27 เม.ย.2565 - นายรังสิมันต์ โรม ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ ในฐานะรองเลขาธิการพรรคก้าวไกล แถลงต่อข่าวต่อสื่อมวลชนประเด็นการค้ามนุษย์โรฮิญจา จากกรณีที่สารคดีของข่าวอัล จาซีรา เปิดบทสัมภาษณ์ พล.ต.ต.ปวีณ พงศ์สิรินทร์ ที่ต้องขอลี้ภัยจากประเทศไทย เนื่องจากเป็นผู้ทำคดีค้ามนุษย์จนมีความคืบหน้า แต่กลับถูกคำสั่งย้ายไปจังหวัดชายแดนใต้ ซึ่งเป็นที่รู้กันว่าเป็นพื้นที่อิทธิพลของขบวนการค้ามนุษย์ โดยหลังจากที่สารคดีดังกล่าวเผยแพร่ออกไปทั่วโลก ทำให้เห็นความชัดเจนมากขึ้นว่า มีบุคคลใดบ้างที่เกี่ยวข้องหรือช่วยเหลือผู้ต้องหาขบวนการค้ามนุษย์ เราไม่สามารถปกป้องตำรวจดีที่ทำเพื่อประเทศชาติได้ ทำให้ต้องลี้ภัยไปต่างประเทศ ต้องไปใช้ชีวิตด้วยการเป็นเเรงงานทำเบาะรถยนต์ที่ออสเตรเลียในช่วงเวลาที่ใกล้จะเกษียณเเล้ว ผมไม่คิดว่านี่คือสิ่งผลตอบแทนคุณงามความดีที่ พล.ต.ต.ปวีณ ควรจะได้รับ
นายรังสิมันต์ กล่าวว่า หากเป็นแบบนี้จะมีรัฐบาลนี้ไปทำไม เมื่อท้ายที่สุดผู้ลี้ภัยยังคงต้องดูแลตัวเอง โดยรัฐบาลทำอะไรไม่ได้ นอกจากพูดว่าให้ พล.ต.ต.ปวีณ กลับมา แต่ไม่มีหลักประกันความปลอดภัยใดๆให้ หลังจากนี้ ประเทศต่างๆจะจับตามองประเทศไทย ว่าทำไมคนแก้ไขปัญหาค้ามนุษย์ได้เป็นอย่างดีถึงต้องกลายเป็นผู้ลี้ภัย ซึ่งคำตอบของรัฐบาลจนถึงวันนี้เป็นเวลา 6 วันแล้ว ยังคงน่าผิดหวัง เพราะไม่สามารถชี้เเจงข้อเท็จจริงใดๆให้สังคมกระจ่างได้เลย
นายรังสิมันต์ กล่าวเพิ่มเติมว่า ตนมีหลักฐานสำคัญ ในวันประชุมคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ (ก.ตร.) ที่มีวาระพิจารณาปรับย้ายนายตำรวจ มีการโยกย้าย พล.ต.ต. ปวีณ ไป 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยมี พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานการประชุมด้วยตัวเอง จากบันทึกการประชุมนั้น พล.อ. ประวิตร ย่อมรู้อยู่แก่ใจว่ากำลังทำอะไร ทำไมจึงย้าย พล.ต.ต. ปวีณ ไปที่ที่มีอันตรายถึงชีวิต แม้จะมีการอ้างว่าเจ้าตัวไม่พอใจเพราะไม่ได้ตำแหน่งที่สูงขึ้น แต่ถามว่าต้องถึงขั้นลี้ภัยเลยหรือไม่
“เหตุใด พล.อ. ประวิตร ไม่ตอบคำถามว่า ทำไมจึงสั่งย้าย พล.ต.ต. ปวีณ ไปพื้นที่อิทธิพลค้ามนุษย์เพื่อตอบแทนผลงาน ส่วนกองทัพเรือก็เงียบมาก เสียงดังเฉพาะตอนซื้อเรือดำน้ำเท่านั้น จากสารคดีของ อัล จาซีรา พล.ต.ต. ปวีณ พูดชัดเจนที่สุดว่าใครเกี่ยวข้องอะไรและอย่างไรบ้าง ผมคาดหวังมากว่า รัฐบาลจะตอบคำถามนี้ให้ดี เพราะหากตอบไม่ดี เราก็ไม่รู้ว่าการจัดอันดับสิทธิมนุษยชนและลำดับการค้ามนุษย์ของไทยจากนี้จะเป็นอย่างไรต่อไป” นายรังสิมันต์ กล่าว
