'ไทยภักดี' จ่อร้องศาลปกครองสูงสุด เพิกถอนระเบียบกรมราชทัณฑ์ขัดรธน.

20 ธ.ค.2566 - นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม หัวหน้าพรรคไทยภักดี เปิดเผยในเฟซบุ๊ก ระบุว่า

#ไทยภักดีจะร้องศาลปกครองสูงสุดกรณีกฏกระทรวงยุติธรรมและระเบียบกรมราชทัณฑ์พร้อมขอคุ้มครองชั่วคราว

เมื่อวันที่6 ธันวาคม2566 อธิบดีกรมราชทัณฑ์โดยรองปลัดกระทรวงยุติธรรมรักษาราชการแทนอธิบดีกรมราชทัณฑ์ อาศัยอำนาจตามมาตรา34 แห่งพระราชบัญญัติราชทัณฑ์ พ.ศ. 2560ได้ตราระเบียบกรมราชทัณฑ์ ว่าด้วยการดำเนินการสำหรับการคุมขังในสถานที่คุมขัง พ.ศ.2566 โดยอิงกฏกระทรวงตามาตรา33 ของพระราชบัญญัติราชทัณฑ์ 2560 ออกใช้บังคับ

การออกระเบียบดังกล่าวมีข้อน่าสังเกตุว่า มีลักษณะเร่งรีบให้ออกมาใช้บังคับในช่วงเวลานี้ ทั้งที่กฎกระทรวงกำหนดสถานที่คุมขังพ.ศ.2563 ตราออกมาใช้บังคับตั้งแต่ปี2563 แต่ประการสำคัญคือกฏกระทรวงกำหนดสถานที่คุมขังพ.ศ.2563 ซึ่งเป็นแม่บทให้อธิบดีกรมราชทัณฑ์ต้องตราระเบียบดังกล่าวออกมารองรับการกำหนดสถานที่คุมขัง นั้นปรากฎว่า ระเบียบดังกล่าวเป็นระเบียบที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายและบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญคือ

การกำหนดให้มีคณะทำงาน พิจารณาการคุมขังในสถานที่คุมขัง ประกอบด้วยรองอธิบดีกรมราชทัณฑ็ที่กำกับดูแลกองทัณฑวิทยา เป็นประธาน และข้าราชการในกรมราชทัณฑ์อื่น7คนและคนนอกที่ได้รับการแต่งตั้ง 2 คนเป็นคณะทำงาน โดยมีอำนาจกลั่นกรองให้ผู้ต้องขังรายใดคุมขังในสถานที่คุมขัง แล้วเสนออธิบดีกรมราชทัณฑ์อนุมัติ

การอนุมัติให้ผู้ต้องขังซึ่งต้องโทษจำคุกตามคำพิพากษาของศาล มีผลเท่ากับเป็นการแก้ไขคำพิพากษาของศาล โดยอนุมัติของอธิบดีกรมราชทัณฑ์ที่เป็นฝ่ายบริหาร ซึ่งไม่มีกฎหมายฉบับใดให้อำนาจกระทำได้ หากมีดำเนินการให้ผู้ต้องขังที่ต้องโทษจำคุกตามคำพิพากษารายใด เปลี่ยนเป็นคุมขังในสถานที่คุมขังตามกฎกระทรวงและระเบียบดังกล่าว ก็เป็นที่ชัดแจ้งว่าเป็นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ

นอกจากไม่มีกฎหมายฉบับใดให้อำนาจอธิบดีกรมราชทัณฑ์ แก้ไขคำพิพากษาของศาลให้ลงโทษจำคุก เป็นการคุมขังในสถานที่คุมขังแล้ว ก็ปรากฎว่ากฎกระทรวงและระเบียบดังกล่าวเป็นกฎกระทรวงและระเบียบที่ขัดต่อบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญ และกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินคดีอาญาอีกหลายฉบับซึ่งจะมีการฟ้องร้องต่อศาลปกครองสูงสุด ให้เพิกถอน และขอคุ้มครองชั่วคราว เพื่อปกป้อง รักษาความศักดิ์สิทธิ์ของรัฐธรรมนูญ คำพิพากษาของศาล และหลักนิติธรรมต่อไป

สาวนจะยื่นศาลปกครองสูงสุดวัน เวลาใด จะแจ้งให้ทราบอีกที

 

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

'ปกรณ์' ยันคำสั่งศาลปค.สูงสุด ยังไม่กระทบขั้นตอนทูลเกล้าฯ ให้ 'หมอสรณ' พ้นประธานกสทช.

นายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายกฎหมาย กล่าวถึงกรณีศาลปกครองสูงสุดมีคำสั่งกลับคำสั่งศาลปกครองชั้นต้นให้รับฟ้องคดีที่ นพ.สรณ บุญใบชัยพฤกษ์ ยื่นฟ้องคณะกรรมการสรรหา คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ หรือ กสทช. กรณีวินิจฉัยคุณสมบัติของตนเองไว้พิจารณาจะส่งผลเรื่องขั้นตอนการทูลเกล้าฯ

'หมอสรณ' ร่อนแถลงการณ์ น้อมรับคำสั่งศาลปค.สูงสุด ลั่นไม่ใช่วันที่มีผู้แพ้-ชนะ

ศ.คลินิก นพ.สรณ บุญใบชัยพฤกษ์ ประธาน กสทช. ออกคำแถลงภายหลังศาลปกครองสูงสุดมีคำสั่งให้ศาลปกครองชั้นต้นรับคำฟ้องไว้พิจารณา กรณีข้อพิพาทเกี่ยวกับการดำรงตำแหน่งประธานกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ โดยน้อมรับและเคารพคำสั่งของศาล พร้อมขอบคุณกระบวนการยุติธรรมที่พิจารณาทั้งข้อกฎหมายและข้อเท็จจริงตามกระบวนการตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา

ศาลปกครองสูงสุด พลิกคำสั่ง! ให้รับคำร้อง 'หมอสรณ' ไว้พิจารณา ปมคุณสมบัติประธาน กสทช.

ศาลปกครองสูงสุดมีคำสั่งให้ศาลปกครองกลางรับคดี "นพ.สรณ" ฟ้องคณะกรรมการสรรหา กสทช.  และคำขอคุ้มครองชั่วคราวไว้พิจาณา เหตุคำวินิจฉัยเป็นคำสั่งทางปกครองตามกฎหมาย ประธาน กสทช.จึงเป็นผู้เสียหายในคดี