สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ร่วมกับสถาบันวิจัยประชากรและสังคม มหาวิทยาลัยมหิดล เปิดตัว “รายงานสุขภาพคนไทย ปี 2569” นำเสนอสัญญาณเตือนสำคัญของสังคมไทย ผ่าน 10 ตัวชี้วัด ภายใต้แนวคิด “การเปลี่ยนแปลงทางประชากรกับสุขภาพคนไทย” ที่สะท้อนแนวโน้มการเกิดน้อย สังคมสูงวัย และโครงสร้างครอบครัวที่เปลี่ยนแปลง พร้อมเปิด 10 สถานการณ์เด่นทางสุขภาพ
นพ.พงศ์เทพ วงศ์วัชรไพบูลย์ ผู้จัดการกองทุน สสส. กล่าวว่า การขับเคลื่อนงานสร้างเสริมสุขภาพจะต้องใช้ข้อมูลที่ถูกต้อง ทันต่อสถานการณ์และเชื่อถือได้เพื่อนำไปใช้ประโยชน์ใน 3 ระดับ ได้แก่ นโยบาย ยุทธศาสตร์องค์กร และสื่อสารสาธารณะในการสร้างเสริมสุขภาพเพื่อการมีสุขภาพที่ดีเจ็บป่วยในระยะเวลาที่สั้น โดยรายงานสุขภาพคน ไทยปี 2569 กับ10 ตัวชี้วัด ภายใต้แนวคิด “การเปลี่ยนแปลงทางประชากรกับสุขภาพคนไทย” ระบุข้อมูลว่า ประเทศไทยเข้าสู่ยุคตายมากกว่าเกิด โดยข้อมูลในปี2564 พบจำนวนผู้เสียชีวิตมากกว่าจำนวนการเกิด จำนวนเด็กเกิดลดลงใน 10 ปี ซึ่งจำนวนเกิดลดจาก 736,352 คน ในปี 2558 เหลือ 416,574 คน ใน ปี 2568 และอีก 10 ปี วัยเด็กและวัยทำงานจะหายไปรวมกว่า 7 ล้านคน ในขณะที่ผู้สูงอายุเพิ่มขึ้น 3.6ล้านคน นอกจากนี้ในรายงานสุขภาพคนไทย ได้นำเสนอสถานการณ์เด่นทางสุขภาพ พร้อมสะท้อนข้อเสนอแนวทางพัฒนานโยบายด้านสุขภาพ เรื่องพิเศษประจำฉบับ รอบรู้อย่างรอบคอบ:ความรอบรู้ด้านสุขภาพบนพื้นที่ดิจิทัล และผลงานดีๆ เพื่อสุขภาพคนไทย นำเสนอความสำเร็จทางการแพทย์และสาธารณสุข บทความพิเศษ เรื่อง สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง กับสุขภาพคนไทย
สสส. จัดทำรายงานสุขภาพคนไทย ต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2546 เพื่อทำหน้าที่เป็นเข็มทิศเชิงนโยบาย ชี้ให้เห็นว่าไทยกำลังเผชิญความท้าทายสุขภาวะ เพื่อทำอย่างไรให้คนไทยมีคุณภาพชีวิตที่ดี สสส. มุ่งหวังให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง นำข้อมูลรายงานสุขภาพคนไทยไปใช้ในการพัฒนานโยบายขับเคลื่อนการสร้างเสริมสุขภาพที่สอดคล้องกับสถานการณ์สุขภาพคนไทยระยะยาว