นายรังสิมันต์ กล่าวต่อไปว่า ประเด็นสำคัญของเรื่องนี้คือ การที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม และ พล.อ.ประวิตร ต้องตอบคำถามว่าได้จัดการคนที่เกี่ยวข้องกับขบวนการค้ามนุษย์ไปแล้วอย่างไรบ้าง และการที่ พล.ต.ต. ปวีณ ซึ่งเป็นตำรวจที่มีความสามารถต้องตัดสินใจลี้ภัยแสดงว่ามีเหตุผลอยู่ ต้องชี้แจงสิ่งเหล่านี้ให้ได้
“การที่ พล.อ.ประยุทธ์ และ พล.อ.ประวิตร ไม่จัดการกับขบวนการค้ามนุษย์ ทำให้ไม่แน่ใจว่า พล.อ.ประวิตร เข้าไปเกี่ยวข้องด้วยหรือไม่ เพราะหากเป็นเช่นนั้น การกลับมาของ พล.ต.ต.ปวีณ ก็จะเป็นไปได้ยากที่สุด อย่างไรก็ตาม ขอเสนอให้ พล.อ.ประยุทธ์ ตั้งกรรมการสอบ พล.อ.ประวิตร กล้าหรือไม่ที่จะสอบพี่ชายตัวเอง เพราะเรื่องนี้เกี่ยวข้องกันเป็นระบบ จึงควรพักงานพลเอกประวิตร ถ้า พล.อ. ประยุทธ์ ไม่กล้า ก็จะแก้ไขปัญหานี้ไม่ได้ ขอให้ทำเพื่อประเทศชาติ เพราะผมเป็นห่วงว่าในอนาคตต่างชาติจะมีการแทรกแซงเรา รัฐบาลจึงควรทำให้มั่นใจว่าไม่มีเจ้าหน้าที่รัฐเข้าไปเกี่ยวข้อง เพื่อให้ลำดับการค้ามนุษย์ดีขึ้น”
นอกจากนี้ รังสิมันต์ ยังได้แถลงถึงท่าทีของพรรคก้าวไกล ต่อสถานการณ์ปัจจุบันที่มีการใช้บังคับใช้กฎหมายจับกุมคุมตัวนักกิจกรรมทางการเมืองที่มีความเห็นต่างจากรัฐ รวมถึงกระบวนการยุติธรรมที่มีการถอนประกันหรือไม่ให้ประกัน จนเป็นการสร้างบรรยากาศแห่งความกลัวให้กับผู้เห็นต่างทางการเมือง ซึ่งช่วงที่ผ่านมา สังเกตได้ว่ามีการใช้กระบวนการยุติธรรมการถอนประกันและไม่ให้ประกันตัวผู้เห็นต่างทางการเมือง อาทิ กรณีของ นายเวหา แสนชนชนะศึก น.ส.ทานตะวัน ตัวตุลานนท์ และนายเอกชัย หงส์กังวาน ทั้งที่คนเหล่านี้ไม่ได้ฆาตกรรมใคร หรือสร้างความเดือดร้อนให้กับผู้ใด เมื่อเทียบกับคดีอื่นๆ ที่เป็นข่าวใหญ่หลายกรณีกลับได้รับการประกันตัว การที่คนเหล่านี้ถูกถอนประกันและไม่ได้รับการประกันตัว เป็นการสร้างความหวาดกลัวให้นักกิจกรรม นอกจากนี้ยังมีความพยายามไปค้นรถและเข้าควบคุมตัว โดยไม่มีหมายค้นหรือหมายจับ มีการใช้เจ้าหน้าที่เข้าไปขัดขวางการทำกิจกรรมต่างๆ จนทำให้สังคมน่ากลัวขึ้นทุกที
“นี่คือผลงานของพลเอกประยุทธ์เเละรัฐบาล ที่ต้องการทำให้เกิดความหวาดกลัวในทุกพื้นที่ ความหวาดกลัวนี้ไม่ได้ทำให้สังคมไทยไปข้างหน้า ผมและพรรคก้าวไกลจึงอยากเรียกร้องมโนธรรมสำนึกจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง หยุดสร้างความหวาดกลัวแบบนี้ได้แล้ว เพราะจะทำให้ระบบยุติธรรมขาดความน่าเชื่อถือ” รังสิมันต์ กล่าว
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
'โรม' ไล่บี้คดีสินบน 40 ล้าน ง้างปากตำรวจแจงไม่ออกหมายจับ 'นายคิว' คุมเว็บพนัน
"รังสิมันต์" ข้องใจคดีสินบน 40 ล้านไม่คืบ กมธ.กฎหมาย เรียกตำรวจชี้แจงเหตุใดไม่ออกหมายเรียก-หมายจับ "นายคิว" เอี่ยวเว็บพนันกว่า 4,000 เว็บ พร้อมตั้ง 2 ปมสงสัย "ไชยชนก" แจ้งความเท็จ หรือเจ้าหน้าที่ละเว้นปฏิบัติหน้าที่
พรรคส้มเพิ่งตื่น ตั้งกรรมการพิสูจน์ข้อเท็จจริงปม 'แก้วตา' ถูกคนในพรรคคุกคามทางเพศ
น.ส.พนิดา มงคลสวัสดิ์ สส.พรรคประชาชน กล่าวถึงความคืบหน้ากรณีน.ส.ธิษะณา ชุณหะวัณ (แก้วตา) อดีตสส.กทม. พรรคประชาชน ถูกคุกคามทางเพศ ว่า ได้มีการตั้งคณะกรรมการโดยไม่มีผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับสภาชุดที่ผ่านมาขึ้นมา เพื่อเปิดพื้นที่ให้ผู้เสียหายรู้สึกสบายใจที่สุด วางใจที่สุด และปลอดภัยที่สุด
รัฐบาลงัดโทษหนัก ลุยปราบบริษัทเถื่อนหลอกแรงงานไปนอก
รัฐบาลเร่งสอบเอาผิดบริษัทเถื่อนหลอกแรงงานไปต่างประเทศ งัดข้อกฎหมายเตือนคนไทย อย่าตกเป็นเหยื่อซ้ำรอย
'ภราดร' สวน 'โรม' ปัดกล่าวหา ปชน. ยัดข้อมูล 'ไอลอว์' แค่เป๋ ให้สังคมดูเอง
'ภราดร' ชี้แม้ไม่ติดใจฟ้อง 'ยิ่งชีพ' แต่เชื่อ 'ภท.' ไปในทิศทางเดียวกัน สวน 'โรม' ไม่ได้กล่าวหา ปชน. ยัดข้อมูลให้ 'ไอลอว์' แค่พักหลังเป๋ ภาคประชาชนไม่ควรเป็นเครื่องมือฝ่ายการเมือง โยนสังคมดูเอง
'โรม' สวน 'ภราดร' อย่าดูถูกประชาชนตรวจสอบโกง สว. ลั่นไอลอว์ไม่ใช่เหยื่อการเมือง อย่าคิดว่าคนอื่นจะเป็นเหมือนตัวเอง
นายรังสิมันต์ โรม สส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคประชาชน (ปชน.) ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีนายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี มองว่านายยิ่งชีพ อัชฌานนท์ ผู้อำนวยการโครงการอินเทอร์เน็ตเพื่อกฎหมายประชาชน (iLaw) ตกเป็นเหยื่อฝ่ายการเมือง และหวังกลบเรื่องนายภาวุธ พงษ์วิทยภานุ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคปชน.
'โรม' ติงนายกฯ หัดใจกว้าง เก่งกับพวกทุจริตให้เหมือนกับคนตรวจสอบท่านด้วย
นายรังสิมันต์ โรม รองหัวหน้าพรรคประชาชน กล่าวถึงกรณีที่พรรคภูมิใจไทยเตรียมยื่นฟ้อง นายยิ่งชีพ อัชฌานนท์ ผอ.โครงการอินเทอร์เน็ตเพื่อกฎหมายประชาชน (ไอลอว์) ที่มายื่นหลักฐานเกี่ยวกับคดีฮั้วสว.ให้กับวิปฝ่ายค้านพร้อมเปิดชื่อนายกรัฐมนตรี และนักการเมืองที่เกี่ยวข้อง ว่า นายกฯ และพรรคการเมืองที่เป็นต้นสังกัด คือพรรคภูมิใจไทยควรใจกว้าง

