ฟื้นคุ้ยแลนด์บริดจ์!เครือข่ายรักษ์ชุมพร-ระนองบุกสภาร้อง 4 กมธ.

เครือข่ายรักษ์ชุมพร-ระนองบุกสภา ร้อง ปธ.กมธ. 4 คณะตรวจสอบ โครงการแลนด์บริดจ์ ในทุกมิติ เหตุมีปัญหาเรื่องความเหลื่อมล้ำ- รัฐบาลไม่ให้ความสำคัญกับปัญหาคนในพื้นที่

06 มี.ค. 2567 - ที่รัฐสภา เครือข่ายรักษ์ชุมพร-ระนอง เดินทางมายื่นหนังสือต่อประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) ความมั่นคงแห่งรัฐกิจการชายแดนไทย ยุทธศาสตร์ชาติและการปฏิรูปประเทศ สภาผู้แทนราษฎร, ประธาน กมธ.การพัฒนาการเมือง การสื่อมวลชน และการมีส่วนร่วมของประชาชน, ประธาน กมธ.การป้องกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ, ประธาน กมธ.การที่ดิน ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เพื่อขอให้ตรวจสอบโครงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมขนส่งเพื่อพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจภาคใต้ (โครงการแลนด์บริดจ์) ระนอง-ชุมพร

โดยตัวแทนเครือข่ายรักษ์ชุมพร-ระนอง กล่าวว่า การมายื่นหนังสือต่อ กมธ.ทั้ง 4 คณะ เพื่อให้มีการตรวจสอบหลายมิติ เพราะในพื้นที่ตอนนี้มีปัญหาเรื่องความเหลื่อมล้ำ และไม่ให้ความสำคัญกับปัญหาของพี่น้องในพื้นที่ ตามที่นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีและระฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง นำเสนอนโยบายการพัฒนาพื้นที่ภาคใต้ ด้วยการผลักดันโครงการแลนด์บริดจ์ ระนอง-ชุมพร และอ้างว่าจะส่งผลดีต่อระบบเศรษฐกิจของภูมิภาคและประเทศนี้โดยรวม อันเป็นไปได้ตามความต้องการของคนในประเทศและเป็นไปตามยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี

พวกเราเครือข่ายรักษ์ระนอง-ชุมพร ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของกลุ่มชาวบ้านในพื้นที่โครงการแลนด์บริดจ์ ที่ไม่อยู่ในสมการการพัฒนาของท่านนายกรัฐมนตรี ด้วยมีความเห็นที่แตกต่างกับท่านนายกรัฐมนตรี ที่ว่าหากโครงการนี้เกิดขึ้นได้จริง จะสร้างผลตอบแทนอย่างมหาศาลให้กับคนภาคใต้และคนไทยทั้งประเทศในภาพรวมได้ทั้งหมด และท่านก็ได้นำความคิดนี้ไปนำเสนอกับผู้นำและนักธุรกิจใหญ่ในหลายประเทศมาแล้ว

แม้จะมีเสียงทักท้วงอย่างหนักทั้งจากนักวิชาการ และผู้ประกอบการด้านโลจิสติกส์รายใหญ่ของประเทศนี้ว่า ประเทศไทยอาจจะมีความเสี่ยงหากมีการดำเนินโครงการนี้จริง เพราะเป็นโครงการที่ขัดกับงานศึกษาทางวิชาการ และไม่ตอบสนองความต้องการของผู้ประกอบการด้านโลจิสติกต์ ซึ่งจากจากท่านจะไม่สนใจรับฟังแล้ว ท่านยังเดินหน้าไปต่างประเทศ เพื่อเชิญชวนให้เขาเหล่านั้นเข้ามาลงทุนในโครงการนี้อย่างไม่หยุดหย่อน

