
3 ต.ค.2565-นายอัษฎางค์ ยมนาค นักวิชาการอิสระ โพสต์ข้อคววามในเฟซบุ๊ก “เอ็ดดี้ อัษฎางค์ ยมนาค” หัวข้อ “นายกฯ 8 ปี” ตอนที่ 1 อธิบายเรื่องนายกฯ 8 ปี ด้วยภาษาชาวบ้าน ระบุว่า ขออธิบายเรื่องนายกฯ 8 ปี ด้วยภาษาชาวบ้าน ภายใน 10 ข้อ 1. ตามบทบัญญัติรัฐธรรมนูญ 2560 พระมหากษัตริย์ทรงแต่งตั้งนายกรัฐมนตรีตามมติของสภาผู้แทนราษฎร โดยมีประธานสภาผู้แทนราษฎรเป็นผู้ลงนามรับสนองพระบรมราชโองการ 2.ตามบทบัญญัติรัฐธรรมนูญ 2560 นายกรัฐมนตรีจะดำรงตำแหน่งรวมกันแล้วเกิน 8 ปีมิได้ 3.ตามบทบัญญัติรัฐธรรมนูญ 2560 ที่ใช้บังคับ นายกรัฐมนตรีจะดำรงตำแหน่งรวมกันแล้วเกิน 8 ปีมิได้ มิได้บัญญัติให้มีผลย้อนหลังได้ ซึ่งหมายความว่า “กฎหมายฉบับดังกล่าว ไม่มีมีผลย้อนหลัง”
4. ดังนั้นก่อนปี 2560 พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ได้รับพระราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมแต่งตั้งเป็นนายกรัฐมนตรี ตามรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราวปี 2557 เมื่อวันที่ 24 ส.ค. 2557 ซึ่งพระมหากษัตริย์ทรงแต่งตั้งตามมติของสภานิติบัญญัติแห่งชาติ ซึ่งมาจากคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ถวายคำแนะนำ 5.จะเห็นได้ว่า พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ไม่ใช่นายกรัฐมนตรีตามรัฐธรรมนูญปี 2560 ซึ่งต้องได้รับความเห็นชอบจากสภาผู้แทนราษฎร 6.อย่างไรก็ตาม คณะรัฐมนตรีซึ่งแม้จะเข้าสู่ตำแหน่งรัฐมนตรีโดยรัฐธรรมนูญฉบับอื่นก็ตาม ย่อมเป็นคณะรัฐมนตรีตามรัฐธรรมนูญปี 2560 ตั้งแต่วันที่ 6 เม.ย. 2560
7. ด้วยเหตุนี้ ต้องนับว่า พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ดำรงนายกรัฐมนตรีตำแหน่งตามรัฐธรรมนูญ 2560 ตั้งแต่วันที่ 6 เม.ย. 2560 ซึ่งเป็นวันประกาศใช้รัฐธรรมนูญ 8. เมื่อนับถึงวันที่ 24 ส.ค. 2565 พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา จึงดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ยังไม่ครบ 8 ปี 9.การดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีของ พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา 8 ปี ตามรัฐธรรมนูญ 2560 จะครบกำหนดการในวันที่ 6 เม.ย. 2568
10.สรุปย่อทั้ง 9 ข้อให้สั้นที่สุดได้ว่า (10.1) พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา เริ่มดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีตั้งแต่วันที่ 24 ส.ค. 2557 โดยได้รับแต่งตั้งจากสภานิติบัญญัติแห่งชาติ ตามคำแนะนำของ คสช. “อันหมายความว่า คสช.คือผู้ที่เลือกนายกรัฐมนตรี” ถวายให้ในหลวงแต่งตั้ง” (ขอย้ำว่า ในหลวงไม่ได้มีพระราชอำนาจในการที่จะเลือกพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชาหรือใครเป็นนายกรัฐมนตรี) ซึ่งรัฐธรรมนูญชั่วคราวของ คสช.นั้น ไม่มีบทบัญญัติ ที่บังคับให้อยู่ในตำแหน่งได้เพียง 8 ปี
(10.2) รัฐธรรมนูญปี 2560 บัญญัติว่า นายกรัฐมนตรีมาจากมติของสภาผู้แทนราษฎร โดยมีประธานสภาผู้แทนราษฎรเป็นผู้ลงนามรับสนองพระบรมราชโองการแต่งตั้งนายกรัฐมนตรี “อันหมายความว่า สภาผู้แทนราษฎร คือผู้ที่เลือกนายกรัฐมนตรี ถวายให้ในหลวงแต่งตั้ง”(ขอย้ำว่า ในหลวงไม่ได้มีพระราชอำนาจในการที่จะเลือกพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา หรือใครเป็นนายกรัฐมนตรี) (10.3) ทั้งนี้ เมื่อรัฐธรรมนูญปี 2560 ประกาศใช้ ได้บังคับให้คณะรัฐมนตรีของ คสช.ชุดพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ต้องถูกบังคับตามรัฐธรรมนูญปี 2560 ซึ่งมีบทบัญญัติ ที่บังคับให้นายกรัฐมนตรีอยู่ในตำแหน่งได้เพียง 8 ปี
