'จ้าวเหว่ย' ปากหวาน ​สื่อไทยเสนอข่าวตรงไปตรงมา​ สามเหลี่ยมทองคำมักนึกถึงด้านลบ​ จึงต้องพัฒนา

31 ม.ค.2566- เมื่อวันที่​ 30 ม.ค.66 นายจ้าวเหว่ย​ ให้สัมภาษ​ณ์ต่อสื่อมวลไทย​ เปิดใจกระแสข่าวโจมตีอาณาจักรคิงส์​โรมัน​ ของจ้าวเหว่ย​ จากประเทศตะวันตก​ ว่า​ เราต้องใช้ชีวิตอย่างมีสติ​ เพราะมักมีการใช้กลยุทธ์​หลอกลวง​ และโจมตี​ประเทศนั้นๆ​ ถ้าประเทศนั้นไม่ใช้เงินดอลล่า​ อย่างไรก็ตามคนจีนได้มีการรณรงค์​กันว่า​ ร่วมมือไปด้วยกัน​ ช่วยเหลือซึ่งกันและกัน​ และพัฒนาไปด้วยกัน​ ไม่ใช่ว่าคนประเทศสหรัฐ​อเมริกา​พูดอะไรแล้วก็ต้องหลงเชื่อ​ ตนเป็นนักธุรกิจ​ไม่ใช่ว่ามาจากรัฐบาล​

นายจ้าว​เหว่ย​ กล่าวว่า​ สำหรับประเทศไทย​ เราให้ความสำคัญเป็นประเทศบ้านไกลเรือนเคียง​ เราหวังว่าจะพัฒนาเศรษฐกิจ​ และรักษา​ผลประโยชน์ร่วมกัน​​ ขอบคุณสื่อมวลชนประเทศไทยนำเสนอข่าวที่ตรงไปตรงมา​ให้กับคนไทยรู้จักกับเขตเศรษฐกิจพิเศษสามเหลี่ยมทองคำ​มากยิ่งขึ้น​ โดยครั้งที่แล้วที่มาสัมภาษณ์​อะไรถูกก็คือถูก​ ผิดก็คือผิด​ ดำก็คือดำ​ ไม่ใช่ว่าเขตเศรษฐกิจ​พิเศษ​สามเหลี่ยม​ทองคำไม่ดีแต่ทางสื่อมวลชนบอกว่าดีก็ไม่ใช่​

“ในสมัยก่อนถ้าพูดถึงสามเหลี่ยมทองคำมักจะนึกถึงด้านลบ​ จึงเป็นหน้าที่ของเราที่จะต้องพัฒนาให้เป็นจุดดีเพื่อดึงดูดการท่องเที่ยวให้ดีขึ้น​ อย่างไรก็ตามช่วงนี้การพัฒนาของเราต้องแข่งกับเวลาในช่วงโควิดไปค่อนข้างนาน​ เพราะฉะนั้นหลังโควิดเราจะต้องจับโอกาสนี้ให้ดีๆ​ เพื่อที่จะแข่งกับคนอื่นได้​ แต่ต้องยืนอยู่ในกฎหมายของประเทศลาว​ สำหรับนักท่องเที่ยวประเทศไทยเราให้ความสำคัญพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน​ ว่าจะเชื่อมอย่างไรระหว่างประเทศไทย​ กับเขตเศรษฐกิจ​พิเศษ​ของลาว​ ในระยะต่อไปการท่องเที่ยวในเศรษฐ​กิจพิเศษฯจะมีช่องทางประสานกับทางบริษัท​ทัวร์ต่อไปว่าดำเนินอย่างไรเพื่อให้มีความสะดวกที่สุด​

เป้าหมายสูงสุดของเราคือการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานของเศรษฐกิ​จพิเศษให้ครบ​ 100% หลังจากนั้นจะพัฒนาการท่องเที่ยวที่เราให้ความสำคัญเป็นอันดับหนึ่ง​ หลังจะนั้นจะเชิญชวนบริษัทต่างๆมาจดทะเบียน​ และลงทุนที่นี้​ และทำเกษตรกรรม​ รวมถึงการขนส่งให้ต่ำที่สุด​ โดยในปัจจุบันศูนย์กลางประเทศลาวสนับสนุนนโยบายไม่ว่าจะเป็นการนำธนาคารมาตั้งที่นี่​ และพัฒนา​เศรษฐกิจ​ดิจิทัล​เพื่อให้ทันยุคสมัยต่อไป​ และในอนาคตเขตเศรษฐกิจ​พิเศษฯจะสามารถยกสถานะ​ตัวเอง​เป็นเศรษฐ​กิจพิเศษที่มีการบริหารเฉพาะ​มากยิ่งขึ้น​ โดยอาจจะมีขยายการลงทุน​ และการท่องเที่ยวที่ประเทศไทยด้วย.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

‘อมตะ’ปรับพอร์ตดึงลงทุน สู่เกษตรอัจฉริยะปักฐาน’อมตะซิตี้ นาหม้อ’

‘อมตะ’ ปรับพอร์ตดึงลงทุน สู่เกษตรอัจฉริยะปักฐาน ‘อมตะซิตี้ นาหม้อ’ พัฒนาสู่ฮับอาหารแปรรูปแห่งใหม่ชูจุดแข็งด้าน พลังงานสะอาด และทำเลเชิงยุทธศาสตร์เพื่อเชื่อมต่อตลาดจีน

รมว.ทส. เยือน สปป.ลาว ติดตาม 'ยุทธศาสตร์ฟ้าใส' หนุนจัดตั้งสถาบันฝึกอบรมดับไฟป่า หวังแก้ปัญหาวิกฤตหมอกควันข้ามแดนอย่างยั่งยืน

นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (รมว.ทส.) พร้อมด้วย ดร.รวีวรรณ ภูริเดช ปลัดกระทรวงฯ เดินทางเยือนสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว เพื่อประชุมหารือทวิภาคีร่วมกับ ดร.ลินคำ ดวงสะหวัน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกสิกรรมและสิ่งแวดล้อม สปป.ลาว ในประเด็นความร่วมมือด้านการจัดการหมอกควันข้ามแดนและการบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติอย่างยั่งยืน

ในหลวง พระราชินี ทรงร่วมพิธีรับเสด็จฯ เยือนประเทศลาว ทอดพระเนตรตำหนักผ้าไหมลาวโบราณ

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินโดยรถยนต์พระที่นั่ง จากโรงแรมคราวน์พลาซ่า เวียงจันทน์ ซึ่งเป็นเป็นโรงแรมที่ประทับ ไปยังหอคำ (ทำเนียบประธานประเทศ) เมื่อเสด็จพระราชดำเนินถึง

ในหลวง พระราชินี เสด็จฯถึง สปป.ลาว แล้ว ทรงขับเครื่องบินพระที่นั่งด้วยพระองค์เอง

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินเยือนสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาวอย่างเป็นทางการ ระหว่าง วันที่ 16-18 มีนาคม 2569 ตามคำกราบบังคมทูลเชิญของ นายทองลุน สีสุลิด ประธานประเทศสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว ในการนี้ ทรงทำการบินด้วยพระองค์ โดยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงปฏิบัติหน้าที่นักบินที่ 1 สมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี ทรงปฏิบัติหน้าที่นักบินผู้ช่วย

ประกาศสำนักพระราชวัง 'ในหลวง-พระราชินี' เสด็จฯเยือน สปป.ลาว อย่างเป็นทางการ 16-18 มี.ค.69

สำนักพระราชวังออกประกาศพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี จะเสด็จพระราชดำเนิน เยือนสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาวอย่างเป็นทางการ ระหว่างวันที่ 16 ถึงวันที่ 18 มีนาคม พุทธศักราช 2669 ตามคำทูลเชิญของนายทองลุน สีสุลิด ประธานประเทศแห่งสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว