'จตุพร' จับตา 'ทักษิณ' รุกขยับบีบฉวยจังหวะศึกซักฟอก ผุดเกมพลิกอำนาจ


'จตุพร' เชื่อ 'ทักษิณ' ขยับล้างมลทินเป็นเกมพลิกอำนาจ ประเมินท่าที 'รบ.หนู-ภท.' ให้ตามใจ พท.-สนองอยากทักษิณ หากล้างมลทินได้ คนอื่น 'ยิ่งลักษณ์-บุญทรง' ต้องได้ด้วย ล้วนก่อปัญหาวงกว้างรุมขย่ม ชี้เกมแก้ดึง 'กธ.-ธรรมนัส' ร่วม ครม. ถ่วงรั้งแรงกดดัน พท.ตั้ง รบ.ใหม่

16 ต.ค.2569 - นายจตุพร พรหมพันธุ์ วิทยากรคณะหลอมรวมประชาชน กล่าวในรายการประเทศไทยต้องมาก่อนว่า การยื่นขอล้างมลทินของทักษิณ ชินวัตร จะคิดเป็นอื่นไม่ได้นอกจากเป็นเกมการเมืองบีบพรรคภูมิใจไทยในช่วงฝ่ายค้านเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจ

อย่างไรก็ตาม ทักษิณ ยื่นขอนิโทษกรรม 4 คดีตามความผิด ม.157 ซึ่งไม่ได้ยกเว้นใน ม. 3 และไม่อยู่ในบัญชีแนบท้ายของ พรบ.สร้างเสริมสังคมสันติสุข หรือกฎหมายนิรโทษกรรม โดยอ้างคดีเหล่านั้นเป็นผลพวงจากการรัฐประหาร 2549 แม้มีโอกาสได้สิทธิทางการเมืองกลับคืนและไม่ต้องจ่ายเงิน 1.67 หมื่นล้านที่ยื่นในศาลภาษี แต่เงินที่ถูกศาลฎีกาสั่งยึดทรัพย์ 4.6 หมื่นล้านคงไม่ได้คืน

ดังนั้น ถ้าทักษิณ ได้รับนิรโทษกรรมและได้สิทธิทางการเมืองกลับคืนมา โอกาสของยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกฯ นายบุญทรง เตริยาภิรมย์ อดีต รมว.พาณิชย์ และนายภูมิ สาระผล อดีต รมช.พาณิชย์ อาจมายื่นขอสิทธิทางการเมืองกลับคืนเช่นกัน ดังนั้น ความวุ่นวายทางการเมืองคงกลับมาอีกรอบ

หากต้องการให้เกิดสังคมสันติสุขแล้ว นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ อดีตประธาน กมธ. ยกร่าง พรบ.สร้างเสริมสังคมสันติสุข ในชั้นสภา สส.และพรรคเพื่อไทย ต้องเสนอให้ชัดเจนโดยนำคดีทุจริตออกจาก ม.3 และบัญชีแนบท้ายยกเว้นความผิดด้วย

“ผมพยายามสื่อสารว่า ไม่ได้มีเจตนาขัดขวางทักษิณ แต่เมื่อทักษิณ ยื่นถวายฎีกาสารภาพความผิดและยอมรับคำพิพากษาในคดีทุจริต ดังนั้น แปลความว่ามันจบข่าวแล้ว อีกอย่างหากทักษิณ ต้องการวางมือทางการเมืองและไปทำธุรกิจจริง คงไม่จำเป็นรีบยื่นในวันเดียวกับฝ่ายค้านยื่นญัตติเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจ 18 รมต.จากพรรคภูมิใจไทย”

นอกจากนี้ นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ จากพรรคเพื่อไทย (รมต.ของพรรคนี้ไม่ถูกอภิปรายไม่ไว้วางใจ) ได้เสนอของบประมาณ 8,000 ล้านบาทซื้อรถเกี่ยวข้าวไฟฟ้ามาบริการชาวนาฟรีอีกด้วย ทั้งที่ก่อนหน้านี้ไม่เคยได้ยินจะเสนอซื้อรถเกี่ยวข้าวฟรีแต่อย่างใด ดังนั้น การเคลื่อนไหวของพรรคเพื่อไทยถูกมองเป็นกลเกมการเมือง ฉวยจังหวะพรรคภูมิใจไทยถูกยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจมาบีบให้พรรคภูมิใจไทยต้องทำตามความต้องการของพรรคเพื่อไทยและทักษิณ