(10.4) ดังนั้น กติกาว่า พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา จะดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีได้เพียง 8 ปีนั้น จึงเริ่มนับตั้งแต่วันที่รัฐธรรมนูญปี 2560 ประกาศใช้ ซึ่งนั้นคือวันที่ 6 เม.ย. 2560 กติกาว่า พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา จะดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีได้เพียง 8 ปี ตามรัฐธรรมนูญปี 2560 ไม่มีผลย้อนหลัง ให้พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีก่อนรัฐธรรมนูญ ปี 2560 ประกาศใช้ได้ ซึ่งหมายความว่า การดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีของ พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ตั้งแต่ วันที่ 24 ส.ค. 2557 ถึง วันที่ 5 เม.ย. 2560 ไม่ถูกบังคับตามรัฐธรรมนูญปี 2560 ซึ่งเริ่มบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 6 เม.ย. 2560 เป็นต้นไป
(10.5) จะเห็นได้ว่า พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกรัฐมนตรี 2 ช่วง โดยช่วงแรก เป็นนายกรัฐมนตรีตามรัฐธรรมนูญชั่วคราวของ คสช. ตั้งแต่ วันที่ 24 ส.ค. 2557 ที่ไม่มีข้อบังคับเรื่องระยะเวลา 8 ปี และช่วงที่ 2 เป็นนายกรัฐมนตรีตามรัฐธรรมนูญปี 2560 โดยผ่านมติสภาผู้แทนราษฎร ตั้งแต่วันที่ 6 เม.ย. 2560 ที่มีข้อบังคับเรื่องระยะเวลา 8 ปี
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
โปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง 'อุดม' นั่งประธานศาลรัฐธรรมนูญ 'จักรพงศ์' เป็นตุลาการ
โปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง นายอุดม สิทธิวิรัชธรรม เป็นประธานศาลรัฐธรรมนูญ และ พล.ต.ท.จักรพงศ์ วิวัฒน์วานิช ดำรงตำแหน่งตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ มีผลตั้งแต่วันที่ 24 กรกฎาคม 2569 เป็นต้นไป
'โสภณ' รอศาลรัฐธรรมนูญก่อนเปิดสภาสมัยวิสามัญถกเงินกู้ 4 แสนล้าน
'โสภณ' รอเอกสารจากศาลรัฐธรรมนูญ ก่อนส่ง ครม.ทูลเกล้าฯ เปิดสภาวิสามัญ ถก พ.ร.ก.กู้เงินฯ 4 แสนล้าน
มติเอกฉันท์ไม่รับคำร้อง 'ดิเรก พรสีมา' ฟ้อง กกต.
ศาลรัฐธรรมนูญมีมติเป็นเอกฉันท์ สั่งไม่รับคำร้องของ 'ดิเรก พรสีมา' อดีตผู้สมัคร สว. ไว้พิจารณาวินิจฉัย หลังยื่นร้องเรียน กกต. จัดการเลือกตั้งระดับอำเภอ-จังหวัดส่อไม่ลับและไม่สุจริต
ยาวไป! ศาลรัฐธรรมนูญรอความเห็นผู้เชี่ยวชาญก่อนวินิจฉับปมบาร์โค้ด
ศาลรัฐธรรมนูญสั่งชะลอวินิจฉัยบัตรเลือกตั้งติด Barcode - QR Code รอความเห็นผู้เชี่ยวชาญ ปมผู้ตรวจการแผ่นดินยื่นร้องส่อไม่เป็นความลับ
ชิงปธ.ศาลรธน.คนใหม่ หลังจบพ.ร.ก.4แสนล้าน คิวร้อนต่อไปปิดคดีบัตรเลือกตั้ง
มติของที่ประชุมตุลาการศาลรัฐธรรมนูญเมื่อ 9 ก.ค.ที่ผ่านมา ที่วินิจฉัยว่า “พระราชกำหนดให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อแก้ไขปัญหาผลกระทบ จากสถานการณ์วิกฤตด้านพลังงานและสร้างการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานของประเทศ พ.ศ.2569 หรือ พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้านบาท” ที่ออกโดยมติคณะรัฐมนตรี รัฐบาลอนุทิน ชาญวีรกูล ไม่ขัดรัฐธรรมนูญ มาตรา 172 วรรคหนึ่ง
คณบดีคณะนิติศาสตร์ มธ. เปิด 3 เหตุผล หนุน 'ตุลาการเสียงข้างน้อย' ศาล รธน. ชี้พรก.กู้เงินฯยังไม่จำเป็นเร่งด่วน
รศ.ดร.สุปรียา แก้วละเอียด คณบดีคณะนิติศาสตร์ มธ. โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า คำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญกรณี พรก.เงินกู้ 4 แสนล้าน อาจส่งผลกระทบต่อการดำเนินนโยบายและมาตรการทางการคลังในอนาคตอย่างมีนัยสำคัญ และทำให้หลักการแบ่งแยกอำนาจทางการคลังระหว่างฝ่ายบริหารกับฝ่ายนิติบัญญัติอ่อนแอลง เห็นด้วยกับความเห็นของตุลาการเสียงข้างน้อย ด้วยเหตุผลดังนี้

