พรรคเพื่อไทยเผย 20 เรื่องไม่ลับของ “ร.อ.หญิง ภัทร์ดารัสมิ์ ทองสลวยกร” รองโฆษกรัฐบาล ตั้งแต่วัยเด็กนักอ่าน แรงบันดาลใจสู่เส้นทางนักกฎหมาย ประสบการณ์ในฐานะอัยการทหารและอาจารย์กฎหมาย ก่อนก้าวสู่เวทีการเมืองและบทบาทกระบอกเสียงรัฐบาลในปัจจุบัน
30 พฤษภาคม 2569 - “พรรคเพื่อไทย” โพสต์เฟซบุ๊กเรื่อง “20 เรื่องไม่ลับ ฉบับ ร.อ.หญิง ภัทร์ดารัสมิ์ ทองสลวยกร รองโฆษกรัฐบาล” ระบุว่า เอาว่าอย่างสั้นกระชับ “อ๊ก - ร.อ.หญิง ภัทร์ดารัสมิ์ ทองสลวยกร” รองโฆษกรัฐบาล (ในรัฐบาลอนุทิน ชาญวีรกูล) เป็นคนจากพรรคเพื่อไทยเพียงคนเดียวในทีมโฆษกฯ และการเข้าสู่การเมืองของเธอมาจากการสนับสนุนของครอบครัวที่ผู้เป็นพ่อเคยเป็นนายทหารและอดีตสมาชิกวุฒิสภา ส่วนผู้เป็นตาเคยเป็นนักกฎหมายและเป็นถึงรองประธานวุฒิสภาในสมัยที่มีการเลือกตั้ง สว.ตามรัฐธรรนูญ 40 ด้วย
เธอเรียนจบ ป.ตรี ด้านนิติศาสตร์, ป.โท ด้านวิทยาศาสตร์พลังงาน และ ป.เอก ด้านการบริหารกระบวนการยุติธรรม ทำงานมาทั้งภาคเอกชนในธุรกิจพลังงาน และภาครัฐในฐานะอัยการศาลทหาร รวมถึงภาคนักวิชาการในฐานะอาจารย์สอนกฎหมาย
แต่หากจะแนะนำเพียงเท่านี้ ถามว่าพอไหมที่จะทำให้รู้จักกันมากขึ้น ก็ต้องบอกว่าอาจจะยัง…
และนี่คือ 20 เรื่องไม่ลับ จาก Nice to Meet You. (รายการชวนรู้จักทีมเพื่อไทยหน้าใหม่) EP2. ที่เราอยากพาไปรู้จัก ร.อ.หญิง ภัทร์ดารัสมิ์ ให้มากกว่านี้
1.เด็กเนิร์ดผู้มีหนังสือเป็นเพื่อน
อ๊กเป็นลูกสาวคนเดียวของบ้าน ตั้งแต่จำความได้ เธอคือเด็กเรียนที่เป๊ะอยู่ในกฎระเบียบ “เลิกเรียนช่วง 3-5 โมงเย็นก็ตรงดิ่งกลับบ้านมานั่งทำการบ้าน พอเช้าวันต่อมาก็รีบไปโรงเรียนเพื่อส่งการบ้านครูทันที” และยิ่งการเป็นคนเรียบร้อยก็ยิ่งทำให้วัยเด็กของเธอมีหนังและหนังสือเป็นเพื่อนแทน จนกระทั่งมันค่อยๆ ชักชวนให้เธอได้เลือกเส้นทางชีวิตตั้งแต่เด็ก
2.นักกฎหมายสาว
อ๊กอยากเป็นนักกฎหมายตั้งแต่เรียนมัธยมต้น เพราะมีแรงบันดาลใจจากหนังเรื่อง Legally Blonde (2001) ที่แอลล์ วู้ดส์ ตัวละครนางเอกนักกฎหมายชอบแต่งตัวสีชมพู จนกลายเป็นไอดอลของเธอและทำให้ตั้งเข็มมุ่งในการอ่านหนังสือกฎหมายจริงจัง ก่อนที่ในเวลาต่อมา รัฐประหารฉีกรัฐธรรมนูญโดย คมช. เมื่อวันที่ 19 ก.ย. 2549 จะทำให้เธอเข้าใจสังคมไทยมากขึ้น
