'หมอศิริราช' ถึงกับร้องไอ้หยา! ตัวเลขฝุ่น PM2.5

'หมอนิธิพัฒน์' ถึงกับผงะฝุ่นพิษไทย เตือนคนกรุงอย่าปลดหน้ากากในช่วงนี้แม้โควิดเบาบางลง เรียกร้อง 4 ข้อ โดยเฉพาะพรรคการเมืองให้เสนอนโยบายแก้ไขไม่ใช่มุ่งแต่เพิ่มเงิน

25 ม.ค.2566 - รศ.นพ.นิธิพัฒน์ เจียรกุล หัวหน้าสาขาวิชาโรคระบบการหายใจและวัณโรค ภาควิชาอายุรศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล โพสต์รูปพร้อมวิดีโอและข้อความบนเฟซบุ๊กว่า เห็นทีช่วงนี้คนกรุงเทพจะปลดหน้ากากในที่สาธารณะยังไม่ได้ แม้โควิดจะซาลงไปมากแล้วก็ตาม แต่ฝุ่นกำลังตลบมากอยู่ตอนนี้จากเจ้าตัวจิ๋ว PM2.5 โดยไม่เกี่ยวกับนักการเมืองซึ่งกำลังวิ่งย้ายพรรค ดังรูปที่ถ่ายตอนสายแต่ไม่เห็นทัศนียภาพอันสวยงามของเมืองหลวงเช่นเคย สาเหตุหลักน่าจะมาจากปรากฏการณ์ “อุณหภูมิผกผัน” ดังในวิดีโอ ประกอบกับมนุษย์เริ่มมีกิจกรรมนอกบ้านกันมากขึ้นหลังโควิดซา

แปดโมงเช้าเช็กแอป A4Thai ไอ้หยา ปริมาณฝุ่นเฉลี่ยในรอบ 24 ชม.(average of cumulative) พุ่งไป 58 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร แต่พอเข้าไปดูค่าที่วัดขณะนั้น (real time) แทบลมจับ ขึ้นไปที่ 91 ดังรูป พอมาดูระดับการเตือนภัยในแอป ยังให้เป็นสีส้มหรือเริ่มมีผลกระทบ ทั้งที่ควรจะเป็นสีแดงหรือมีผลกระทบรุนแรงต่อสุขภาพได้แล้ว เพราะค่าเกิน 90 ตามมาตรฐานเดิมที่หน่วยราชการไทยใช้อยู่ ทั้งที่เสนอให้แจ้งค่าเตือนภัยสำหรับคนทั่วไปเป็นค่า real time ส่วนค่า average of cumulative ให้ใช้สำหรับผู้บริหารสำหรับตัดสินใจดำเนินการเชิงนโยบาย และขอให้ปรับลดตัวเลขสีส้มลงมาที่ 37.5 และสีแดงลงมาที่ 75 ตามที่ประเทศเจริญแล้วเขาทำกัน (ที่จริงต้องต่ำกว่านี้อีก) คนไทยไม่ได้ทนต่ออากาศเป็นพิษได้มากกว่าคนชาติอื่น

ขอเรียกร้องไปยังทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องดังนี้

1.เร่งออก พ.ร.บ.อากาศสะอาด ที่เป็นการแก้ไขเชิงระบบ ขณะนี้ภาคประชาชนผลักดันจนผ่านรัฐสภาแล้ว เรื่องไปรออยู่ที่รัฐบาลเพราะถูกตีความว่าเป็นเรื่องเกี่ยวกับการเงิน

2.การแก้ไขมลพิษในสิ่งแวดล้อม ควรเป็นนโนบายหนึ่งของพรรคการเมืองในการหาเสียง ไม่ใช่เน้นแต่เรื่องเพิ่มเงินในทุกรูปแบบ

3.ปรับวิธีการและค่าอันตรายในการเตือนภัยต่อสุขภาพตามข้อเสนอข้างต้น

4.ขอความร่วมมือทั้งภาครัฐและเอกชน ให้ช่วยกันสื่อสารข้อมูลเพื่อสร้างความตระหนักกับประชาชน ในการร่วมมือแก้ไขปัญหาแหล่งกำเนิด PM2.5 และแนวทางการดูแลสุขภาพในช่วงคุณภาพอากาศเลวร้ายระหว่างรอการแก้ไขในระยะยาว #รักษ์ปอดห่างไกลฝุ่น

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

สสส.เปิดรายงานสุขภาพคนไทยปี 69 พบวิกฤตเด็กเกิดน้อย สังคมแก่ตัว ข้อมูลท่วมท้น เจ็บป่วยนาน

สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ร่วมกับสถาบันวิจัยประชากรและสังคม มหาวิทยาลัยมหิดล เปิดตัว “รายงานสุขภาพคนไทย ปี 2569” นำเสนอสัญญาณเตือนสำคัญของสังคมไทย ผ่าน 10 ตัวชี้วัด ภายใต้แนวคิด “การเปลี่ยนแปลงทางประชากรกับสุขภาพคนไทย” ที่สะท้อนแนวโน้มการเกิดน้อย สังคมสูงวัย และโครงสร้างครอบครัวที่เปลี่ยนแปลง พร้อมเปิด 10 สถานการณ์เด่นทางสุขภาพ

วันงดสูบบุหรี่โลก 31 พ.ค. มหาวิทยาลัยมหิดล-สสส. ปกป้องเยาวชนจากบุหรี่ไฟฟ้า

ในประเทศไทยเริ่มมีแนวคิดนี้เกิดขึ้น นำโดยกลุ่มสถาบันแพทยศาสตร์แห่งประเทศไทย (กสพท.) ซึ่งมีสมาชิกเป็นคณะแพทย์ทั้งหมดของประเทศไทย 28 คณะ นำร่องโดยทำข้อตกลงร่วมกันที่จะมุ่งพัฒนาให้นักศึกษาแพทย์ทั้งหมดเป็น Nicotine-Free Generation Medical Students เมื่อวันครู 16 มกราคม 2569 และได้เริ่มมีการพัฒนานศพ.แกนนำร่วมกับสหพันธ์นิสิตนักศึกษาแพทย์แห่งประเทศไทย (สพท.) ที่คณะแพทยศาสตร์ศรีสวางควัฒน ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ เพื่อร่วมขับเคลื่อนจากตัว นศพ.เอง

'หมอยง' แจงชัด! 'โควิด' สายพันธุ์ระบาดสิงคโปร์ มีผลต่อไทยแค่ไหน

ศ.นพ.ยง ภู่วรวรรณ หัวหน้าศูนย์เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านไวรัสวิทยาคลินิก ภาควิชากุมารเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

สธ.ยันไทยพบโควิด 19 สายพันธุ์ NB.1.8.1 แพร่กระจายง่าย หลบภูมิคุ้มกันได้ดี เตือนรักษาสุขอนามัย

กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข เผยสายพันธุ์โรคโควิด 19 ในช่วงปีที่ผ่านมา คือสายพันธุ์ NB.1.8.1 เป็นสายพันธ์หลัก แต่ยังไม่พบหลักฐานว่าทำให้เกิดการกระจายของโรคอย่างรวดเร็วหรือโรครุนแรงมากขึ้น