'ภัทรพงศ์' ซัด 'รัฐบาล' ไม่ทำอะไรเลยหลังพบสารพิษปนเปื้อน 6 แม่น้ำ จี้ใช้งบกลางปี 70 เร่งแก้ปัญหา ด้าน 'ทูตพิศาล' แนะ 3 ข้อ ใช้จุดแข็งไทยต่อรองกับประเทศที่มีพลังอำนาจมากกว่า-เร่งเจรจาจีน
08 ก.ค.2569 - เมื่อเวลา 09.20 น. ที่รัฐสภา ภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรีเงา (ครม.เงา) ครั้งที่ 8 ของพรรคประชาชน นำโดยนายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สส.แบบบัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรค ได้แถลงถึงปัญหาสารปนเปื้อนในแม่น้ำ จากการทำเหมืองหายาก ส่งผลให้เกิดมลพิษข้ามพรมแดน
นายภัทรพงษ์ ลีลาภัทร์ สส.เชียงใหม่ พรรคประชาชน กล่าวว่า ปัญหานี้ลุกลาม 6 ลำน้ำ จากลำน้ำกก รวก สาย ลงสู่ลำน้ำโขงทั้งภาคเหนือ และภาคอีสาน แม่น้ำสาละวินที่จังหวัดแม่ฮ่องสอน และลำนำกระบุรี ที่จังหวัดระนอง ผลกระทบชัดเจนตลอดห่วงโซ่ ทั้งน้ำปนเปื้อน ตะกอนดิน ปลา ตรวจเจอสารหนู ตะกั่วที่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพ
อีกทั้ง การท่องเที่ยวที่ต้องปิดตัวมากกว่า 80% สำหรับการท่องเที่ยวในพื้นที่ลำน้ำกก ส่วนที่เปิดอยู่ก็แทบไม่มีลูกค้า รวมไปถึงการส่งออกสินค้าเกษตร ที่ในอดีต ญี่ปุ่นจะมีการนำเข้าสินค้าจากแม่อาย ริมน้ำกก แต่ปัจจุบันหยุดนำเข้าสินค้าเหล่านั้น เพราะกังวลเรื่องการปนเปื้อนจากในแม่น้ำ สิ่งที่ตนเองต้องการจากรัฐบาล คือ การจัดการภายในประเทศที่ชัดเจน งบประมาณปี 2570 เห็นชัดเจนอยู่แล้วว่า ไม่มีงบประมาณในการจัดการส่วนนี้ที่เป็นรูปธรรม เลย รัฐบาลต้องเร่งจัดการงบกลางโดยด่วน เพื่อสามารถจัดการตรวจอย่างเป็นระบบที่ครอบคลุม และต้องมีฐานข้อมูลชัดเจน เราไม่สามารถเจรจากับต่างประเทศได้ รวมถึงตรวจสอบน้ำ และดินที่ใช้ในการเกษตร ที่ปัจจุบันมีการตรวจพบเยอะมาก ทั้งโลหะหนักต่าง ๆ ในพื้นที่เพาะปลูก รวมถึงผลผลิตทางการเกษตรด้วย แต่กลับไม่มีการสื่อสารกับประชาชน ไม่มีการบำบัดดินและน้ำ ก่อนปลูกด้วยซ้ำ รวมถึงงบประมาณในการปรับเปลี่ยนพื้นที่เพาะปลูก อาจเปลี่ยนให้ปลูกพืชชนิดอื่นแทน
ส่วนการจัดการภายในประเทศ ทุกวันนี้ยังมีการนำเข้าแร่จากเมียนมา และไม่มีการตรวจสอบอะไรเลย ว่านำเข้าที่ไหน จากบริษัทอะไร รัฐบาลต้องออกกฎกระทรวงในการตรวจสอบห่วงโซ่อุปทานของแร่ให้กับประเทศไทย หยุดให้ไทยเป็นทางผ่านของแร่ที่เป็นพิษเหล่านี้
ขณะที่การจัดการที่ต้นตอระหว่างประเทศ ที่ผ่านมารัฐบาลทำงานน้อยมาก มีการเจรจากับเมียนมาอย่างเป็นทางการเพียงแค่ครั้งเดียว และไม่มีการคืบหน้าอะไรเลย และผ่านมากว่า 1 ปีแล้ว สำหรับครั้งนั้น ก็ยังไม่มีความคืบหน้าอะไร ก่อนที่เราจะคุย เราต้องมีฐานข้อมูลอย่างชัดเจน ซึ่งตั้งแต่มีรัฐบาลชุดนี้มา นายทรงศักดิ์ ทองศรี รองนายกรัฐมนตรี ก็เป็นประธานคณะกรรมการสิ่งแวดล้อม ก็มีการประชุมครั้งเดียว ขณะที่กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม นายสุชาติ ชมกลิ่น มีหน้าที่รวบรวมข้อมูลจากทุกหน่วยงาน