รศ.ดร.เฉลิมพล แจ่มจันทร์ หัวหน้าโครงการจัดทำรายงานสุขภาพคนไทย ปี 2569 กล่าวว่า การพัฒนามนุษย์ตลอดช่วงวัยตั้งแต่เกิดจนถึงตายมีความสำคัญ ซึ่งในรายงานสุขภาพคนไทย ปี 2569 สิ่งที่เน้นย้ำ คือ ความรอบรู้ทางสุขภาพ จากที่ประชากรมีแนวโน้มน้อยลงแต่ป่วยนานขึ้น โดยข้อมูลด้านสุขภาพ พบคนไทยต้องใช้ชีวิตอยู่กับภาวะความเจ็บป่วยเฉลี่ย 6.9 ปี ในช่วงท้ายของชีวิต ซึ่งผู้หญิงไทยอายุยืนกว่าผู้ชายแต่ป่วยนานกว่า ผู้หญิงจะมีช่วงชีวิตที่อยู่กับสุขภาพไม่ดีเฉลี่ย 9.6 ปี ผู้ชาย 5.6 ปี ภาวะการมีบุตรยากกลายเป็นโจทย์ของสังคมการเกิดน้อย และปัญหาสุขภาพจิตเยาวชนส่งสัญญาณน่าเป็นห่วง สถานการณ์ดังกล่าวชี้ให้เห็นถึงความจำเป็นในการปรับระบบบริการสุขภาพให้สอดรับกับโครงสร้างประชากรที่เปลี่ยนแปลงไป โดยเฉพาะการขยายระบบการดูแลที่บ้านและในชุมชน ซึ่งปัจจุบันผู้ป่วยระยะประคับประคองสามารถเข้าถึงระบบการดูแลสุขภาพได้เพียง 43.3% นอกจากนี้ ไทยต้องเร่งพัฒนากำลังคนด้านการดูแลผู้ป่วยระยะประคับประคองระยะยาว ซึ่งคาดว่าจะต้องเพิ่มขึ้นถึง 13 เท่าภายในปี 2580 รวมถึงปรับโครงสร้างค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพ ให้มุ่งเน้นการส่งเสริมสุขภาพและป้องกันให้มุ่งเน้นการส่งเสริมสุขภาพและป้องกันโรคมากขึ้น เพื่อรองรับสังคมสูงวัยได้อย่างมีคุณภาพและยั่งยืน
รศ.ดร.ภูเบศร์ สมุทรจักร สถาบันวิจัยประชากรและสังคม มหาวิทยาลัยมหิดล กล่าวว่า เรื่องพิเศษฉบับนี้ คือ “รอบรู้อย่างรอบคอบ: ความรอบรู้ด้านสุขภาพบนพื้นที่ดิจิทัล” สะท้อนให้เห็นว่าปัจจุบันประชาชนสามารถเข้าถึงข้อมูลสุขภาพได้ง่าย แต่ไม่สามารถนำข้อมูลมาใช้ในการตัดสินใจด้านสุขภาพได้อย่างถูกต้อง คณะทีมงานวิจัย จึงมีข้อเสนอแนะเชิงนนโยบายเพื่อยกระดับความปลอดภัยข้อมูลสุขภาพบนสื่อออนไลน์ 3 มิติ คือ 1.สร้างมาตรฐานเนื้อหาสุขภาพบนแพลตฟอร์มออนไลน์ที่ประชาชนสามารถตรวจสอบได้ 2.กำหนดจรรยาบรรณสำหรับผู้เผยแพร่ข้อมูลสุขภาพ 3.พัฒนาหลักสูตรสุขศึกษาสอนให้เด็กและเยาวชนมีทักษะตรวจสอบและเปรียบเทียบข้อมูลสุขภาพ เพราะการมีข้อมูลที่ถูกต้องจะช่วยให้ประชาชนมีความ "รอบรู้อย่างรอบคอบ" ไม่หลงเชื่อข้อมูลสุขภาพที่แชร์กันผิดๆในโซเชียลมีเดีย
สถานการณ์เด่นทางสุขภาพ ปี 2569 ได้แก่ 1.โรคไม่ติดต่อ (NCDs) 2.ประกันสังคม 3.นโยบายสหรัฐฯ กับผลกระทบด้านสุขภาพไทย 4.จากแก๊งคอลเซนเตอร์ สู่การค้ามนุษย์ข้ามพรมแดน 5.การศึกษาไร้พรมแดน: นักเรียนข้ามชาติกับสังคมไทย 6.แผ่นดินไหวกับภัยพิบัติที่ไม่อาจมองข้าม 7.มหานทีเปื้อนพิษข้ามพรมแดน สารพิษในลุ่มน้ำกก สาย รวกและโขง 8.ลมหายใจชายแดน ในวันที่ยังไม่สิ้นเสียงปืน 9.สมรสเท่าเทียม: การยอมรับทางสังคมของความหลากหลายทางเพศ 10.จากการ ‘สงเคราะห์’ สู่การคุ้มครองและส่งเสริมวิถีชีวิตและสิทธิของกลุ่มชาติพันธุ์
