คนไทยสนใจข่าวการเมืองเพิ่มขึ้นโดยเชื่อโซเชียลฯ มากสุด!

สวนดุสิตโพลเผยสำรวจการเมืองกลางสัปดาห์ ชี้คนไทยเกินครึ่งสนใจข่าวการเมืองมากขึ้น แต่ส่วนใหญ่ไม่ชอบเรื่องทะเลาะเบาะแย้ง 82% ข่าวช่วงนี้มีผลต่อการตัดสินใจ อึ้ง!เชื่อข่าวโซเชียลมีเดียมากสุด

15 มี.ค.2566 - สวนดุสิตโพล มหาวิทยาลัยสวนดุสิต ได้เผยผลสำรวจความคิดเห็นของประชาชนทั่วประเทศ กรณี คนไทยกับข่าวการเมือง ณ วันนี้ โดยเป็นการสำรวจทางออนไลน์จำนวนทั้งสิ้น 1,215 คน ระหว่างวันที่ 8-13 มีนาคม 2566 สรุปผลได้ ดังนี้

1. ประชาชนสนใจข่าวการเมืองในช่วงนี้มากน้อยเพียงใด พบว่า อันดับ 1 สนใจเพิ่มขึ้น 50.95% อันดับ 2สนใจเหมือนเดิม 33.25% และอันดับ 3 สนใจลดลง 15.80%

2.ข่าวการเมืองเรื่องใดที่ประชาชนสนใจเป็นพิเศษ อันดับ 1 การเลือกตั้ง 60.08% อันดับ 2 การเปิดโปงข้อมูลหรือพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมของนักการเมือง 49.11% อันดับ 3 การทำงานของนักการเมือง 48.95% อันดับ 4ยุบสภา 46.75% และอันดับ 5 ความโปร่งใส การตรวจสอบบัญชีทรัพย์สิน 42.92%

3.ข่าวการเมืองเรื่องใดที่ประชาชนไม่ชอบ/เบื่อ อันดับ 1การใส่ร้ายป้ายสี ทะเลาะกันไปมา 83.71% อันดับ 2แสดงพฤติกรรมก้าวร้าว ด่าทอ ใช้ความรุนแรง 77.39% อันดับ 3 อยากดัง สร้างกระแสให้กับตนเอง 56.77%อันดับ 4 สภาล่ม 55.94% และอันดับ 5 พาดพิงผู้อื่น นำเรื่องส่วนตัวมาเปิดเผย 48.63%

4.ข่าวการเมืองในช่วงนี้มีผลต่อการตัดสินใจเลือก ส.ส.ของประชาชนมากน้อยเพียงใด อันดับ 1 มีผล 81.89% และอันดับ 2 ไม่มีผล 18.11%

5.ประชาชนเชื่อถือข่าวการเมืองจากแหล่งใดมากที่สุด อันดับ 1 โซเชียลมีเดีย 76.75% อันดับ 2 โทรทัศน์67.35% และอันดับ 3 เพื่อน 31.79%

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

'ดุสิตโพล' เปิดผลสำรวจเลือกตั้งกทม. ครั้งที่ 3  ‘ชัชชาติ’ นำโด่งไร้คู่แข่ง

“สวนดุสิตโพล” มหาวิทยาลัยสวนดุสิต สำรวจความคิดเห็นของคนกรุงเทพฯ เฉพาะผู้มีสิทธิเลือกตั้ง  เรื่อง “การเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม.คนที่ 18 (ครั้งที่ 3)”

ไทยโพสต์เปิดช่อง ‘เจาะการเมือง’ รู้ลึกทุกความเคลื่อนไหว

ไทยโพสต์เปิดช่อง “ไทยโพสต์เจาะการเมือง” อย่างเป็นทางการ เพื่อเป็นอีกช่องทางในการติดตามข่าวสาร ความเคลื่อนไหวทางการเมือง และประเด็นสำคัญที่อยู่ในความสนใจของสังคมจากทีมข่าวไทยโพสต์

ดุสิตโพลชี้คนไทยเปิดกว้างและยอมรับความหลากหลายทางเพศเพิ่มขึ้น

“สวนดุสิตโพล” มหาวิทยาลัยสวนดุสิต สำรวจความคิดเห็นประชาชนทั่วประเทศ เรื่อง “คนไทยกับความหลากหลายทางเพศ 2026” กลุ่มตัวอย่างจำนวน 1,238 คน