'สนธิญา' ร้อง ป.ป.ง. ยึดทรัพย์ขบวนการโกงสอบท้องถิ่น เชื่อมี รมต. เอี่ยวผลประโยชน์

“สนธิญา” ลุยร้อง ปปง. ยึดอายัดทรัพย์ขบวนการฮั้วจัดสอบข้าราชการท้องถิ่นทุกราย เชื่อมีระดับรัฐมนตรีเอี่ยวรับผลประโยชน์สั่งการ “รองโฆษก ปปง.” ยันชัด อำนาจกฎหมายฟอกเงิน สามารถตรวจสอบเส้นเงินและรายการทรัพย์สินที่ได้มาจากการกระทำผิดย้อนหลังได้ทั้งหมด 

25 มิถุนายน 2569 - ที่สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) นายสนธิญา สวัสดี เดินทางเข้ายื่นหนังสือถึงเลขาธิการ ปปง. เพื่อขอให้ดำเนินการตรวจสอบเส้นทางการเงินและยึดหรืออายัดทรัพย์สินของบุคคลเกี่ยวข้องในคดีขบวนการทุจริตสอบข้าราชการท้องถิ่น กรณีได้มาจากการกระทำความผิดทุจริต โดยมี นายพีรธร วิมลโลหการ ที่ปรึกษาด้านกฎหมายและพัฒนามาตรการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน และในฐานะโฆษกสำนักงาน ปปง.

โดยนายสนธิญา กล่าวว่า การเข้ายื่นร้องขอให้สำนักงาน ปปง. ตรวจสอบเส้นทางการเงินและขอให้ดำเนินการยึดและอายัดทรัพย์สินในวันนี้ ก็เนื่องมาจากการทุจริตของผู้สอบเข้าตำแหน่งข้าราชการของท้องถิ่น และมีการทุจริตอย่างมโหฬาร อีกทั้งยังมีกรณีของผู้ที่ทำข้อสอบได้ หรือคิดว่าทำข้อสอบได้ และได้ไปขอดูคะแนน จำนวนกว่า 3,000 ราย จนได้มีการร้องไปยังสำนักงาน ป.ป.ช. ซึ่งทาง ป.ป.ช. ก็ได้มีการพยายามไต่สวนเรื่องนี้มาโดยตลอด ซึ่งหากย้อนไปในสมัยที่ตนยังเป็นกรรมาธิการกฎหมายฯ ประมาณ 4-5 ปี ก็ได้มีคนเคยร้องเรียนในเรื่องนี้มาก่อนแล้ว และมีบางคนที่รู้จักก็พยายามถามตนว่าจะไปทางไหนได้บ้างที่จะขอฝากบุคคลเข้าไปสอบเพื่อให้ผ่านเป็นข้าราชการท้องถิ่น

อย่างไรก็ดี ตนมองว่า หากประเทศไทยเป็นแบบนี้ ก็คงไม่ก้าวหน้า เพราะจากผลการตรวจสอบวัดระดับความสุจริตระดับประเทศ ได้มีการสำรวจและพบว่าประเทศไทยเป็นประเทศที่มีการคอรัปชั่นทุจริต โดยได้คะแนนอยู่ที่ 36/100 ซึ่งติดอันดับ 116 จากทั้งหมด 190 ประเทศทั่วโลก และยังอยู่ในอันดับ 6 จาก 10 ประเทศในอาเซียน ตอนนี้เรากำลังเดินตามหลังประเทศเวียดนาม มาเลเซีย สิงคโปร์ อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ และลาว

ซึ่งกรณีการทุจริตครั้งใหญ่นี้ ทาง ป.ป.ช. และ บก.ปปป. อยู่ระหว่างการตรวจสอบ ซึ่งก็เป็นเครื่องยืนยันว่ามันมีการทุจริตโกงกินจริง ทั้งนี้ ตนเห็นด้วยกับรัฐบาลที่พยายามจะขุดรากถอนโคลน เพราะการเลือกตั้งท้องถิ่นที่ผ่านมา ยกตัวอย่างเช่นในพื้นที่จังหวัดสมุทรสาคร ก็มีการซื้อเสียงถึงหัวละ 2,000 บาท และไม่เฉพาะแค่พื้นที่นี้เท่านั้น กล้าพูดได้เลยว่าในการเลือกตั้งท้องถิ่น ระดับเทศบาล ก็ซื้อเสียงกันเกือบ 90% ฉะนั้น หากมีการจ่ายเงินคนละ 300,000-800,000 บาท เช่นนี้ แล้วคนที่จ่ายเงินได้เข้าไปรับราชการ นับไปอีก 40 ปีข้างหน้า พวกเขาก็คงต้องทำทุกอย่างเพื่อถอนทุนคืน แล้วเช่นนี้ประชาชนจะอยู่กันอย่างไร

