'เทพไท' จี้ กกต.นำข้อมูลแฮ็ก CCTV รวมสำนวนคดีฮั้วสว.

“เทพไท” เรียกร้อง กกต.ตรวจสอบและนำข้อมูลแฮ็กภาพจาก CCTV ที่ถูกเผยแพร่มาประกอบสำนวนคดีฮั้ว สว. หากยังไม่เคยถูกรวบรวมไว้ พร้อมระบุว่าเป็นพยานหลักฐานสำคัญที่สะท้อนการลงคะแนนตามโพย และควรเร่งสรุปสำนวนส่งศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้งโดยเร็ว

1 สิงหาคม 2569 - นายเทพไท เสนพงศ์ อดีตสส. นครศรีธรรมราช โพสต์เฟซบุ๊กว่าต้องนำข้อมูลแฮ็กCCTV รวมในสำนวนโกงส.ว.ด้วย

สำหรับคดีฮั้วส.ว.หรือโกงส.ว. ซึ่งกำลังเป็นประเด็นร้อนทางการเมือง มีการวิพากษ์วิจารณ์กันอย่างกว้างขวางว่า คดีโกงส.ว.หรือฮั้วส.ว.เกี่ยวข้องกับ ส.ส.พรรคภูมิใจไทย และในขณะเดียวกันได้มีการตอบโต้จากส.ส.พรรคภูมิใจไทยว่า มีส.ว.สายสีส้ม ที่พรรคประชาชนเข้าไปเกี่ยวข้องด้วย ถ้าจะเอาผิดส.ว.สายสีน้ำเงิน ที่อ้างว่าพรรคภูมิใจไทยสนับสนุน ก็ต้องสอบเอาผิดส.ว.สายสีส้ม ที่มีพรรคประชาชนหนุนหลังด้วย

การเปิดวิวาทะแฉข้อมูลกันไปมาว่าการฮั้วส.ว.หรือโกงส.ว.ไม่ว่าสายสีน้ำเงินหรือสายสีส้ม มีการใช้เงินมาเป็นปัจจัยในการเลือกตั้งทั้ง2ฝ่าย ก็เป็นเรื่องที่กกต.จะต้องเข้ามาดำเนินการสอบสวน พิสูจน์ความจริงกันต่อไป

แต่สำหรับข้อกล่าวหาของการฮั้วส.ว.สีน้ำเงิน หรือการโกงส.ว.ที่เกิดขึ้น ยิ่งนานวันหลักฐานยิ่งชัดเจน มีการเปิดหลักฐานใหม่ไม่เว้นแต่วัน โดยเฉพาะเส้นทางการเงิน ที่มีการโอนจากคนใกล้ชิดของนักการเมืองบ้าง คือโอนจากส.ส. จากส.ว.ไปยังผู้สมัครสวหลายคน ซึ่งปฏิเสธไม่ได้ว่า ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการเลือกตั้งส.ว.ที่ผ่านมา คงจะไม่ใช่เหตุบังเอิญที่มีการโอนเงินกัน ในห้วงที่มีการลงคะแนนเลือกส.ว. จะอ้างประเด็นการใช้หนี้ ประเด็นการซื้อสินค้า หรือประเด็นค่าใช้จ่ายอื่นใด ก็ฟังไม่ขึ้น เชื่อว่าจากนี้ไปพยานหลักฐานต่างๆ จะทยอยออกมาเป็นจำนวนมาก และเชื่อว่าน่าจะเป็นส่วนหนึ่งของข้อเท็จจริงปรากฏในสำนวนของ DSI  ที่ได้ทำการสืบสวนสอบสวนมาแล้ว และอยู่ในสำนวนของการพิจารณาของอนุกรรมการชุดที่ 26 ของกกต.

แต่สำหรับข้อมูลใหม่ ซึ่งไม่มั่นใจว่าได้บรรจุอยู่ในสำนวนการสืบสวนสอบสวนของ DSI แล้วหรือยัง หรือเป็นข้อมูลใหม่จริงๆ ที่นายลอย ชุนพงษ์ทอง นักคณิตศาสตร์ ได้เปิดเผยถึงข้อมูลการแฮ็ก หรือภาพหลุดจากCCTV ซึ่งนำออกมาเปิดเผยให้เห็นว่า การเลือกตั้งส.ว.ที่ผ่านมา มีการทำโพยระบุหมายเลขที่ชัดเจน  และมีการลงคะแนนตามโพยที่ทำไว้เหมือนกันทุกคน ซึ่งเป็นข้อมูลที่ปฏิเสธความจริงไม่ได้ว่า การลงคะแนนของผู้โหวตในการเลือกส.ว.ครั้งที่ผ่านมา  เป็นการโหวตตามใบสั่ง เป็นการโหวตตามโพยทุกอย่าง ซึ่งโอกาสจะเกิดขึ้นในลักษณะเดียวกันโดยความบังเอิญ เป็นไปไม่ได้เลย แต่เป็นความจงใจ เป็นการจัดการ และการบริหารการจัดการ ของการลงคะแนนจากผู้บงการในการฮั้วส.ว.หรือโกงส.ว.ในครั้งนี้อย่างชัดเจน