รายงานสุขภาพคนไทย ปี 2569 สะท้อนให้เห็นจุดวิกฤตที่ต้องรีบรักษา และจุดเสี่ยงที่ต้องรีบป้องกัน เพื่อให้ประเทศไทยขับเคลื่อนต่อไปได้ สำหรับผู้สนใจสามารถดาวน์โหลดรายงานฉบับสมบูรณ์ได้ที่ www.thaihealthreport.com
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
Design Hero 2025 ปั้นนักสื่อสารสุขภาวะรุ่นใหม่ พลังสร้างสรรค์สู้ภัยบุหรี่ไฟฟ้าเพื่ออนาคตเยาวชน
ในวันที่บุหรี่ไฟฟ้ากำลังกลายเป็นภัยเงียบที่แทรกซึมเข้าสู่ชีวิตเด็กและเยาวชนไทยอย่างรวดเร็ว การสร้างความรู้และภูมิคุ้มกันทางความคิดให้คนรุ่นใหม่จึงเป็นภารกิจสำคัญที่ต้องอาศัยพลังจากทุกภาคส่วน
วิทยาลัยเทคโนโลยีภาคตะวันออก (อี.เทค) ชนะเลิศ คว้าผลงาน “เวลคัมทูเลิกบุหรี่”ฉายโรงภาพยนตร์SF ภาคตะวันออก
การใช้บุหรี่ไฟฟ้าในเยาวชนไทยนิวไฮพุ่งต่อเนื่อง จากเดิม7หมื่นรายพุ่งพรวดเป็น9แสนคนในช่วงไม่กี่ปี และกำลังทยานสู่หลักล้านอย่างรวดเร็ว ด้วยแผนการตลาดของบริษัทบุหรี่แบรนด์โลกเข้าถึงกลุ่มเยาวชนคืออนาคต
สูบพอตป่วยเงียบ “สสส.-สธ” มุ่งเชิงรุกสร้างระบบรักษา-ปกป้องเหยื่อเด็กประถม
ปล่อยไปเพียบแน่ “ สสส.ไม่ทน! ” จับมือสธ. ช่วยผู้ป่วยพอต เปิดแนวรักษารวมศูนย์-เว็บ-แอปเตือนภัย แนวต้านล่อลวงเด็กประถม
วันงดสูบบุหรี่โลก 31 พ.ค. มหาวิทยาลัยมหิดล-สสส. ปกป้องเยาวชนจากบุหรี่ไฟฟ้า
ในประเทศไทยเริ่มมีแนวคิดนี้เกิดขึ้น นำโดยกลุ่มสถาบันแพทยศาสตร์แห่งประเทศไทย (กสพท.) ซึ่งมีสมาชิกเป็นคณะแพทย์ทั้งหมดของประเทศไทย 28 คณะ นำร่องโดยทำข้อตกลงร่วมกันที่จะมุ่งพัฒนาให้นักศึกษาแพทย์ทั้งหมดเป็น Nicotine-Free Generation Medical Students เมื่อวันครู 16 มกราคม 2569 และได้เริ่มมีการพัฒนานศพ.แกนนำร่วมกับสหพันธ์นิสิตนักศึกษาแพทย์แห่งประเทศไทย (สพท.) ที่คณะแพทยศาสตร์ศรีสวางควัฒน ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ เพื่อร่วมขับเคลื่อนจากตัว นศพ.เอง
ธงแดงปลอดภัย...เปลี่ยนอโศก สู่ 'เมืองเดินได้ เดินดี เดินปลอดภัย'
อโศก-สุขุมวิท กลายเป็นต้นแบบเมืองเดินได้อย่างแท้จริง เมื่อกรุงเทพมหานคร (กทม.) ร่วมกับภาคีเครือข่าย จัดโครงการรณรงค์ใหญ่ “อโศกโมเดล” ด้วยการแจกและติดตั้ง “ธงแดง” ให้ประชาชนถือขณะเดินข้ามทางม้าลาย เพื่อกระตุ้นให้ผู้ขับขี่ชะลอความเร็ว หยุดรถ และเคารพสิทธิคนเดินเท้า เปลี่ยนวัฒนธรรมท้องถนนจาก “รถ" เป็น “คนเดินปลอดภัย” อย่างยั่งยืน