นายสนธิญา กล่าวอีกว่า สำหรับการทุจริตกว่า 9,000 ตำแหน่งรายชื่อในครั้งนี้ ซึ่งถูกระบุว่าจะได้เป็นเจ้าหน้าที่ท้องถิ่น เชื่อว่าถ้ามีการจ่ายเงิน น่าจะจ่ายกันไม่ต่ำกว่า 3,000-4,000 รายแน่นอน วันนี้ตนจึงมาขอร้องให้ทาง ปปง. ร่วมกับสำนักงาน ป.ป.ช. และ บก.ปปป. ตรวจสอบเส้นทางการเงิน ริบ อายัดเงินทั้งหมดเหล่านี้ ไม่ว่าจะเป็นเงินของผู้ที่จ่ายไปก็ตาม ซึ่งในหนังสือเรียนในวันนี้ ตนก็ได้ขอให้ผู้ที่ทุจริตเข้าไปเป็นข้าราชการท้องถิ่นทั้งหมดเหล่านั้น ต้องถูกห้ามโดย ก.พ. หน่วยงานที่เกี่ยวข้องว่าไม่สามารถสอบรับราชการได้ตลอดชีวิต ขอให้ขึ้นบัญชีดำไว้ในกรณีของบุคคลที่ร่วมกันทุจริตเข้าไปเป็นข้าราชการท้องถิ่นในครั้งนี้ด้วย และโดยอย่างยิ่งจะต้องไม่สามารถสอบเข้าราชการในทุกหน่วยงานได้อีก

นายสนธิญา กล่าวต่อว่า ส่วนคนที่เข้าไปร่วมมือกับข้าราชการในการรับเงินเหล่านี้ ก็จะต้องให้ออกจากราชการทั้งหมด พร้อมกับมาตรการยึดและอายัดทรัพย์ เพราะตนเชื่อว่าไม่ได้มีเพียงแค่ตำแหน่ง หรือระดับข้าราชการอย่างอธิบดี หรือปลัดเข้ามาเกี่ยวข้องเพียงเท่านั้น แต่น่าเชื่อว่าจะมีระดับรัฐมนตรีที่สามารถสั่งการ และคุยกับโรงพิมพ์หรือที่อื่นที่ใดได้

นายสนธิญา กล่าวด้วยว่า ตนเชื่อว่าบุคคลที่จะสั่งการและสามารถนำเอาข้อมูลต่าง ๆ ของแต่ละบุคคลมาร่วมกันแก้ไขและทำคะแนนให้ได้เกินกว่าที่มาตรฐานกำหนด จะต้องมีคนสั่งการระดับสูงกว่าปลัดนั้นก็คืออาจจะเป็นรัฐมนตรี ซึ่งสิ่งเหล่านี้จำเป็นที่จะต้องตรวจสอบดำเนินการอย่างเด็ดขาด

“คนที่จ่ายเงินให้ได้เป็นราชการ เขาจะทำงานสุจริตหรือไม่ จึงขอให้ ปปง. พิจารณาตามกฎหมายการฟอกเงิน หรือความผิดมูลฐาน ไม่ว่าจะเป็นข้ออั้งยี่ ซ่องโจร เพราะข้าราชการกระทำผิดโกง หรือว่าการฉ้อโกงเหล่านี้ ล้วนอยู่ในความผิดมูลฐานของกฎหมายฟอกเงิน ดังนั้น ต้องยึดทรัพย์ทั้งหมด เพื่อไม่ให้เป็นเยี่ยงอย่างไม่ให้เกิดขึ้นอีกในอนาคต” นายสนธิญา ระบุ.

นายสนธิญา กล่าวว่า ที่ผ่านมาตนเคยคุยกับข้าราชการหลายราย เขาบอกตนว่าการรับราชการนั้น จะมีเงินเดือน จะมีค่าสวัสดิการ ค่าเล่าเรียน ค่ารักษาพยาบาล ดังนั้น ถ้าบุคคลมีการจ่ายเงิน 300,000 บาท เพื่อไปรับเงินเดือน 15,000 บาท คำนวณได้เลย ตกประมาณ 2-3 ปี พวกเขาจะถอนทุนคืนได้ แล้วจะได้ผลยาวไปเรื่อย ๆ แต่สิ่งที่เกิดขึ้น คือ จิตสำนึกของเขา เขารู้ว่าได้มาเพราะการซื้อ และนี่ก็เป็นสาเหตุว่าทำไมหน่วยงานราชการหลายหน่วยจึงไม่มีข้าราชการกล้าชี้ว่าอธิบดี รองอธิบดี หรือฝ่ายหัวหน้าคนไหนทุจริต ก็เพราะว่าส่วนมากถ้าไปแบบทุจริต ก็ต่างคนต่างอยู่เฉย ๆ ดีกว่า

