ผลสำรวจชี้คนไทยจำนวนมากเข้าไม่ถึงสวัสดิการรัฐ

25 ตุลาคม 2569 – “สวนดุสิตโพล” มหาวิทยาลัยสวนดุสิต สำรวจความคิดเห็นของประชาชนทั่วประเทศ เรื่อง “ประชาชนคิดอย่างไรกับสวัสดิการรัฐ” กลุ่มตัวอย่างจำนวน 1,132 คน (สำรวจทางออนไลน์และภาคสนาม) ระหว่างวันที่ 20-23 ตุลาคม 2569                      

ผลการสำรวจ พบว่า กลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่มองว่ารัฐควรให้ความสำคัญกับการช่วยเหลือคนพิการและผู้ที่ต้องการความช่วยเหลือเป็นพิเศษ ร้อยละ 68.90 รองลงมาคือ การช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบจากภัยพิบัติหรือเหตุฉุกเฉิน ร้อยละ 64.93 โดยรัฐควรจัดสวัสดิการพื้นฐานให้ประชาชนทุกคนอย่างทั่วถึง ร้อยละ 48.06 ทั้งนี้ เห็นว่าปัจจุบันประชาชนเข้าถึงสิทธิและสวัสดิการที่รัฐกำหนดไว้ได้ค่อนข้างน้อย ร้อยละ 46.29 หากรัฐต้องการจัดสวัสดิการให้ประชาชนเพิ่มขึ้น ควรปรับลดหรือจัดลำดับความสำคัญของงบประมาณด้านอื่น ร้อยละ 48.32  นอกจากนี้ยังมองว่าสวัสดิการของรัฐในปัจจุบันช่วยให้ความเป็นอยู่ของประชาชนดีขึ้นได้ค่อนข้างน้อย ร้อยละ 47.53 และไม่ค่อยเชื่อมั่นต่อการจัดสวัสดิการรัฐของรัฐบาลอนุทิน ร้อยละ 39.66

ดร.พรพรรณ บัวทอง ประธานสวนดุสิตโพล ระบุว่า เมื่อค่าครองชีพสูงแต่รายได้ยังไม่ทันกับค่าใช้จ่าย สวัสดิการรัฐจึงยิ่งมีความสำคัญ โดยเฉพาะเมื่อประเทศไทยก้าวเข้าสู่สังคมสูงวัย คนไทยไม่ได้มองว่าสวัสดิการรัฐเป็นเพียงเงินช่วยเหลือที่แจกแล้วจบ แต่คาดหวังให้เป็นหลักประกันที่ช่วยลดภาระและทำให้ใช้ชีวิตได้มั่นคงขึ้น สิ่งสำคัญคือ ต้องเข้าถึงได้จริงและตอบโจทย์ชีวิตประจำวัน

ดร.งามประวัณ เอ้สมนึก คณบดีโรงเรียนกฎหมายและการเมือง มหาวิทยาลัยสวนดุสิต กล่าวว่า ผลสำรวจสะท้อนว่า ประชาชนมิได้เรียกร้องเพียงการเพิ่มสวัสดิการ หากแต่คาดหวังให้รัฐจัดสรรทรัพยากรบนหลักความเสมอภาค ความเป็นธรรมทางสังคม และการคุ้มครองกลุ่มเปราะบาง โดยให้ความสำคัญกับสวัสดิการ 4 ด้านในสัดส่วนใกล้เคียงกัน (ร้อยละ 62–69) ได้แก่ การดูแลผู้พิการ ผู้ประสบภัยพิบัติ ผู้สูงอายุ และการสาธารณสุข สะท้อนความต้องการระบบสวัสดิการที่ครอบคลุมความเปราะบางในหลายมิติ สอดคล้องกับหลักสิทธิมนุษยชนและแนวคิดรัฐสวัสดิการ ท่ามกลางความผันผวนทางเศรษฐกิจ วิกฤตภูมิอากาศ และความเหลื่อมล้ำในระดับโลก

ขณะที่ประเทศไทยเผชิญแรงกดดันจากสังคมสูงวัย ภาระค่าครองชีพ และข้อจำกัดทางการคลัง ประเด็นที่น่าพิจารณาคือ ผู้ตอบร้อยละ 61.93 เห็นว่าประชาชนเข้าถึงสวัสดิการได้ค่อนข้างน้อยถึงน้อยมาก สะท้อนช่องว่างระหว่างการรับรองสิทธิตามกฎหมายกับการเข้าถึงสิทธิในทางปฏิบัติ อีกทั้งร้อยละ 64.85 ไม่ค่อยเชื่อมั่นหรือ ไม่เชื่อมั่นต่อการจัดสวัสดิการของรัฐบาล จึงเป็นโจทย์สำคัญด้านความไว้วางใจในการบริหารภาครัฐ รัฐบาลจำเป็นต้องยกระดับธรรมาภิบาลทางการคลัง จัดสวัสดิการพื้นฐานอย่างทั่วถึงควบคู่กับการช่วยเหลือตามความจำเป็น และสร้างระบบตรวจสอบ    ที่โปร่งใส เพราะความสำเร็จของรัฐสวัสดิการต้องวัดจากสิทธิที่ประชาชนเข้าถึงได้จริง และคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

เครือข่ายองค์กรคนพิการบุกสภา จี้ “นายกฯอนุทิน” ถอนร่างแก้ พ.ร.บ.สสส. ชี้มติประชาชน 89.43 % ไม่เห็นด้วยแก้กฎหมายยึดภาษีบาป หวั่นกระทบโอกาสสร้างสุขภาวะคนพิการ

เมื่อวันที่ 22 ตุลาคม 2569 เครือข่ายองค์กรคนพิการหลากหลายประเภทความพิการเดินทางมายังอาคารรัฐสภา เพื่อยื่นแถลงการณ์เรียกร้องให้นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และพรรคภูมิใจไทย ถอนร่างพระราชบัญญัติกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. ....

โพลชี้ผลเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคมสะท้อนคนอยากเปลี่ยนแปลง

“สวนดุสิตโพล” มหาวิทยาลัยสวนดุสิต สำรวจความคิดเห็นของผู้มีสิทธิเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคมทั่วประเทศ  เรื่อง “ความคาดหวังต่อบอร์ดประกันสังคมชุดใหม่”

รัฐบาลลุยช่วย 828 โรงเรียนพ้นวิกฤตน้ำท่วม! ส่งงบช่วยด่วน 668 แห่ง

ร้อยเอกหญิงภัทร์ดารัสมิ์ ทองสลวยกร รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลมีความห่วงใยนักเรียน ครู บุคลากรทางก

ดุสิตโพลชี้ ‘นายกฯ-รัฐบาล’ สอบตกแก้น้ำท่วม คะแนนมาเป็นที่โหล่

“สวนดุสิตโพล” มหาวิทยาลัยสวนดุสิต สำรวจความคิดเห็นประชาชนทั่วประเทศ เรื่อง “น้ำท่วมปี 2569” กลุ่มตัวอย่างจำนวน 1,254 คน

'แม่ภัทร' ปล่อยโฮชี้ห้องขังลับ 'บอลรูม' ลั่นเอาผิดทุกคนถึงที่สุด

ตำรวจนำ “แม่ภัทร” ผู้เสียหายจากสถานดูแลผู้ป่วยและผู้สูงอายุ ชี้จุดกักขังบนชั้น 4 ถึงกับทรุดร้องไห้เมื่อเห็นสถานที่เดิม เผยเคยถูกขังในห้องมืดและใช้ซ่อนผู้ป่วย