3.คนสองบุคลิก
พ้นจากการเรียน ถ้าไม่อ่านหนังสือหรือดูหนัง สิ่งที่อ๊กรักมากคือการนอน “เราเป็นคนที่แฮปปี้กับการนอนที่สุด” จนบางทีถ้าเพื่อนเธอชวนไปเที่ยวแล้วรู้ว่าต้องกลับดึก เธอจะเลือกนอนอยู่บ้านแทน ทำให้หลายคนชอบบอกว่าเธอมีความเป็น Introvert ในขณะที่บางครั้งเธอกลับเป็น Extrovert หรือว่าจริงๆ อาจเป็น Omnivert
4."I can eat noodle everyday"
อ้อ… อีกเรื่องที่อ๊กหลงรักมากเป็นพิเศษคือการกิน โดยเฉพาะก๋วยเตี๋ยว นับเป็นงานอดิเรกหลักของเธอก็ว่าได้ “กินมาตั้งแต่เด็กและกินได้ทุกวันไม่มีเบื่อเลยจริงๆ I can eat noodle everyday ค่ะ” วันนี้เธอเลยเปิดลายแทงร้านเด็ดที่ชอบไปกินบ่อยๆ ได้แก่ ร้านรุ่งเรือง สุขุมวิท 26, ร้านแซว สุขุมวิท 49, ร้านใสสะอาด วังบูรพา
5.ตำนานเมาดิบ
สมัยเรียนนิติฯ ที่ธรรมศาสตร์ อ๊กลองพาตัวเองไปท่องราตรีอยู่บ้าง แต่ความที่เป็นคนแพ้แอลกอฮอล์ จึงทำให้ดื่มไม่ได้ เธอจึงสร้างตำนานให้ตัวเองด้วยการเมาดิบเพื่อจะได้เอ็นจอยไปกับเพื่อนๆ ได้ แต่ทว่า “เราเป็นคนเต้นไม่ตรงจังหวะ สเตปแบบดนตรีอยู่ปัตตานี คีย์อยู่เชียงราย เพราะเอนเนอร์จี้อยากสนุก คนอื่นเลยคิดว่าเมาจริง”
6.นิติศาสตร์ มธ.
“เราตั้งเป้าหมายชีวิตไว้ตั้งแต่ ม.1 ว่าอยากเรียนนิติศาสตร์ ไม่มีไขว้เขว เพราะอินกับประโยคที่ว่า ฉันรักธรรมศาสตร์ เพราะธรรมศาสตร์สอนให้เรารักประชาชน” เมื่อบวกกับที่บ้านสนับสนุนและเป็นแรงบันดาลใจให้มาตั้งแต่เด็ก จากการที่มีคุณตาเป็นนักกฎหมายและนักการเมือง เธอจึงมุ่งมั่นเข้านิติฯ ธรรมศาสตร์จนสำเร็จ
7.สวมเสื้อแดง
ในช่วงเดือน เมษาฯ-พฤษภาฯ 2553 คนเสื้อแดงลงถนนเรียกร้องให้รัฐบาลอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ยุบสภา เพราะการตั้งรัฐบาลในค่ายทหารและวิกฤตความยุติธรรมสองมาตรฐาน อ๊กที่กำลังอินการเมืองและเรียนกฎหมายเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว จึงไม่รอช้าจะสวมเสื้อแดงเข้าไปทำความรู้จักการเมืองภาคประชาชนให้เห็นกับตา จนกระทั่งมีการล้อมปราบเลยทำให้เธอตาสว่างกว่าเดิม
8.แฟชั่นนิสต้า