นายสนธิญา สะท้อนมุมมองที่มองว่ามหาวิทยาลัย มศว. ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องในขบวนการทุจริต ว่า การทุจริตดังกล่าวที่เกิดขึ้น ไม่ใช่แค่ในเรื่องการสอบในห้องเรียน แต่กระบวนการทุจริตนี้มีการออกมาแก้ไขข้างนอก มันเป็นกระบวนการที่เหนือการสอบ คือ เมื่อคุณมาเข้าสอบแล้วคุณจ่ายเงินมาแล้ว มันจะนำรายชื่อ เลขประจำตัวสอบของบุคคลนั้นและนำข้อสอบของบุคคลนั้นมาแก้ไข ดังนั้น เหตุการณ์ทุจริตครั้งนี้ไม่ได้เกิดขึ้นในสถานที่สอบ แต่กรณีนี้มันคือการทุจริตที่ใช้อำนาจรัฐเข้าไปขอบัญชีรายชื่อ ขอเลขบัญชีรายชื่อขอคำตอบของบุคคลนั้นแล้วเอามาแก้ไขแล้วส่งเข้าไป ตนจึงขอให้แยกให้ชัดเจนว่ากรณีการสอบเป็นเรื่องของมหาวิทยาลัยที่เขามีความพร้อม เพราะมหาวิทยาลัยก็มีการสอบนักศึกษาของเขาเป็นมาเป็นพันเป็นหมื่นคนอยู่แล้ว แต่ประเด็นการทุจริตครั้งนี้เป็นการทุจริตด้วยการดึงเอาข้อสอบคำตอบของบุคคลที่จ่ายเงินแล้วไปแก้ไขและใส่ลงในระบบคอมพิวเตอร์

ด้าน นายพีรธร วิมลโลหการ ที่ปรึกษาด้านกฎหมายและพัฒนามาตรการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน และในฐานะโฆษกสำนักงาน ปปง. กล่าวว่า สำหรับตามที่เป็นข่าวเกิดขึ้นสด ๆ ร้อน ๆ ซึ่งเป็นความร่วมมือระหว่างสำนักงาน ป.ป.ช. และ บก.ปปป. อย่างไรก็ตาม ในส่วนของสำนักงาน ปปง. ยังไม่ได้รับรายงานมาจากทั้งสองหน่วยงาน แต่คาดว่าอาจมีลักษณะเป็นความผิดมูลฐานตามกฎหมาย ปปง. จึงต้องขอเวลาให้หน่วยงานเกี่ยวข้องทั้ง 2 หน่วยงานนั้นได้ตรวจสอบบุคคลที่เกี่ยวข้องในคดีให้เรียบร้อยก่อนว่ารายใดมีความผิดตามกฎหมายใดบ้าง และหากมีการรายงานมายัง ปปง. เมื่อใด เราก็จะได้ตรวจสอบและดำเนินการตามกฎหมายอย่างเต็มที่ อีกทั้งกรณีนี้นายกรัฐมนตรี ก็ย้ำว่าเป็นอาชญากรรมร้ายแรงของประเทศชาติ และท่านได้ให้นโยบายแก่ ปปง. ไว้ว่าขอให้ปิดชื่อถือพฤติกรรม ฉะนั้น ใครก็ตามที่เข้าไปมีพฤติการณ์เกี่ยวข้องกระทำความผิดจริง ปปง. จะดำเนินการอย่างเต็มที่แน่นอน

รองโฆษก ปปง. กล่าวอีกว่า ส่วนกรณีที่นายสนธิญา สวัสดี ได้ร้องขอให้ ปปง. ดำเนินการตรวจสอบเส้นทางการเงิน ยึดและอายัดทรัพย์บุคคลที่เกี่ยวข้องทุกกลุ่มนั้น ในหลักการแล้ว เราคงต้องรอให้หน่วยงานที่กำลังดำเนินการตรวจสอบได้รายงานชื่อบุคคลและพฤติการณ์ที่เกี่ยวข้องในคดีมายัง ปปง. ให้เรียบร้อยก่อน ซึ่งก็จะได้มาจากการสืบสวนสอบสวนตามกฎหมายคดีอาญา ส่วนหากมีผู้เกี่ยวข้องสัมพันธ์เพิ่มเติมจากเส้นทางการเงิน หรือใครก็ตาม ปปง. เรามีอำนาจในการตรวจสอบข้อเท็จจริงเช่นเดียวกัน นอกจากนี้ แม้ว่าเรื่องจะเกิดขึ้นมาแล้ว ปปง. ก็สามารถตรวจสอบย้อนหลังและดำเนินการยึดและอายัดทรัพย์สินจากการถือครอง ครอบครองได้ทั้งหมด โดยเฉพาะหากเป็นทรัพย์สินที่ได้มาจากการกระทำความผิดในคดี.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

