นายจตุพร กล่าวยถึงปรากฎการณ์การเมืองในเดือนกันยายนว่า สิ่งต้องคิดอ่านคือช่วงเวลา 14 ก.ย. ที่กรรมการ กกต.จะวินิจฉัยผลสอบสวนของชุด 26 ส่งศาลฎีกาหรือไม่ ถัดไปอีกสองสัปดาห์คือ 28 ก.ย. ที่ศาล รธน.นัดฟังคำวินิจฉัยคดีบัตรเลือกตั้งใส่บาร์โค้ด-คิวอาร์โค้ดทำให้การลงคะแนนเสียงเป็นความลับหรือไม่

อย่างไรก็ตาม 14 ก.ย.นี้จะเป็นบทเรียนของ กกต. เพราะการไม่มีหลักการทำงานยึดมั่นมาแต่ต้นทำให้การสอบสวนเลือก สว.นำไปสู่การฟ้องเฉพาะ สว.สายสีน้ำเงิน ทั้งที่ทุกสีรณรงค์เลือก สว.กันทั้งนั้น ไม่ว่าสีส้มเปิดฉากนำร่อง มาสีแดง และเกิดปรากฎการณ์สีน้ำเงิน

หากไล่เรียงตั้งแต่ พรรคภูมิใจไทย (ภท.) ออกจากรัฐบาลภายใต้การนำของของพรรคเพื่อไทย นายภูมิธรรม เวชยชัย รักษาการนายกฯ และ รมว.มหาดไทย นำกรณีฮั้ว สว. อั้งยี่ ซ่องโจร และฟอกเงินให้เป็นคดีพิเศษ เพราะบาดหมางใจตั้งแต่ที่ดินอัลไพน์ประกบเขากระโดง แล้วยังถูกขวางโครงการอินเตอร์เทนเม้นต์คอมเพล็กช์ในส่วนการตั้งบ่อนพนัน

การฮั้ว สว.ก็ดำเนินการข้างเดียวโดยเอาเฉพาะสีน้ำเงิน หลังจากวันนั้น คณะกรรมการคดีพิเศษไม่อนุญาตให้เป็นคดีพิเศษ เหลือแค่ฟอกเงิน ดีเอสไอจึงมอบให้ กกต.ไปจัดการจนมาถึงกรรมการอบสวนชุดที่ 26

“ในวันนั้นถ้า กกต.มีสติต้องสั่งดีเอสไอไปสอบที่เหลือทั้งหมดไม่ว่าสีใดก็ตาม ถ้าเข้านิยามฮั้ว ไม่ว่าฮั้วจ่ายหรือไม่จ่าย โดยศาลตัดสินคดีให้เห็นแล้ว แต่ความไม่มีหลักจึงเอาเรื่อง 229 คนจากสีเดียว ทั้งที่ทำกันทุกสี จนชุด 26 มีมติให้ส่ง กกต.เพื่อยื่นฟ้องศาลฎีกา ซึ่ง กกต.จะพิจารณาในวันที่ 14 ก.ย.นี้”

นายจตุพร กล่าวอีกว่า กกต.ทำตัวเป็นคนโง่ไม่เคยปราณีใคร จนทำให้มีการยอมรับเอกสารที่แฉกันมาเป็นระยะๆ ต่อเนื่องว่าเป็นเอกสารจริงของชุดที่ 26 แล้วมาแจ้งความฟ้องกัน พฤติกรรมแบบนี้แสดงถึง กกต.ไม่มีสติจนปล่อยให้เรื่องราวบานปลายจึงมาแจ้งความเอาผิดกัน

“เมื่อเดินมาถึง 14 ก.ย. นี้ จะเป็นอื่นไปไม่ได้ กกต.ต้องพิจารณาปมฮั้ว สว.แค่ผู้กระทำสายเดียวในจำนวน 229 คนจากสีน้ำเงิน ถ้าใช้สมอง ใช้หน้าที่อย่างตรงไปตรงมา เรื่องราววันที่ 14 ก.ย.ก็จะลุ้นกันทั้งหมดทุกสี แต่ปรากฎว่าต้องลุ้นฝ่ายเดียวคือสีน้ำเงิน แล้ววันที่ 28 ก.ย.คดีบัตรเลือกตั้งที่ศาล รธน.นัดอ่านคำวินิจฉัยนั้น ย่อมสำคัญทางการเมืองของประเทศและสภา” นายจตุพร ย้ำ

นายจตุพร กล่าวถึงประชาชนจะลงถนนชุมนุมทวงคืนประเทศไทยว่า นายสนธิ ลิ้มทองกุล จะแถลงความชัดเจนในวันที่ 7 ก.ย.นี้ โดยเบื้องต้นเป้าหมายอยู่กลุ่มจีนเทาและชาวอิสราเอล ครอบครองทรัพย์สิน ที่ดินในไทยผ่านนอมินี ซึ่งในเรื่องนี้ หน่วยงานรัฐควรเพิ่มความถี่เข้าตรวจสอบและจับกุมให้ต่อเนื่องด้วย