แม้จะเป็นเด็กเรียบร้อย แต่ไลฟ์สไตล์ช่วงมหาวิทยาลัยของอ๊กนับว่าจัดเต็ม “สมัยเรียนเพื่อนๆ ที่ธรรมศาสตร์จะรู้กันดีเลยว่าอ๊กต้องมากับรองเท้าส้นสูงเท่านั้น เพราะเป็นคนชอบแต่งตัวมาก” ต่อให้ทางเดินในธรรมศาสตร์จะสมบุกสมบัน ทั้งอิฐตัวหนอน หลุมบ่อ ดินลูกรัง แต่เธอก็ใช้ส้นสูงประคองร่างผ่านมาได้ทุกรันเวย์ จากความชอบแต่งตัว ทำให้เธอมีโอกาสถ่ายภาพลงนิตยสารวัยรุ่นเช่น Cheeze Magazine หรือ เธอกับฉัน เป็นต้น และถึงแม้จะเรียนอยู่แถวรังสิต แต่ใจมันชอบดึงเธอเข้าเมืองมาหาเพื่อนแถวจุฬาฯ เพื่อเดินเล่นสยามสแควร์ตามประสาเด็กสยามท่านหนึ่ง
9.สู่กรมพระธรรมนูญ
หลังจากเรียนจบกฎหมาย อ๊กเริ่มทำงานที่บริษัทเอกชนก่อนจะตัดสินใจเรียนต่อปริญญาเอก โดยมีโจทย์ใหญ่ในใจคือการทำวิทยานิพนธ์เรื่องการปฏิรูปศาลทหาร ประกอบกับมีคุณพ่อเป็นทหารอยู่แล้ว เธอจึงอยากรู้ว่าระบบข้างในเป็นอย่างไร “ถ้าเราอยากจะวิเคราะห์ สังเคราะห์ เพื่อเสนอทางออกให้เขาได้อย่างถูกต้อง เราต้องเอาตัวเองเข้าไปเห็นของจริงข้างใน”
ประจวบเหมาะกับช่วงนั้นกรมพระธรรมนูญเปิดรับสมัครพอดี เธอจึงตัดสินใจลองสอบแข่งขันทั้งข้อเขียนและสมรรถภาพร่างกายสุดหินจนได้บรรจุเข้าไปทำงาน ซึ่งสิ่งที่เธอพบในกรมพระธรรมนูญคือ กระบวนการยุติธรรมทางทหารแทบไม่ต่างจากพลเรือนเพราะใช้กฎหมายตัวเดียวกัน แต่สิ่งที่พีคที่สุดในเส้นทางนี้กลับเป็นตอนที่เธอต้องไปฝึกทหาร
10.รีวิวเขาชนไก่
หลังสอบผ่าน อ๊กต้องเผชิญคัลเจอร์ช็อกที่ค่ายเขาชนไก่ จากแฟชั่นนิสต้าส้นสูงสับๆ พลิกมาสู่สาวในเครื่องแบบ สวมชุดพรางหนาๆ และคอมแบตหนักอึ้ง ฝึกตากแดดลุยโคลนจนมอมแมม และสิ่งที่ชวนจำฝังใจคือการอาบน้ำจากอ่างรวมที่เต็มไปด้วยคราบเขรอะ “เราซื้อเม็ดฟู่ฆ่าเชื้อแบคทีเรียมาใส่อ่างน้ำด้วย ปรากฏว่าใส่ไป 2 เม็ด เม็ดฟู่จมหายบ๊ายบายไปเลย เม็ดฟู่ไม่สู้เลยลูก” นอกจากนี้เธอยังเปิดโลกด้วยการลองกินอึ่งอ่างครั้งแรกในชีวิต ถือเป็นอีก 7 วันในภารกิจทำตามฝัน
11.บทบาทอัยการทหาร