เพื่อให้ฐานข้อมูลเจรจาระหว่างประเทศ ก็ประชุมครั้งสุดท้ายของคณะทำงานชุดนี้ เมื่อเดือนเมษายน ไม่มีการอัปเดตข้อมูลเลย หนักที่สุดคือการประชุมการต่างประเทศโดยคณะทำงานที่ตั้งขึ้นมาในปีที่แล้ว เพื่อจัดการปัญหาเรื่องการเจรจาระหว่างประเทศ ก็ไม่เคยมีการประชุมเลยตั้งแต่ปีที่แล้ว เป็นปัญหาที่หนักมาประชาชนเจอปัญหาที่หนักอยู่แล้ว แต่รัฐกลับไม่ขยับอะไรเลย ไม่ทำงานจนทำให้ประชาชน ต้องขับเคลื่อนกันเอง ทำให้เห็นภาพความขัดแย้งที่จังเชียงใหม่เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา ทั้งหมดอยู่ต้นตออยู่ที่รัฐบาลไม่ทำงาน
นายภัทรพงศ์ กล่าวต่อว่า ตนและพรรคประชาชนพูดตั้งแต่ปีที่แล้ว ว่าถ้าเราไม่ทำอะไร ปัญหาจะขยายวงกว้างขึ้นอย่างแน่นอน ปีนี้ปัญหาขยายความกว้างขึ้นแล้ว และปีหน้า ปัญหามันขยายผลไปมากกว่านี้หลายเท่า
ด้าน นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า เรายังไม่เห็นการใช้วิธีต่างประเทศที่ถูกต้องจากรัฐบาล ซึ่งยังไม่เห็นบทบาทที่ถูกต้องมากนัก และต้องยอมรับว่าเหมืองหลายแห่งที่ตั้งอยู่ในประเทศเพื่อนบ้าน โดยเฉพาะเมียนมา หลายแห่งไม่ได้อยู่ในพื้นที่ควบคุมของทหารเมียนมาโดยตรง ดังนั้น การที่เราจะแก้ไขปัญหาเรื่องนี้ได้อย่างเบ็ดเสร็จ หนีไม่พ้นที่เราจำเป็นต้องใช้เวทีในการเจรจากับประเทศจีน และเขามีกฎหมายในการกำกับซัพพลายเชนในการทำอยู่แล้ว ว่าต้องเป็นเหมืองที่ไม่ทำลายสิ่งแวดล้อม และรัฐบาลจีนก็พร้อมช่วยไทยในการแก้ไขปัญหาเรื่องนี้ เพราะการแก้ไขเรื่องนี้ สามารถสร้างภาพลักษณ์ที่ดีขึ้นให้กับจีนได้ทำให้คนไทยเชื่อมั่นว่าจีนเอาจริงเอาจังกับการแก้ไขปัญหานี้ แต่สิ่งที่จะเป็นทางออก ก็จะมีเวทีทางการทูตที่ถูกต้อง โดยจะต้องใช้กลไกท่าทีเจรจาแบบใด
นายพิศาล มาณวพัฒน์ กล่าวว่า ตนเองเห็นใจจีนที่ประเทศที่กำลังประสบปัญหาภาพลบ แต่ต้องตระหนักว่า ภาพลบมาจากนักธุรกิจจีนบางคน มาจากที่ไม่เคารพมาตรฐานสากล และบางครั้งอาจมาจากรัฐบาลจีน ตอนนี้คือให้ความคิดเห็นว่าจีนควรจะทำอย่างไร ถึงจะได้ใจคนไทยทั้งประเทศ เช่น ปัญหาไทยกัมพูชารัฐบาลจีนควรทำอย่างไร ขอแนะนำรัฐบาลไทยโดยเฉพาะนายสีหศักดิ์ ว่าอย่าใช้เวลาทำเรื่องเอ็มโอยู 44 กับจัดเตรียมประชุมอาเซียน เพื่อสร้างความชอบธรรมให้กับรัฐบาลเมียนมาอย่างเดียว ขอแนะนำให้ใช้ความเชี่ยวชาญทางการทูต ซึ่งท่านมีอยู่เต็มที่ ทำเรื่องยาก ที่จะเป็นประโยชน์กับประชาชนรากหญ้า เช่น การแก้ไขปัญหาต้นตอของน้ำปนเปื้อนสารพิษ พร้อมแนะนำ 3 ข้อ ได้แก่
1.การแก้ปัญหาน้ำเสียจากเพื่อนบ้าน กระทรวงการต่างประเทศ ต้องเดินหน้า อย่าเดินตามกระทรวงทรัพย์ฯ เพราะรัฐมนตรีกระทรวงอื่นทั้งหมด เขาไม่เชี่ยวชาญเรื่องหมากการทูต การเมืองระหว่างประเทศระดับภูมิภาค ไม่เข้าใจความเชื่อมโยง อย่างที่นายสีหศักดิ์ เข้าใจในภูมิรัฐศาสตร์ จะต้องรู้จักใช้จุดแข็งของประเทศไทย ต่อรองกับประเทศที่มีพลังอำนาจมากกว่า ทั้งใน และนอกภูมิภาค