สาวให้ถึงตัวการใหญ่! 'โรม' งัด พรบ.อำนาจเรียก 'อนุทิน-นฤชา-อธิการบดี มศว' แจงโกงสอบท้องถิ่น

"โรม" ซัด "อนุทิน" เมินแจง กมธ.กฎหมาย ไม่ส่งผู้แทนให้ข้อมูลปมโกงสอบท้องถิ่นสักครั้ง เผย อธิการบดี มศว ให้ข้อมูลเป็นประโยชน์ บอก ’ทองเจือ‘ ไม่ได้คุยเรื่องจัดสอบ สงสัยคุยเรื่องอะไรกัน เผย พบหลักฐานโยงเส้นเงินกว่า 70 คน ชี้ อาจสูงถึงกว่าระดับสส.-รัฐมนตรี ดักคอ หากเบี้ยวอีกงัดกฎหมายจัดการ ตกใจ ป.ป.ช. เข้าไม่ถึงข้อมูลคณะทำงาน ‘รองปกรณ์’ ยังไม่คืบตรวจกระดาษคำตอบ อ้างไม่มีเงินเช่าเครื่องตรวจ

'สนธิญา' ยื่นผู้ตรวจการฯ ส่งศาล รธน. ฟันพรรคกล้าธรรม ส่งผู้สมัครมีประวัติจำคุก

“สนธิญา” ร้องผู้ตรวจฯ ชี้ขาด “ธรรมนัส- กก.บห.กล้าธรรม” หลังส่งผู้สมัครขาดคุณสมบัติลงชิงเขต 8 นครศรีธรรมราช ลั่นไม่ได้เตะตัดขาสกัดร่วมรัฐบาล ชี้ต้องการให้เป็นบรรทัดฐานทุกพรรคเฟ้นหาผู้สมัคร

ยึดทรัพย์ 'หมอบุญ' เพิ่ม 1,799 ล้าน

สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) แถลงผลการประชุมคณะกรรมการธุรกรรม ครั้งที่ 8/2569 ซึ่งมีนายเทพสุ บวรโชติดารา เลขาธิการ ปปง. เป็นกรรมการและเลขานุการ โดยคณะกรรมการธุรกรรมมีมติให้ดำเนินการกับทรัพย์สินในความผิดเกี่ยวกับการฉ้อโกงประชาชน การฉ้อโกงฯ

'ภราดร' ไม่หวั่นฝ่ายค้านจ่อยื่นซักฟอก ครม. พร้อมแจงทุกข้อกล่าวหา

'ภราดร' ไม่รู้ฝ่ายค้านจ่อซักฟอกตามมาตราไหน เรื่องอะไร ลั่น ครม.ทุกคนพร้อมแจงทุกข้อกล่าวหา ยันปฏิบัติหน้าที่ตรงไปตรงมา

'อาสพลธ์' เผย ป.ป.ช. จ่อฟันข้าราชการ 'สถ.-กสถ.' ปลาย ต.ค.นี้ คดีทุจริตสอบท้องถิ่น

นายอาสพลธ์ สรรณ์ไตรภพ ประธานคณะกรรมาธิการป้องกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ (กมธ.ป.ป.ช.) สภาผู้แทนราษฎร เปิดเผยถึงผลการประชุมคณะกรรมาธิการ ป.ป.ช.ว่า ที่ประชุมได้เชิญผู้แทนอธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น (สถ.)

'อนุทิน' สั่งเร่งสรุปผลสอบวินัยขรก.เอี่ยวโกงท้องถิ่น ต้องจบภายใน 30 ก.ย. ไม่ขยายเวลาเด็ดขาด

มท.1 ลั่นโกงสอบท้องถิ่นน่าอเนจอนาถ บั่นทอนความเชื่อมั่นปชช. ฉะเรื่องสยอง- สะเทือนขวัญ พูดภาษาชาวบ้าน ‘โกงบนหัวผม-เผาบ้านเรา‘ ชี้ สังคมพิพากษาแล้ว โอด ‘เนื้อไม่ได้กินหนังไม่ได้ลองนั่ง’ พร้อมฟาดยับไม่ต้องเกรงกลัวอิทธิพล ขรก.เอี่ยวต้องออกจากราชการ ขีดเส้นจบ 30 ก.ย. นี้ไม่มีขยายเวลา