อ๊กใช้ชีวิตในเครื่องแบบทหารอยู่ราว 6 ปี เริ่มตั้งแต่ตำแหน่งนายทหารพระธรรมนูญประจำหน่วย ก่อนจะขยับขึ้นมาเป็นอัยการทหารผู้ช่วยที่กรมพระธรรมนูญ ทำหน้าที่เขียนสำนวนและเป็นโจทก์ฟ้องคดีเหมือนอัยการพลเรือน และย้ายไปอยู่กองสงเคราะห์ทางกฎหมายทำหน้าที่ทนายทหารก่อนลาออกเปลี่ยนเส้นทางอาชีพ ประสบการณ์นี้เธอมองว่า “เราอยากเห็นการแลกเปลี่ยนความรู้เรื่อง AI หรือกฎหมายต่างประเทศ และอยากให้มี Two-way Communication ระหว่างทหารและประชาชน เป้าหมายสูงสุดคือการผลักดันศาลทหารให้ได้มาตรฐานสากลอย่างเท่าเทียมกัน”
12.จากอาจารย์กฎหมายสู่ทีมโฆษกพลังหญิง
จากอัยการทหาร อ๊กไปต่อที่ภาคนักวิชาการเต็มตัวด้วยการเป็นอาจารย์ประจำคณะนิติศาสตร์ที่ ม.ธุรกิจบัณฑิตย์ จนกระทั่งการเลือกตั้งใหญ่ 8 ก.พ. 2569 มาถึง ความฝันที่เธอรู้สึกอยากผลักดันนโยบายและกฎหมายเกี่ยวกับความยุติธรรมผ่านเวทีการเมืองก็ทำให้เธอที่เป็นแฟนคลับพรรคเพื่อไทยอยู่แล้วหันมาลงสมัคร สส. แบบบัญชีรายชื่อ จนวันที่เข้ามารับตำแหน่งรองโฆษกรัฐบาล หลายคนทักถามเธอว่า “เกร็งไหมที่ต้องเป็นคนจากพรรคเพื่อไทยเพียงคนเดียวในทีมโฆษกรัฐบาล แต่อ๊กกลับมองเป็นเรื่องโชคดีที่ได้ร่วมงานกับพี่ๆ ที่น่ารัก และร่วมมือกันผลักดันเรื่อง Empowering Woman” บรรยากาศการทำงานในทำเนียบรัฐบาลครั้งนี้จึงเต็มไปด้วยความสุขและลงตัวสุดๆ
13.Synergistic Government
กับการบาลานซ์และการวางตัวกับสื่อในฐานะคนเพื่อไทยหนึ่งเดียว เธออยากให้ทุกคนมองภาพรัฐบาลยุคนี้ตามคำของอาจารย์เชนว่าเป็น “Synergistic Government” หรือรัฐบาลที่ผสานพลังร่วมกันทำงาน ทุกนโยบายที่จะสำเร็จคือผลงานของทีมเวิร์ก “เพราะท้ายที่สุดแล้วไม่ว่าจะสังกัดพรรคไหน การเอาผลงานและนโยบายนำเพื่อประโยชน์สูงสุดของพี่น้องประชาชนคือหมุดหมายที่สำคัญที่สุด” อ๊กย้ำ
14.คำพูดคือนายเรา
โจทย์หินในงานโฆษกรัฐบาลสำหรับอ๊กคือการแก้ปัญหาเฉพาะหน้า เพราะตำแหน่งนี้ต้องเป็นตัวกลางเชื่อมระหว่างรัฐบาล สื่อ และประชาชน ท่ามกลางกระแสสังคมและมุมมองที่หลากหลาย “การจะสื่อสารเรื่องเดียวกันให้คนที่มีความเห็นต่างเข้าใจตรงกันจึงไม่ใช่เรื่องง่าย และหากเกิดวิกฤตหน้างานก็ต้องพร้อมตัดสินใจและแก้ไขทันที” สิ่งที่เธอตระหนักอยู่เสมอในฐานะกระบอกเสียงคือ “คำพูดคือนายเรา เราต้องรับผิดชอบในทุกคำพูดและการสื่อสารที่ออกไปอย่างเต็มที่”
15.แปลเรื่องยากให้จำง่าย
