28 ต.ค.2565 - ดร.เสรี วงษ์มณฑา นักวิชการด้านการตลาดและสื่อสาร โพสต์โฟซบุ๊กว่า ต้องการเปลี่ยนแปลงระบอบการปกครองของประเทศไทย...ไม่เอา
เป็นปฏิปักษ์และมุ่งมั่นล้มล้างสถาบันพระมหากษัตริย์...ไม่เอา
ยกย่องนับถือคนเลวเพื่อลาภยศของตนเอง...ไม่เอา
ยอมพายเรือให้โจรนั่ง เห่าตามเจ้าของคอกสั่ง...ไม่เอา
สร้างวาทกรรมบิดเบือน โกหกหลอกลวงประชาชน...ไม่เอา
ครอบงำเยาวชนด้วยการบิดเบือนประวัติศาสตร์...ไม่เอา
ยุยง หลอกเด็กๆให้ออกมาทำผิดกฎหมายมาตรา 112...ไม่เอา
พวกขี้ฉ้อ โกงบ้าน โกงเมืองอย่างหน้าด้านๆ...ไม่เอา
ยกตนข่มท่าน เก่งคนเดียว แซะทุกเรื่อง ด่าทุกอย่าง ติอย่างเดียว...ไม่เอา
พระมหากษัตริย์เป็นประมุข เราวางใจพระราชกรณียกิจของทุกพระองค์
หากนักการเมืองเป็นประมุข เราไม่อาจวางใจการทำงานของเขา
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ค้านด้วยเหตุด้วยผล...ย่อมดลให้เกิดประโยชน์
ในสังคมประชาธิปไตยโดยทั่วไป ก็จะมีฝ่ายรัฐบาลทำหน้าที่บริหารประเทศด้วยนโยบายที่แถลงไว้กับสภาผู้แทนราษฎร และจะทำโครงการต่างๆ เพื่อทำตามสัญญาที่หาเสียงไว้ ในขณะเดียวกันก็จะมีฝ่ายค้านทำหน้าที่ตรวจสอบการทำงานของรัฐบาล
เขาจะเลือกตั้งอะไรกัน
มีคนจำนวนมากเห็นป้ายติดตามเสาไฟฟ้า มีลักษณะเป็นป้ายหาเสียงเลือกตั้ง เพราะเห็นมีหมายเลขประกบกับรูปของคนที่สมัครลงรับเลือกตั้ง หลายคนเห็นก็พอจะรู้ว่ากำลังจะมีการเลือกตั้งผู้ว่าฯ
พระมหากษัตริย์ไทยคือธรรมราชา
คนไทยโชคดี เพราะตั้งแต่เรามีประเทศที่เป็นเอกราช พระมหากษัตริย์ของเราก็เป็นธรรมราชา คือทรงเป็นพระราชาที่ทรงธรรม ทรงมีทศพิธราชธรรมเป็นหลักธรรม 10 ประการที่พระมหากษัตริย์ของเราทรงยึดถือปฏิบัติเพื่อประโยชน์สุขของอาณา
ระบอบสีน้ำเงิน...อย่าฟังเพลินๆ...คิดให้ดี
ฝ่ายตรงกันข้ามกับรัฐบาลยังคงรุมด้อยค่า ด่ารัฐบาล ชักจะไปไกลอย่างน่าเป็นห่วง จากระบอบเนวิน ระบอบอนุทิน มาจนถึง “ระบอบสีน้ำเงิน”
'สมศักดิ์' เปิดจดหมายลับ 20 ปี อ้าง 'ส.ศิวรักษ์' เคยหนุนใช้ 112 เล่นงานทักษิณ
‘สมศักดิ์เจียม” เปิดเผยเรื่องราวเมื่อเกือบ 20 ปีก่อน โดยอ้างว่าได้รับจดหมายจาก “ส.ศิวรักษ์” ในช่วงพันธมิตรฯขับไล่ “ทักษิณ ชินวัตร” ซึ่งระบุว่าต้องจัดการทักษิณก่อนแล้วค่อยว่ากันเรื่องอื่น พร้อมเผยเก็บเรื่องนี้ ไว้
’พี่ศรี‘ ยื่นศาลวินิจฉัยปม ‘พีระพันธุ์’ ตั้งผู้ต้องโทษคดี 112 ร่วมคณะทำงานรัฐ
นายศรีสุวรรณ จรรยา ผู้นำองค์กรรักชาติ รักแผ่นดิน ได้เดินทางมายื่นคำร้องถึงศาลรัฐธรรมนูญ เพื่อขอให้ศาลวินิจฉัยว่าการที่มีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองใช้

