'นักเขียนซีไรต์' ชี้ทางสว่าง 'ลุงโทนี' ถ้าอยากเป็นอมตะต้องอ่านนวนิยายเรื่อง 'อมตะ' ที่ได้รับรางวัลซีไรต์

'นักเขียนซีไรต์' ชี้ทางสว่าง'ลุงโทนี'ถ้าอยากเป็นอมตะ ต้องอ่านนวนิยายเรื่อง 'อมตะ' ที่ได้รับรางวัลซีไรต์แล้วจะรู้วิธีเป็นอมตะ ชี้ ความเป็นอมตะไม่ใช่ไม่เผาหรือมีคนพูดถึงหรือกราบไหว้บูชาหรือก่นด่าไปตลอดกาลแต่คือการบรรลุธรรม

27ก.ค.2565- จากกรณี นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีหนีคดีทุจริตอยู่ต่างประเทศ กล่าวเนื่องในวันคล้ายวันเกิด73ปี ว่า "แล้วผมเอง สั่งครอบครัว ตายไม่เผา ให้เก็บไว้ ให้เก็บร่างไว้ไม่ให้เผา นี่คือสิ่งที่ ผมต้องการให้การต่อสู้ของผม ให้ชีวิตผม เป็นอมตะของครอบครัวของลูกหลาน "

วิมล ไทรนิ่มนวล นักเขียนรางวัลซีไรต์ โพสต์ข้อความในเฟซบุ๊กว่า

ลุงโทนี่ครับ...

ถ้าอยากเป็น "อมตะ" ต้องอ่านนวนิยายเรื่องนี้ครับ ซึ่งคนเขียนหน้าตาดีมาก! (ได้รับรางวัลซีไรต์เพราะหน้าตาดีนี่แหละ) แล้วจะรู้วิธีเป็นอมตะ

ความเป็นอมตะไม่ใช่ไม่เผา ดอง สตัฟฟ์ ทำมัมมี่ หรือมีคนพูดถึง หรือกราบไหว้บูชา หรือก่นด่าไปตลอดกาล แต่คือการบรรลุธรรม

สั่งซื้อเลยครับ มีขายในออนไลน์.

ทั้งนี้ อมตะ เป็นนวนิยายแนวส่งเสริมพุทธศาสนา โดย วิมล ไทรนิ่มนวล โดยมีเป้าหมายเพื่อให้มนุษย์เห็นสัจจธรรมในชีวิต และพบความสงบสุข ซึ่งได้รับรางวัลวรรณกรรมสร้างสรรค์ยอดเยี่ยมแห่งอาเซียน (ซีไรต์) ประจำปี 2543 ได้รับคำยกย่องจากคณะกรรมการตัดสินรางวัลนี้ตอนหนึ่งว่า "เป็นนวนิยายแห่งจินตนาการถึงโลกอนาคตเกี่ยวกับการแสวงหาความเป็นอมตะของชีวิตโดยใช้รูปแบบวิวาทะระหว่างแนวคิดบริโภคนิยม กับแนวคิดทางศาสนาของโลกตะวันออก"

อมตะ เป็นนวนิยายแนวส่งเสริมพุทธศาสนา โดย วิมล ไทรนิ่มนวล โดยมีเป้าหมายเพื่อให้มนุษย์เห็นสัจจธรรมในชีวิต และพบความสงบสุข ซึ่งได้รับรางวัลวรรณกรรมสร้างสรรค์ยอดเยี่ยมแห่งอาเซียน (ซีไรต์) ประจำปี 2543 ได้รับคำยกย่องจากคณะกรรมการตัดสินรางวัลนี้ตอนหนึ่งว่า "เป็นนวนิยายแห่งจินตนาการถึงโลกอนาคตเกี่ยวกับการแสวงหาความเป็นอมตะของชีวิตโดยใช้รูปแบบวิวาทะระหว่างแนวคิดบริโภคนิยม กับแนวคิดทางศาสนาของโลกตะวันออก"

เรื่องราวของนวนิยายเรื่อง "อมตะ" คือความต้องการเป็นอมตะของตัวละครชื่อว่า "พรหมินทร์" ด้วยการโคลนนิ่งมนุษย์เทียมขึ้นมาเพื่อใช้สำหรับเปลี่ยนถ่ายอวัยวะ "ชีวัน" ผู้ที่พรหมินทร์ได้เลี้ยงดูมาตั้งแต่เล็กและเรียกพรหมมินทร์ว่า "พ่อ" นั่นเอง แต่ชีวันไม่รู้ตัวมาก่อนเลยว่าตนเองไม่ใช่ลูกของพรหมินทร์ และไม่ใช่มนุษย์แท้ เมื่อเขารู้ความจริงจึงเจ็บปวดรวดร้าวใจยิ่งนัก ถึงกับหนีเตลิดออกจากบ้านไปหาคนรัก เพื่อหลบพัก และไตร่ตรองจนตัดสินใจได้จึงกลับบ้าน

