ไม่พลาด! พี่ศรียื่นผู้ตรวจฯ สอบปัญหาค่าไฟฟ้าแพง

'ศรีสุวรรณ' ร้องผู้ตรวจฯ สอบปัญหาค่าไฟฟ้าแพง จากเหตุสำรองไฟฟ้าเกินความต้องการใช้ จี้นักการเมืองหาเสียงประกาศลดค่าไฟ 50% ใน 3 เดือนเชื่อคนแห่เลือกแน่

20 เม.ย.2566 - ​ที่สำนักงาน​ผู้ตรวจการ​แผ่นดิน​ นายศรีสุวรรณ จรรยา นายกสมาคมต่อต้านสภาวะโลกร้อน ยื่นคำร้องต่อผู้ตรวจการแผ่นดินผ่านนายวทัญญู ทิพยมณฑา รองเลขาธิการสำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน เพื่อขอให้แสวงหาข้อเท็จจริงกรณีประชาชนได้รับความเดือดร้อนจากค่าไฟฟ้ามีราคาแพง การขึ้นค่าไฟฟ้าผันแปร หรือ FT อย่างต่อเนื่อง รวมทั้งปริมาณไฟฟ้าสำรองมีมาก แต่กลับเปิดโอกาสให้การไฟฟ้าฝ่ายผลิตรับซื้อไฟฟ้าจากเอกชนเพิ่มเติมต่อเนื่อง ซึ่งขณะนี้ไม่ต่ำกว่า 53,000 เมกกะวัตต์แล้ว อาจเป็นการเอื้อประโยชน์ให้กลุ่มทุนพลังงานหรือไม่ และมีข้อเสนอแนะไปยังหน่วยงานรัฐที่เกี่ยวข้องเพื่อแก้ไขระงับความเดือดร้อนให้กับประชาขน

นายศรีสุวรรณ กล่าวว่า อัตราการใช้ไฟฟ้าสูงสุดปี 2565 มีปริมาณกว่า 31,000 เมกะวัตต์ ปริมาณไฟฟ้าสำรองในขณะนี้จึงมากกว่า 2 หมื่นเมกะวัตต์ หรือคิดเป็น 60 % ทั้งที่ตามหลักสากล กำหนดให้มีไฟฟ้าสำรองเพียง 10-15% เท่านั้น ขณะที่คณะกรรมการนโยบายแห่งชาติ (กพช.) และคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) และการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย ( กฟผ.) รมว.พลังงาน และหน่วยงานการไฟฟ้าทั้ง 3 หน่วยงานกลับมีความสามารถขั้นเทพสำรองไฟฟ้าไว้ถึงกว่า 5 หมื่นเมกะวัตต์ สร้างความเดือดร้อนให้ต้องนำเงินภาษีประชาชนมาจ่าย แต่ผู้ว่าการไฟฟ้าฯ กลับอ้างว่าเป็นหนี้ และแก้ปัญหาด้วยการขึ้นค่าเอฟที เป็นการผลักภาระให้กับประชาชน ทั้งที่ปริมาณไฟฟ้าสำรองยังมีมาก แต่ก็ยังเปิดรับซื้อทำให้ค่าไฟฟ้าแพงขึ้นไม่เป็นธรรมกับประชาชน แต่เจ้าของกิจการไฟฟ้ากลับรวยขึ้น

นายศรีสุวรรณ ยังระบุว่า จากการตรวจสอบเบื้องต้นยังพบว่า การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) เรียกเก็บเงินและคิดอัตราค่าเอฟทีไม่เหมือนกันในทุกครัวเรือน อย่างเช่น บางบ้านเรียกเก็บ 0.9343 บาทต่อหน่วย บางจังหวัดเรียกเก็บ 1.5492 บาทต่อหน่วย เมื่อคิดโดยรวมแล้วจะทำให้อัตราค่าไฟฟ้าเพิ่มสูงขึ้น นอกจากนี้ยังพบการเรียกเก็บค่าบริการรายเดือนที่ต่างกัน เช่น บางบ้าน 24.62 บาทต่อบิล และ 33.29 บาทต่อบิล ทั้งที่ไม่ควรจะมีอะไรแตกต่างกัน ซึ่งเป็นการคิดค่าบริการที่พิลึกพิลั่น จึงขอให้ผู้ตรวจฯ แสวงหาข้อเท็จจริงเพื่อมีข้อเสนอแนะการแก้ไขปัญหาไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องโดยไม่ต้องรอให้มีรัฐบาลใหม่ พร้อมยังระบุทิ้งท้ายว่าอยากให้นักการเมืองที่หาเสียงเรื่องการลดค่าไฟฟ้า ประกาศเลยว่าพรรคไหนจะลดค่าไฟฟ้าให้ประชาชน 50 %ภายใน 3 เดือนนับจากนี้ไปเชื่อว่าจะมีคนเลือกพรรคนั้นทันที