“กลเกมการเมืองบนความเคลื่อนไหวของพรรคเพื่อไทย ถูกวิเคราะห์ว่า ทั้งการยื่นคืนสิทธิทางการเมืองและขอรถเกี่ยวข้าวช่วยชาวนาเป็นความกดดันว่า ถ้าไม่ได้ตามความต้องการแล้ว พรรคเพื่อไทยจะไม่ยกมือให้พรรคภูมิใจไทยในศึกอภิปรายไม่ไว้วางใจ”

ดังนั้น ยังคาดไปถึงพรรคภูมิใจไทยจะดึงพรรคกล้าธรรม มาเสริมเพื่อถ่วงแรงกดดันจากพรรคเพื่อไทย หรือพรรคเพื่อไทยเร่งจับมือกับพรรคกล้าธรรม ตั้งรัฐบาลโดยโดดเดียวพรรคภูมิใจไทย แต่กลเกมดังกล่าวนี้เป็นเพียงการวิเคราะห์และคาดการณ์ จะเกิดหรือไม่เกิดขึ้นอย่างใด ต้องรอพิจารณาการเมืองในแต่ละสถานการณ์เป็นช่วงๆ กันไป

"แต่กลเกมการเมืองแบบนี้ เป็นช่วงที่ปัจจัยได้สร้างเสริมโอกาสขึ้น เพราะฝ่ายค้านต้องขยี้พรรคภูมิใจไทย และรออธิบายบันทึกช่วยจำของพรรคเพื่อไทยเคยพูดอะไร อย่างไรกับพรรคภูมิใจไทย ท้ายสุดเมื่อกระแสสังคมเป็นใจให้ ก็ไม่ยกมือให้นายอนุทิน (ชาญวีรกูล) คนเดียวที่เหลือก็จบลงโดยปริยาย เกมนี้จะเดินไปถึงหรือไม่ คงไม่มีใครมายืนยันจะประสบความสำเร็จ แต่เป็นไปได้หรือไม่ ก็เป็นไปได้”

นายจตุพร กล่าวว่า เป้าประสงค์ทางการเมือง ได้อธิบายความต้องการของทักษิณ ที่ยื่นขอล้างมลทินในกฎหมายนิรโทษกรรมแต่หัววัน และในวันเดียวคือ 8 ต.ค.ที่ฝ่ายค้านยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจ ซึ่งจะตีความอย่างไรย่อมเป็นเรื่องทางการเมือง ไม่มีทางเป็นอื่นหรือแค่การอ้างผลพวกรัฐประหารเท่านั้น

"ถ้าเพื่อไทยเอาจริง คงคว่ำรัฐบาลได้ ไปจัดตั้งรัฐบาลใหม่แล้วปัญหาจะอยู่ได้หรือไม่ ถ้าพรรคภูมิใจไทยให้ตามเป้าประสงค์ (สิทธิทางการเมืองทักษิณและรถเกี่ยวข้าว) แล้วเพื่อไทยยกมือโหวตให้ ปัญหาข้างนอกสภาประชาชนว่าอย่าไง การเมืองมีได้และมีเสียกัน แต่ที่สุดแล้วการเมืองต้องซื่อตรงกับประชาชน"

อีกทั้งย้ำว่า ถ้าพรรคภูมิใจไทยและพรรคเพื่อไทยต้องการจะทำให้ทักษิณ ก็ทำเลย ไม่มีปัญหา แต่ที่ตนมาพูดอย่างนี้เพื่อต้องการเตือนสติ ไม่อย่างนั้นบรรยากาศบ้านเมืองเข้าสู่ยุดขัดแย้งกันใหม่ แล้วจะเหลืออะไรกันอีก

“ถ้าจะให้ทักษิณ ตั้งแต่ต้นก็ต้องบอก และเรื่องราว (พรบ.สร้างเสริมสังคมสันติสุข) ไม่มีทางสำเร็จได้ ขณะนี้ ถ้าให้ (กับทักษิณ) ก็มีเรื่อง ไม่ให้ก็มีเรื่อง ปัญหาคือว่าจะเลือกเรื่องแบบไหน”