ในพาร์ทการแบ่งหน้าที่ อ๊กรับผิดชอบดูแลงานสื่อสารในโควตา 5 กระทรวงหลัก ได้แก่ แรงงาน, ศึกษาธิการ, พัฒนาสังคมฯ, เกษตรฯ และ อุดมศึกษาฯ ซึ่งงานสุดท้าทายสำหรับเธอคือการแปลภาษาวิทยาศาสตร์ หรือศัพท์เทคนิคยากๆ ให้กลายเป็นภาษาที่เข้าใจง่าย “โชคดีที่ทีมสื่อสารหลังบ้านทำงานกันหนัก ช่วยกันสรุปประเด็น ย่อยข้อมูล ศัพท์กฎหมาย หรือเรื่องเศรษฐกิจสังคมที่ดูไกลตัว ให้กลายมาเป็นภาษาชาวบ้านที่เข้าถึงง่าย คนจำได้ดี และส่งสารออกไปได้อย่างรวดเร็วทันใจพี่น้องประชาชน”
16.จริงๆ ไม่ได้ชื่อ "อ๊ก"
ใครจะรู้ว่าชื่อเล่นอันเป็นเอกลักษณ์นี้มีที่มาจากความเอ็นดูในวัยเด็ก เพราะจริงๆ แล้วเธอชื่อ “นก” แต่เรื่องของเรื่องคือ “ตอนอายุ 4 ขวบ ออกเสียงตัว น หนู ไม่ชัด เวลาใครถามว่าชื่ออะไร ก็จะตอบเสียงเพี้ยนว่า อ๊กๆๆ ตลอด คุณพ่อคุณแม่เลยตัดปัญหาเปลี่ยนชื่อเล่นให้เป็นอ๊กไปเลย” พอมีคนมาถามทีหลังว่าชื่อนี้หมายความว่าอะไร ก็กลายเป็นเรื่องเล่าขำๆ ในวัยเยาว์ไปเสียทุกที
17.ไม่ต้องเลือก "งาน" หรือ "ลูก"
เมื่อต้องรับบทเวิร์กกิ้งมัมที่งานรัดตัว อ๊กมักจะถูกถามบ่อยๆ เรื่องการจัดสรรเวลา ซึ่งเธอให้คำตอบอย่างหนักแน่นว่า “เราไม่จำเป็นต้องเลือกระหว่างความก้าวหน้าในงานหรือความเป็นแม่ เราทำทั้งสองอย่างควบคู่กันไปได้ ทุกอย่างอยู่ที่การจัดลำดับความสำคัญ” แต่อ๊กโชคดีที่ลูกสาวเข้าใจ เวลาบอกว่า “เดี๋ยวแม่ขอทำงานก่อนนะลูก” เธอจะรับฟังเสมอ เพราะเธอคอยสอนลูกตลอดว่าตัวเขาเองก็มีหน้าที่เรียนหนังสือเหมือนกัน และการที่อ๊กทำงานหนักมาตั้งแต่เขาเกิด ทำให้ลูกสาวเห็นและซึมซับวิถีชีวิตนี้ไปในตัว
18.เวลาคุณภาพ
ต่อให้ตารางงานจะแน่นแค่ไหน สิ่งที่อ๊กไม่เคยละเลยคือเวลาคุณภาพ ก่อนนอนเธอต้องเล่านิทานและนอนคุยกับลูกเสมอ คำถามที่เธอถามลูกสาวทุกวันคือ “วันนี้มีเรื่องดีๆ หรือเรื่องอะไรที่เป็น Happy moment ของหนูบ้างลูก เพราะกระบวนการเหล่านี้เป็นการสร้างทักษะ EF (Executive Functions) ที่สำคัญมากต่อการเติบโต” และทำให้แม่ลูกสนิทกันมากที่สุด
19.ตัวตนที่แท้จริง