“นักการเมืองโชว์วิสัยทัศน์ลดค่าไฟฟ้าที่ทำกันอยู่ก็เป็นฝีปากนักการเมืองโกหกประชาชนในฤดูกาลหาเสียง พอมีอำนาจก็ไปเกี๊ยะเซียะ เอื้อประโยชน์ให้กับเจ้าของกิจการ”นายศรีสุวรรณ กล่าว

นายวทัญญู กล่าวว่า สำนักงานจะเร่งพิจารณาทั้งข้อเท็จจริง ข้อกฎหมายเพราะรู้แล้วว่าเรื่องนี้เป็นทุกข์ของประชาชนที่รอไม่ได้ เป็นเรื่องที่ทุกคนรับรู้ ซึ่งในแง่ความมั่นคง จำเป็นต้องสำรองไฟฟ้าไว้ 10-20 % แต่การสำรองถึง 50-60 % จะมากเกินไปหรือไม่จะต้องหาข้อเท็จจริง เพราะหากมากไปก็จะมีผลต่อการนำเงินงบประมาณไปจ่าย ดังนั้นจึงเชื่อว่าผู้ตรวจฯการแผ่นดินจะพิจารณาโดยเร็ว ซึ่งวันนี้ก็ได้นำคณะทำงานที่จะศึกษาเรื่องนี้มารับฟังการร้องเรียนด้วย

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

จัดไป 'ศรีสุวรรณ' ร้อง ป.ป.ช.นำข้อมูล กกร.เอาผิด 10 หน่วยงานรัฐจ่ายใต้โต๊ะสูงสุด

นายศรีสุวรรณ จรรยา ผู้นำองค์กรรักชาติ รักแผ่นดิน ได้ยื่นคำร้องต่อ ป.ป.ช..เพื่อขอให้ใช้อำนาจตามกฎหมายในการเรียกข้อมูลการสำรวจการทุจริตคอรัปชันใน 10 หน่วยงานรัฐมาไต่สวนสอบสวนเพื่อเชื่อมโยงไปให้ถึงเจ้าหน้าที่รัฐที่กระทำการดังกล่าว เพื่อเอาผิดตามครรลองของกฎหมาย หากไม่ดำเนินการจะถือว่าละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ได้

ไม่พลาด 'ศรีสุวรรณ' ร้องป.ป.ช.สอบ 'อนุทิน-เอกนิติ' ออกพรก.กู้เงิน 4 แสนล้าน ขัดรธน.หรือไม่

นายศรีสุวรรณ จรรยา ผู้นำองค์กรรักชาติ รักแผ่นดิน ยื่นคำร้องต่อ ป.ป.ช.เพื่อขอให้ไต่สวนและมีความเห็น กรณีออก พรก.ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อแก้ไขปัญหาผลกระทบจากสถานการณ์วิกฤต

กพช.อุดหนุนเงิน 369 ล้านลดค่าไฟให้กลุ่มผู้ใช้ไม่เกิน 200 หน่วย

กพช.เคาะให้ กกพ. นำเงิน Bypass Gas จำนวน 369 ล้านบาท มาเป็นส่วนลดค่า Ft งวดเดือนพ.ค – ส.ค. 2569 สำหรับผู้ใช้ไฟฟ้าบ้านอยู่อาศัยที่ใช้ไม่เกิน 200 หน่วยต่อเดือน พร้อมไฟเขียว! 2 มาตรการสำคัญ ปรับอัตราค่าไฟฟ้าแบบก้าวหน้า และส่งเสริมโซลาร์ภาคประชาชน

จับตา ครม. เคาะโครงสร้างค่าไฟฟ้าใหม่  เกิน 200 หน่วยจ่ายแพงขึ้น

นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เปิดเผย การปรับโครงสร้างค่าไฟฟ้าใหม่ว่า ค่าไฟฟ้าที่จะเริ่มรอบบิลใหม่ 1 พ.ค.นี้ จะเป็นไปตามมติคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.)