26 ต.ค.2565 - นายอัษฎางค์ ยมนาค นักวิชการอิสระ โพสต์ข้อความในเฟซบุ๊ก "เอ็ดดี้ อัษฎางค์ ยมนาค" มีรายละเอียดว่า
“ตื่นเถอะสามกีบ”
เอาคนไม่รู้ข่าว มาบอกข่าว มันก็เป็นจังซี่
ข่าวต้นทางจากต่างประเทศรายงานว่า…..
ความยากจน
ลดลงจาก 58% เหลือเพียง 6.8%
แล้วหันไปดูผู้บอกข่าว ให้ข้อมูลอะไรกับประชาชน
สาเหตุที่ความยากจนลดลงมากมายขนาดนี้ก็ด้วยเพราะ …..
อัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจที่สูงลิ่วและการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้าง
ซึ่งมันคือผลงานของรัฐบาลลุง ที่ลุงตู่ประกาศมาตลอดว่าได้ทำอะไรไปแล้วและจะทำอะไรต่อ
ตกมือให้รัฐบาลลุงเลยครับ
ข้อมูลระดับนานาชาตินี้ชี้ชัดเจนตามผลงานที่รัฐบาลทำมาตลอด 8 ปี ซึ่งมันส่งผล ออกดอก ออกรวงแล้ว
ตื่นเถอะสามกีบ
ไม่รู้ภาษาอังกฤษก็อย่าริอ่านรายงานข่าว
ภาษาอังกฤษครับ มันจะมั่วนิ่มแบบนี้
คนที่ฟังข่าวเขาก็เชื่อตามผู้ประกาศข่าว และฝังใจกับข้อมูลที่บิดเบือนนี้ไปเรียบร้อย นี่คือหนึ่งในสาเหตุที่มีคนไทยจำนวนมากมายออกมาด่าว่ารัฐบาลไม่มีผลงาน นายกฯไร้น้ำยา ทั้งที่ความจริงมันคนละขั้ว
เอาคนไม่รู้ข่าว มาบอกข่าว มันก็เป็นจังซี่.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
แคมเปญ 'สว.ประชาชน' ของ 'ธนาธร' อั้วสว.หรือไม่ 'เอ็ดดี้' นักวิชาการอิสระมีคำตอบ
อัษฎางค์ ยมนาค นักวิชาการอิสระและครีเอเตอร์ดิจิทัล โพสต์เรื่อง แคมเปญ 'สว. ประชาชน' ของธนาธร อั้ว สว.หรือไม่?
'นิพิฏฐ์' ขอเคลียร์ใจสื่อ! ก่อนทำเรื่องใหญ่
นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ อดีต สส.พัทลุง พรรคประชาธิปัตย์ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กในหัวข้อ "เคลียร์ใจกันก่อน" โดยระบุว่า
เอ็ดดี้ อัษฎางค์ ลั่นคดีฮั้วสว. ผลคดีอาจเปลี่ยนเกมอำนาจ แต่เกมอำนาจต้องไม่เป็นตัวตัดสินคดี
นักวิชาการชี้ไม่ว่าผลจะเป็นคุณหรือเป็นโทษต่อใคร ประชาชนควรได้คำอธิบายที่ตรวจสอบได้ว่า เหตุใดบุคคลหนึ่งจึงต้องรับผิด และเหตุใดอีกบุคคลหนึ่งจึงไม่ต้องรับผิด
'ช่อ' โวยสื่อบิดเบือนศึกดีเบต 'ไอติม-นภินทร' ซัดพาดหัวชี้นำไม่ต่างเพจ IO
“พรรณิการ์” ฉะสื่อพาดหัวชี้นำ หลัง “ไอติม-นภินทร” ดีเบตเดือดประเด็นผู้สมัคร สว.เข้าพบก่อนวันเลือก ซัดใช้วิธีบิดเบือนทำคนเข้าใจไปอีก
เดี๋ยวนะ! เอ็ดดี้ ข้องใจ 'เสก' เล่าสมัยเป็นผู้ต้องขัง 'อธิบดีราชทัณฑ์' พาไปร้องเพลงให้ 'ทักษิณ' ฟังตามคำขอ
อัษฎางค์ ยมนาค นักวิชาการอิสระ ร้องเดี๋ยวนะ หลังเห็นข่าว เสก เล่าทักษิณบอกอธิบดีกรมราชทัณฑ์ ให้เอาเสกมาร้องเพลงให้ฟังหน่อย ท่านอธิบดีก็จัดให้
'เอ็ดดี้' วิเคราะห์ชัด ทำไมคนยังจะเลือก 'ชัชชาติ' ทั้งที่ล้มเหลวในการบริหาร กทม.
ชัชชาติไม่ควรถูกประเมินจากความขยันหรือภาพลงพื้นที่ แต่ต้องประเมินจาก “เมืองดีขึ้นจริงหรือไม่” หลังได้เวลา 4 ปีเต็ม