ถ้าหากข้อมูลจากการแฮ็กภาพหลุดจากCCTVเป็นข้อมูลใหม่ และไม่เคยปรากฏอยู่ในสำนวนใดๆของกกต.มาก่อน ก็อยากให้กกต.ได้สนใจและให้ความสำคัญกับข้อมูลชิ้นนี้ และนำข้อมูลชิ้นนี้ไปประกอบการพิจารณาในคดีฮั้วส.ว.หรือโกงส.ว.ที่มีการสั่งฟ้องจากความเห็นของอนุกรรมการ ชุดที่ 26ด้วย และให้นำข้อมูลพยานหลักฐานทั้งหมด สั่งฟ้องต่อศาลฎีกา(แผนกเลือกตั้ง)โดยเร็วที่สุด.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ดร.ณัฏฐ์ ชี้บัตรเลือก สว. รอบสุดท้าย ไม่มีผลต่อคำวินิจฉัยชี้ขาดคดีฮั้ว สว.

ดร.ณัฏฐ์ ให้ความเห็นปม สว.นันทนา ยกสุภาษิตไทย “กินปูนร้อนท้อง” ตอบโต้ทางการเมืองกับนายศุภชัย ใจสมุทร สส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย ที่ยกปมฮั้ว สว.สีส้มปั้น สว.ประชาชน เป็นเพียงการตอบโต้ทางการเมืองกันไปมาเท่านั้น

'สว.สมพาน' เอาจริง! แจ้งความ 'ยิ่งชีพ' คดีหมิ่นประมาท

มาตามนัด! “สว.สมพาน” แจ้งความ ”ยิ่งชีพ“ ที่อำนาจเจริญ ชี้ ร้านก๋วยเตี๋ยวเล็กๆ จุ 200 คนไม่ได้เหมือนห้องจูปิเตอร์ ย้ำ! เชื่อหลักกฎหมายของ กกต.มากกว่า ”หลักไอลอร์”

'ศุภชัย' เดือด! ยอมเป็นกอลลัม ล่อ 'นันทนา' มาปากปล่องภูเขาไฟ

นายศุภชัย ใจสมุทร ประธานคณะทำงานด้านกฎหมายสส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย และสส.บัญชีรายชื่อ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า นันทนา ขวัญใจของผม

'ศุภชัย' ปล่อยหมัดสวน สว.สีส้ม ฮั้วเหมือนกัน ไม่แชร์เงินค่าห้องประชุม แต่มีคนจ่ายเงินมาจาก 'ฟ้าเดียวกัน'

นายศุภชัย ใจสมุทร ประธานคณะทำงานด้านกฎหมาย สส. พรรคภูมิใจไทย โพสต์ข้อความระบุถึงนางนันทนา นันทวโรภาส สมาชิกวุฒิสภา กรณีการ ฮั๊ว สว.ส้ม ไม่ต้องร้อนตัว โดยระบุพฤติกรรม จัดประชุมผู้สมัคร สว.ส้ม ที่ห้องจูปิเตอร์ เมืองทองธานี  ไม่ได้แชร์ค่าใช้จ่ายกันจริง แต่มี "หิรัญ ฟ้าเดียวกัน" เป็นทั้งเป็นคนจอง และคนจ่าย โดยมีข้อความว่า

'ธนพร' มองคดีฮั้ว สว. เอาน้ำเงินไม่ลง เหตุวนใช้ข้อมูลเดิม ไร้หลักฐานเส้นเงินสำคัญ

นายธนพร ศรียากูล นักวิเคราะห์การเมือง ให้ความเห็นถึงความเคลื่อนไหวกรณีการตรวจสอบคดีฮั้วสมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) โดยระบุว่า ประเด็นดังกล่าวยังคงอาศัยข้อมูลชุดเดิมที่ถูกหยิบยกขึ้นมาอย่างต่อเนื่อง และไม่น่าจะทำให้ผลของคดีเปลี่ยนแปลงไปจากเดิม นายธนพรกล่าวว่า ในช่วงที่ พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม และกำกับดูแลกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) และ นายภูมิธรรม เวชชยชัย