สำหรับการวางอนาคตให้ลูกสาว อ๊กยืนยันอย่างชัดเจนว่าจะไม่มีการวางกรอบให้ลูกแน่นอน เพราะเธอเชื่อว่า “คนเรามีความถนัดต่างกัน วิธีการของเราคือคอยสังเกตและสนับสนุนในสิ่งที่ลูกชอบ เป็นการเปิดโอกาสให้เด็กได้ค้นหาตัวเองจนเจอว่าชอบอะไร และทำสิ่งนั้นให้ดีที่สุด” ปัจจุบันเธอมีลูกสาวคนเดียว ซึ่งด้วยความที่เธอเองก็เป็นลูกคนเดียวเหมือนกัน เลยคิดว่าการมีลูกคนเดียวลงตัวที่สุดแล้ว
20.ตุ๊กตาพลังบวก
ปิดท้ายด้วยไอเทมลับประจำตัวอ๊กอย่าง “น้องจุ๊บ” ตุ๊กตามังกรบีบนุ่มนิ่มที่ลูกสาวฝากให้มาคอยดูแลแม่ “เขาอยากให้ตุ๊กตาตัวนี้คอยส่งพลังบวกให้เวลาแม่เหนื่อย เลยสั่งแกมบังคับให้พกติดตัวไปทุกที่แบบ Everywhere with me ถึงขนาดเข้าทำเนียบรัฐบาลก็ต้องพกใส่กระเป๋าไปด้วย” เพราะบางทีลูกสาว FaceTime มาแถมยังแอบเช็กว่าน้องจุ๊บอยู่ด้วยไหม “แต่มันเวิร์กมากเพราะเวลาเครียดๆ แค่หยิบน้องจุ๊บมาบีบก็นุ่มมือผ่อนคลาย กลายเป็นพลังใจชั้นดีที่ส่งตรงจากลูกสาวสุดเลิฟ
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
🔴 LIVE ‘ดร.เอนก’วิพากษ์ พรรคส้มเมาหมัด.. เล่นใหญ่..ใกล้จบเห่? | อิสรภาพแห่งความคิด กับ..สำราญ รอดเพชร
อิสรภาพแห่งความคิด กับ..สำราญ รอดเพชร : วันเสาร์ที่ 30 พฤษภาคม 2569
🔴 LIVE 1,600 ล้านคุ้มแค่ไหน? AI เพื่อคนไทย | ห้องข่าวไทยโพสต์
ห้องข่าวไทยโพสต์ : ประจำวันศุกร์ที่ 29 พฤษภาคม 2569
🔴 LIVE ครบมุมข่าว กับ..นิธินาฏ ราชนิยม | สารพัดปัญหา กทม. ผู้ว่าฯ แบบไหนตอบโจทย์!?
ครบมุมข่าว กับ..นิธินาฏ ราชนิยม : วันศุกร์ที่ 29 พฤษภาคม พ.ศ. 2569
'ไทยช่วยไทย พลัส' ลงทะเบียนแล้ว 26.2 ล้าน ร้านค้าพร้อมใช้ 6.5 แสนราย
'ไทยช่วยไทย พลัส' กระแสตอบรับแรงต่อเนื่อง ประชาชนลงทะเบียนแล้วกว่า 26.2 ล้านราย ร้านค้าพร้อมใช้ทะลุ 6.5 แสนรายทั่วประเทศ
🔴 LIVE ‘คุกอดีตป.ป.ช. สะเทือนองค์กรอิสระ | ห้องข่าวไทยโพสต์
ห้องข่าวไทยโพสต์ : วันพฤหัสบดีที่ 28 พฤษภาคม 2569
ดุลยภาพแห่งอำนาจในรัฐธรรมนูญนอร์เวย์ ค.ศ. 1814: ว่าด้วยอำนาจของสถาบันการเมืองตามรัฐธรรมนูญ และพระราชสถานะและพระราชอำนาจของพระมหากษัตริย์ (ตอนที่ 2)
รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรนอร์เวย์ ซึ่งตราขึ้น ณ เมืองเอดส์โวลล์ (Eidsvoll) เมื่อวันที่ 17 พฤษภาคม ค.ศ. 1814 และได้รับการปรับปรุงในเดือนพฤศจิกายนปีเดียวกันเมื่อนอร์เวย์ต้องเข้าสู่สภาวะสหภาพทางการเมือง