อย่างไรก็ตาม โครงการนี้ ได้มีข้อสังเกตสำคัญ ที่ต้องการจะนำเสนอให้ กมธ.ทั้ง 4 คณะ ทราบเบื้องต้น อันเชื่อว่าจะเป็นแนวทางที่จะนำไปสู่การตรวจสอบรัฐบาลต่อไป ดังนี้ 1. กระบวนการศึกษาที่ผ่านมา ถือว่าด้อยมาตรฐานทางวิชาการ และไม่เคารพการมีส่วนร่วมของประชาชน หากนับตั้งแต่วันเริ่มต้นในการศึกษาออกแบบ และการศึกษาผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมในแต่ละโครงการย่อย ถือว่าเป็นกระบวนการที่มาตรฐานด้านวิชาการ และด้านการมีส่วนร่วมของประชาชนตกต่ำเป็นอย่างมาก จนมีคำถามว่า ในขณะที่โครงการขนาดใหญ่เช่นนี้ ทำไม่กระบวนการศึกษาถึงไม่สมราคา ซึ่งพวกเราเห็นว่ารัฐบาลจะต้องให้ความสำคัญกับขั้นตอนนี้เป็นอันดับแรก เพราะจะเป็นการเริ่มต้นที่ทำให้เกิดความน่าเชื่อถือ ผ่านการศึกษาและการเปิดพื้นที่รับฟังความคิดเห็นของประชาชนอย่างทั่วถึงรอบด้าน อันจะทำให้รัฐบาลได้รับข้อมูลอย่างตรงไปตรงมาจากกระบวนการที่ดี เพื่อนำไปประกอบการตัดสินใจดำเนินโครงการอย่างถูกต้อง หาใช่เพียงแค่การสร้างพิธีกรรม เพื่อให้เสร็จตามกฏหมายบังคับ หากแต่ต้องสร้างมาตรฐานให้ดีกว่าโครงการอื่นๆ ที่เคยทำมา ที่ควรจะผิดแผกแตกต่างจากยุครัฐบาลอื่นใดก่อนหน้านี้

2. โครงการแลนด์บริดจ์ เป็นโครงการขนาดใหญ่ที่ต้องประกอบด้วยโครงการย่อยอีกหลายโครงการ แต่กลับไม่มีการศึกษาผลกระทบและผลสัมฤทธิ์ในภาพรวม ทั้งด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และด้านสุขภาพ กลับพบว่าเป็นการแยกกันศึกษาเป็นรายโครงการย่อยที่ต่างคนต่างทำ อย่างเช่น โครงการก่อสร้างท่าเรือน้ำลึกอ่าวอ่าง โครงการก่อสร้างท่าเรือน้ำลึกแหลมริ่ว โครงการรถไฟรางคู่ โครงการมอเตอร์เวย์ โครงการนิคมอุตสาหกรรม ที่จะเกิดขึ้นในอนาคต และเชื่อว่าจะมีโครงการอื่นๆ ตามมาอีกหลายโครงการ ซึ่งวิธีการศึกษาเช่นนี้จะไม่ทำให้เห็นภาพใหญ่ของโครงการทั้งหมด อันจะทำให้ขาดระบบการประมวลผลกระทบ และผลสมฤทธิ์ของโครงการที่แม่นยำ ซึ่งอาจจะส่งผลต่อการตัดสินใจ และการดำเนินโครงการที่ผิดพลาดได้ง่าย ซี่งรวมไปถึงการศึกษาของคณะกรรมาธิการวิสามัญของรัฐสภา ที่ได้สรุปรายงานไปแล้ว ซึ่งถูกมองว่าเป็นรายงานที่ทำขึ้นเพียง เพื่อเอาใจรัฐบาลและท่านนายกรัฐมนตรีเท่านั้น แต่กลับไม่ได้นำเสนอข้อสังเกตสำคัญ ที่ประชาชนในพื้นที่พยายามให้ข้อมูลไปแล้วแต่อย่างใด

3.นายกรัฐมนตรีต้องคำนึงถึงศักยภาพการพัฒนาจังหวัดระนอง ชุมพร และภาคใต้ในมิติอื่นๆ ด้วย กล่าวคือ ถ้าโครงการแลนด์บริดจ์ ไม่สามารถเกิดขึ้นได้จริงด้วยเหตุผลใดก็ตามแต่ รัฐบาลเคยคิดไว้หรือไม่ว่าควรพัฒนาจังหวัดระนอง ชุมพร ไปในทิศทางใด นอกจากนี้ ซึ่งพวกเรามีความเชื่อว่าจังหวัดระนอง ชุมพร และภาคใต้ ยังมีศักยภาพอีกมากที่ไม่ถูกพัฒนาอย่างจริงจัง อย่างเช่น มิติของการท่องเที่ยว การประมง และการเกษตร ที่เพียงรัฐบาลกล้าคิดแตกต่างจากรัฐบาลอื่นๆที่ผ่านมา ก็จะสามารถสร้างความเจริญรุ่งเรืองให้กับภาคใต้ได้ไม่ยาก ด้วยเพราะภาคใต้ไม่เคยถูกส่งเสริมการพัฒนาอย่างเป็นระบบ เพื่อให้ศักยภาพที่มีอยู่แปล่งประกายได้อย่างเต็มที่ ซึ่งเรายังเชื่อว่าหากมีรัฐบาลที่ฉลาดมากพอ ก็จะสามารถสร้างการพัฒนาที่จะทำให้คนในพื้นที่ได้ประโยชน์อย่างแท้จริง ทั่วถึง เป็นธรรม และยั่งยืน มากกว่าโครงการแลนด์บริดจ์หลายเท่า