นายจตุพร ย้ำว่า ถ้าทักษิณ ได้คืนสิทธิทางการเมืองและล้างมลทินได้ ต้องให้คนอื่นเช่นเดียวกัน ท้ายที่สุดประชาชนก็ทนไม่ไหว แล้วบรรยากาศแบบนี้กระดานการเมืองจะถูกคว่ำลง หรือเพื่อไทยยกมือสวน จัดตั้งรัฐบาลใหม่ แล้วจะอยู่ได้กี่วันกัน

 

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

'จตุพร' อ่านไต๋ 'ทักษิณ-พท.' ยื่นล้างมลทินช่วงศึกซักฟอก กระตุก 'เต้น' แจง 'นายใหญ่' มีสิทธิ์หรือ

'จตุพร' อ่านไต๋ 'ทักษิณ-เพื่อไทย' ยื่นล้างมลทินช่วงศึกซักฟอกส่อเกมป่วนแปร่งๆ ลั่นนิรโทษฯ คนละเรื่องกับล้างมลทิน ระบุ กก.ไร้อำนาจทำให้ ขืนทำเกินหน้าที่ เข้าข่ายผิด ม.157 กระตุก 'เต้น' แจง พรบ.สันติสุข ล้างมลทินได้หรือไม่

'จตุพร' ประเมิน ปชน.จับ 18 รมต.สีน้ำเงินเชือด เกมตื้นๆ หวังให้ พท.โหวตสวน เชื่อยากจะสำเร็จ

'จตุพร' ประเมิน ปชน.เล่นแทคติกปกติ จับ 18 รมต.สีน้ำเงินเชือด วางเกมตื้นๆ หวังให้ พท.สะใจโหวตสวน รัฐบาล เชื่อยากจะสำเร็จ คาดโอกาสเปลี่ยนแปลงการเมืองน้อยมาก แนะสามีสส.สุชาดา แถลงข่าวก่อนศึกซักฟอก ตำหนิ มท.พลาดปล่อยนายกฯ เปลืองตัวจัดการนายอำเภอ

'จตุพร' หนุนรื้อ 'ภาษีบาป' นำกลับระบบจัดสรรงบประมาณ ต้องกล้าทำอย่างเสมอภาค

นายจตุพร พรหมพันธุ์ วิทยากรคณะหลอมรวมประชาชน กล่าวในรายการประเทศไทยต้องมาก่อนถึงเรืองการรื้อกฎหมายภาษีบาปเพื่อยกเลิกการจัดสรรเงินให้โดยเฉพาะกับกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) และไทยพีบีเอส ว่า ไม่เกี่ยวกับรัฐบาลถังแตกด้านการเงิน แต่เงินภาษีบาปและเงินทุกกองทุนที่อยู่นอกงบประมาณ ก็ควรนำกลับมาอยู่ในระบบงบประมาณเพื่อตรวจสอบการใช้จ่ายได้

'จตุพร' ชี้ 2 ปมกังขา ส่งสัญญาณขัดขืนรัฐบาล

นายจตุพร พรหมพันธุ์ วิทยากรคณะหลอมรวมประชาชน กล่าวในรายการประเทศไทยต้องมาก่อน โดยกังขาว่า กรมอุตุนิยมวิทยารายงานข้อมูลการพยากรณ์อากาศที่เป็นความจริงต่อรัฐบาลหรือไม่จึงทำให้เกิดความผิดพลาดกับเตรียมการรับมือน้ำท่วมในพื้นที่ กทม. “กรมอุตุนิยมรายงานข้อมูลฝนและเรื่องน่้ำอย่างไรไปให้รองนายกฯ นายทรงศักดิ์ ทองศรี จนเกิดความเชื่อมั่นจนสื่อสารต่อประชาชนไปอย่างพูดความจริงไม่ครบ

มติกกต.คดีฮั้วสว.ซ้ำเติมวิกฤตศรัทธา จับตา 28 ก.ย. เติมเชื้อไฟให้ม็อบปชช.ลุกโชน

'จตุพร' ฟาด กกต.สะสมปัญหามากมาย ทำองค์กรเสมือนเลือกข้าง ลามการทำงานสิ้นความน่าเชื่อถือ เลือกตัดสินปัญหาทางใดย่อมก่อวิกฤตศรัทธา รอคดีขึ้นศาล จับตา 28 ก.ย.ศาล รธน.ตัดสินบาร์โคัดบัตรเลือกตั้ง จะเติมเชื้อไฟให้ม็อบ ปชช.ลุกโชนยิ่งขึ้น