ระหว่างนี้เอง ตัวละครที่ชื่อ "อรชุน" ก็ถูกเปิดตัวออกมาในฐานะนักจิตบำบัดหนุ่มที่มีความสามารถสูง ขณะนั้นอรชุนกำลังติดพันอยู่กับ "รติรัตน์" ลูกสาวของพรหมินทร์ เป็นการแก้แค้น ด้วยเหตุที่ว่า แท้จริงแล้วอรชุนก็เป็นมนุษย์โคลนนิ่งที่ถูกสร้างขึ้นเช่นเดียวกับชีวัน อรชุนได้พบกับ "ศศิประภา" ซึ่งเป็นภรรยาของพรหมินทร์ และพบกับชีวันเพื่อบำบัดจิตให้กับคนทั้งสอง เมื่อทั้งสามคนมาพบกันความจริงเรื่องมนุษย์โคลนนิ่งก็ถูกเปิดเผย

ปมขัดแย้งสำคัญของเรื่องก็คือ แท้จริงแล้ว "โคลน" ที่เป็นคนเหล่านี้เป็นมนุษย์หรือไม่ การฆ่า "โคลน" เป็นบาปและผิดศีลธรรมหรือไม่ กรณีที่ตัวเอกของเรื่องเป็น "โคลน" ทั้ง 2 ตัวที่มีผู้สร้างขึ้นมาเพื่อจะใช้ปลูกถ่ายอวัยวะของตนแต่บังเอิญตัวหนึ่งหนีไปได้ และได้กลับมาแก้แค้นและทำลายผู้ที่สร้างเขาขึ้นมา

"พร้อมกับผู้เขียนเองประกาศว่า นวนิยายเรื่องนี้เป็น “ธัมมิกวรรณกรรม” หรือวรรณกรรมที่แสวงหาสัจจะและปัญญาญาณเพื่อนำมนุษย์ไปสู่สันติสุข และเพื่อนำเสนอปรัชญาพุทธศาสนาให้ทุกคนหันมาสนใจ และนำไปหาความรู้ต่อ

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

'นักขียนซีไรต์' แนะ 3 นิ้ว อดอาหารให้ได้ผล ต้องมี 2 ส่วนประกอบกัน

วิมล ไทรนิ่มนวล นักเขียนรางวัลซีไรต์ โพสต์ข้อความในเฟซบุ๊กกรณีกลุ่ม 3 นิ้ว ผู้ต้องหาคดีม.112 อดอาหารประท้วงในเรือนจำ ว่า

'นักเขียนซีไรต์' ฟาด 'บิดา' ของกลุ่มสามนิ้ว ต้องการให้ไทยเป็นแบบฮ่องกง

วิมล ไทรนิ่มนวล นักเขียนรางวัลซีไรต์ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก หัวข้อ "เมื่อถึงทางแยกที่ต้องเลือก" มีเนื้อหาดังนี้

'นักเขียนซีไรต์' เผยโฉมศัตรูของคนยกย่อง 'แบม-ตะวัน' คืออันธพาลในนามอุดมการณ์ความเท่าเทียม

วิมล ไทรนิ่มนวล นักเขียนรางวัลซีไรต์ โพสต์ข้อความในเฟซบุ๊ก หัวข้อ "ศัตรู" ระบุรายละเอียดว่าไม่เพียงพิธาเท่านั้น​ ยังรวมถึงคนอื่นๆด้วย

'นักเขียนซีไรต์' ฟาดฝ่ายก้าวหน้า​ ปัญญาไม่มี ทำผิดพลาดก็ด่า 'อำนาจเก่า'

วิมล ไทรนิ่มนวล นักเขียนรางวัลซีไรต์ โพสต์ข้อความในเฟซบุ๊ก ระบุว่า ทำอะไรไม่เป็น​ ทำผิด​ ทำพลาด​ ก็ด่า "อำนาจเก่า" ขัดขวาง​ ฉุดรั้ง

‘นักเขียนซีไรต์’ งง! ผู้ใหญ่หัวก้าวหน้าประชาธิปไตย โกหกซ้ำซากยังมีคนเชื่อ

นักเขียนรางวัลซีไรต์ โพสต์ข้อความในเฟซบุ๊กระบุว่า "เด็กเลี้ยงแกะ" ในนิทานอีสปแค่โกหกครั้งที่2​ ผู้คนเขาก็ไม่เชื่อถือแล้ว​