2.การเจรจาหารือ ไม่จำเป็นต้องเจรจากับรัฐบาลเมียนมาอย่างเดียว หากโรงงานตั้งอยู่ในพื้นที่รัฐบาลเมียนมา เข้าไปไม่ถึง เราต้องกล้าพูดอย่างตรงไปตรงมา องค์กรสหประชาชาติ ให้ข้อมูลชัดเจนว่ารัฐบาลจีนถือหุ้นร้อยละ 90 ในโรงงานเหมืองแร่หายาก ในเขตปกครองของเมียนมา เราต้องสื่อสารแบบชั้นเชิงการทูต ซึ่งนายสีหศักดิ์ชำนาญอย่างดี ทำให้จีนเห็นว่า อย่าคิดว่าคนไทยยังไงก็ได้ ขนานกับการหารือกับฝ่ายจีน
3.หากจีนไม่กระตือรือร้น แก้ไขปัญหาที่ต้นตอ นายสีหศักดิ์ ต้องเล่นไพ่ใบอื่นให้มีประสิทธิภาพ ขณะนี้มีญี่ปุ่น ออสเตรเลีย เกาหลีใต้ สหราชอาณาจักร เสนอความช่วยเหลือมีความสนใจที่จะแก้ไขปัญหายกระดับคุณภาพชีวิต ความปลอดภัยของประชาชนในภูมิภาคนี้แล้ว อย่าปล่อยให้ระดับเจ้าหน้าที่ข้าราชการทำไปตามแพลน ให้เชิญทูต 4 คนนี้มาพบ หรือบินไปพบกับรัฐมนตรีในโอกาสที่อำนวยของ 4 ประเทศนี้ ยกระดับข่าวเพื่อให้เห็นความสำคัญที่ไทยให้กับแต่ละประเทศ ที่พร้อมที่จะช่วยแก้ปัญหาระดับคุณภาพชีวิต ฝ่ายที่ไม่กระตือรือร้น จะได้รับข้อความอย่างชัดเจน การต่างประเทศจะกลับมาสู่สายตาประชาชน และท่านจะสอบผ่านการเป็นรัฐมนตรี เพราะคำนึงถึงคุณภาพชีวิตของประชาชนมาก่อน
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
'ฝ่ายค้าน-สว.' จับมือจี้ 'โสภณ' ส่งรายชื่อให้ประธานศาลฎีกาคุ้ยคดี 'ศักดิ์สยาม'
'ฝ่ายค้าน - สว.' แท็กทีมทวงถาม 'โสภณ' ส่งรายชื่อ ให้ประธานศาลฎีฎาตั้งคณะกรรมการไต่สวน ตรวจสอบ ป.ป.ช. ตีตกคดี 'ศักดิ์สยาม' ซุกหุ้นหรือยัง จี้ต้องส่งภายในสัปดาห์นี้ บอกไม่มีเหตุผลให้ดึงเช็งจนปิดสมัยประชุม
คดีฟอเรกซ์สอบผู้เสียหาย 100 ปากแล้ว! มั่นใจจบก่อนปิดสมัยประชุมสภา
'รุทธพล' เผยความคืบหน้าคดีฟอเรกซ์หลังสอบผู้เสียหาย 100 ปาก หลักฐาน-ธุรกรรม -เส้นเงิน เพียงพอ คาดทำทันก่อนปิดสมัยประชุมสภาฯ โยนปม 'ภาวุธ' ชี้แจงฟังขึ้นหรือไม่ให้ดีเอสไอตอบ
ราชกิจจาฯ ประกาศเปลี่ยนแปลงกรรมการบริหารพรรคประชาชน เหลือจำนวน 3 คน
ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ประกาศนายทะเบียนพรรคการเมืองเรื่อง การเปลี่ยนแปลงกรรมการบริหารพรรคประชาชน
'ไอติม' เหน็บ 'อนุทิน' อย่าลืม 'รมต.ดีอี-มหาดไทย' มีผลงานโลกลืมไม่ลง
ที่รัฐสภา นายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคประชาชน (ปชน.) ในฐานะประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่
ชำแหละ 'ผลนิด้าโพล' กระทุ้ง 'เท้ง' ปรับคะแนนนิยมให้เท่าพรรค
นายเทพไท เสนพงศ์ อดีต สส.นครศรีธรรมราช โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กในหัวข้อ "เท้ง ต้องปรับคะแนนนิยมให้เท่าพรรค" โดยระบุว่า
‘ไหม’ปัด‘นายกฯสำรอง’ รัฐตีปี๊บสินเชื่อคนละครึ่ง
"ศิริกัญญา" ออกตัวแรง ไม่ใช่ "ศ" นายกฯ ส้มหล่น ส่อรัฐบาลฟัดกันเอง ขณะที่ "หัวหน้าเท้ง” ชงแก้ รธน.รายมาตราไปก่อน ไม่อยากให้สูญเปล่า อัด "หนู" หนีกระทู้ รับผิดชอบมากกว่านี้ ด้าน