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

'จตุพร' ประเมิน ปชน.จับ 18 รมต.สีน้ำเงินเชือด เกมตื้นๆ หวังให้ พท.โหวตสวน เชื่อยากจะสำเร็จ

'จตุพร' ประเมิน ปชน.เล่นแทคติกปกติ จับ 18 รมต.สีน้ำเงินเชือด วางเกมตื้นๆ หวังให้ พท.สะใจโหวตสวน รัฐบาล เชื่อยากจะสำเร็จ คาดโอกาสเปลี่ยนแปลงการเมืองน้อยมาก แนะสามีสส.สุชาดา แถลงข่าวก่อนศึกซักฟอก ตำหนิ มท.พลาดปล่อยนายกฯ เปลืองตัวจัดการนายอำเภอ

'จตุพร' หนุนรื้อ 'ภาษีบาป' นำกลับระบบจัดสรรงบประมาณ ต้องกล้าทำอย่างเสมอภาค

นายจตุพร พรหมพันธุ์ วิทยากรคณะหลอมรวมประชาชน กล่าวในรายการประเทศไทยต้องมาก่อนถึงเรืองการรื้อกฎหมายภาษีบาปเพื่อยกเลิกการจัดสรรเงินให้โดยเฉพาะกับกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) และไทยพีบีเอส ว่า ไม่เกี่ยวกับรัฐบาลถังแตกด้านการเงิน แต่เงินภาษีบาปและเงินทุกกองทุนที่อยู่นอกงบประมาณ ก็ควรนำกลับมาอยู่ในระบบงบประมาณเพื่อตรวจสอบการใช้จ่ายได้

'จตุพร' ชี้ 2 ปมกังขา ส่งสัญญาณขัดขืนรัฐบาล

นายจตุพร พรหมพันธุ์ วิทยากรคณะหลอมรวมประชาชน กล่าวในรายการประเทศไทยต้องมาก่อน โดยกังขาว่า กรมอุตุนิยมวิทยารายงานข้อมูลการพยากรณ์อากาศที่เป็นความจริงต่อรัฐบาลหรือไม่จึงทำให้เกิดความผิดพลาดกับเตรียมการรับมือน้ำท่วมในพื้นที่ กทม. “กรมอุตุนิยมรายงานข้อมูลฝนและเรื่องน่้ำอย่างไรไปให้รองนายกฯ นายทรงศักดิ์ ทองศรี จนเกิดความเชื่อมั่นจนสื่อสารต่อประชาชนไปอย่างพูดความจริงไม่ครบ

'สนธิ' จัดหนัก 'ภูมิใจไทย' วางโครงสร้างอำนาจคุมกลไกตรวจสอบได้หมด หวั่นเป็น 'ราชวงศ์ทางการเมือง'

'สนธิ ลิ้มทองกุล' จัดหนัก 'ภูมิใจไทย' ขยายอิทธิพลวางโครงสร้างอำนาจทั้งระบบ ครอบงำ สว.-กกต.-ป.ป.ช.-DSI หวั่นหากคุมกลไกตรวจสอบได้หมด ประเทศอาจกลายเป็น 'ราชวงศ์ทางการเมือง' ลั่นปลุกพลังประชาชนเดินหน้ากดดันทุกฝ่าย ย้ำไม่เลือกข้างพรรคไหน ขอแค่ยึดหลักนิติรัฐ ซื่อสัตย์ และกล้าหาญ

นักวิชาการชี้จุดหักเห 'กลุ่มอนุรักษ์นิยม' ไม่เอา 'ระบอบสีน้่ำเงิน' ที่กลืนกินระบบการตรวจสอบ

'อ.ลอย' ชี้จุดหักเหสำคัญทำไม 'กลุ่มอนุรักษ์นิยม' ไม่เอา 'ระบอบสีน้ำเงิน' มองว่าไม่ใช่ 'โล่ป้องกันภัย' อีกต่อไป แต่กลับเป็น 'สารพิษทางการเมือง' ใช้อำนาจผ่านการฮั้วสว.โกงสอบท้องถิ่น กลืนกินระบบการตรวจสอบ ภาพทางการเมืองจะเปลี่ยนจาก 'การสู้ระหว่างขั้วซ้าย-ขวา' ไปสู่ 'การต่อสู้ระหว่างฝ่ายปฏิรูปคุณธรรม กับ ฝ่ายทุนการเมืองกลุ่มอิทธิพล'

มติกกต.คดีฮั้วสว.ซ้ำเติมวิกฤตศรัทธา จับตา 28 ก.ย. เติมเชื้อไฟให้ม็อบปชช.ลุกโชน

'จตุพร' ฟาด กกต.สะสมปัญหามากมาย ทำองค์กรเสมือนเลือกข้าง ลามการทำงานสิ้นความน่าเชื่อถือ เลือกตัดสินปัญหาทางใดย่อมก่อวิกฤตศรัทธา รอคดีขึ้นศาล จับตา 28 ก.ย.ศาล รธน.ตัดสินบาร์โคัดบัตรเลือกตั้ง จะเติมเชื้อไฟให้ม็อบ ปชช.ลุกโชนยิ่งขึ้น