และ 4.โครงการนี้กำลังทำร้ายความมั่นคงในชีวิต ทรัพย์สิน และความมั่นคงในแหล่งอาหาร และฐานทรัพยากรในชุมชนท้องถิ่น ด้วยเพราะจะเป็นโครงการที่ต้องใช้พื้นที่จำนวนมาก เพื่อการก่อสร้างท่าเรือน้ำลึกขนาดใหญ่ทั้งฝั่งอันดามันและอ่าวไทย และพื้นที่สำหรับสร้างเส้นทางรถไฟและมอเตอร์เวย์ตลอดเส้นทางกว่า 90 กิโลเมตร ยังไม่นับรวมพื้นที่นิคมอุตสาหกรรมที่จะตามมา นั่นหมายถึงการสูญเสียที่ดินทำกิน ที่อยู่อาศัย แหล่งผลิตอาหารและฐานทรัพยากรที่มีอยู่ในพื้นที่จำนวนมาก อันหมายถึงการล่มสลายของชุมชนดั้งเดิม ที่หมายถึงฐานรากสำคัญของสังคมไทย

จึงขอเสนอให้ให้ กมธ.ทั้ง 4 คณะ ติดตามตรวจสอบการดำเนินของโครงการฯ ดังนี้ 1. โครงการนี้กำลังแอบอ้างยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปีหรือไม่ และ 2.โครงการนี้เข้าข่าย บ่อนทำลายความมั่นคงแห่งรัฐ และเอื้อประโยชน์ให้กลุ่มทุนต่างชาติหรือไม่ ด้วยเพราะมีการกล่าวอ้างสร้างวาทกรรมและความเชื่อว่า จะสร้างความเจริญ สร้างงาน และการพัฒนาที่จะสร้างรายได้ให้กับประชาชนภาคใต้ อันจะเป็นประโยชน์กับประชาชนโดยรวมของประเทศต่อไป ทั้งที่ไม่มีการประเมินความเสียหายในมิติอื่นๆ อย่างเช่นด้านสังคม วัฒนธรรม ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมที่จะต้องแลก พร้อมกับการเสียสิทธิสภาพนอกอาณาเขต ด้วยการให้ประเทศต่างชาติที่เข้ามาลงทุนได้สิทธิในการสัมปทานพื้นที่โครงการทั้งหมดหลายสิบปี

เครือข่ายรักษ์ระนอง-ชุมพร ในฐานะตัวแทนของพี่น้องชาวจังหวัดระนองและชุมพร จึงขอนำเรียนถึงข้อกังวล และประเด็นที่ต้องการให้ กมธ.ทั้ง 4 คณะ ได้ตรวจสอบโครงการแลนด์บริดจ์ ระนอง-ชุมพร ดังที่ได้นำเรียนไว้เบื้องต้น และหวังว่าจะเป็นกลไกที่จะช่วยให้พวกเราได้รับคำตอบในเรื่องนี้อย่างชัดเจนมากขึ้น

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

แลนด์บริดจ์ยังไม่ตาย! รอคณะกรรมการศึกษาจัดทำแผนแม่บทพัฒนาภาคใต้ศึกษา 1 ปี

'สิริพงศ์' เผย 'คมนาคม' แจ้ง ครม.รับทราบ เตรียมตั้งคณะกรรมการศึกษาจัดทำแผนแม่บทพัฒนาภาคใต้ หวังเสร็จภายใน 1 ปี ให้ทันรัฐบาลนี้ คาดเสนอนายกฯแต่งตั้งได้สัปดาห์หน้า

ไม่มีกั๊ก! สอบสวนกลางแจงยิบไทมไลน์แก๊งโกงสอบรับทราบข้อกล่าว

'สอบสวนกลาง' แจงกมธ.พัฒนาการเมืองฯ 'ธีรุตม์' นัดรับทราบข้อกล่าวหา 6 ส.ค.นี้ หลังขอเลื่อน เผยมีผู้ต้องหาจากภาคเอกชนรับสารภาพ 1 คนแล้ว เตรียมส่งข้อมูลหลักฐานไปยัง ป.ป.ช. ต่อ

ฝ่ายค้านฟังไว้! รัฐบาลแจงประโยชน์โครงการ Missing Link

รัฐบาลตอบฝ่ายค้าน ชี้โครงการ Missing Link เชื่อมรถไฟชุมพร–ท่าเรือระนอง ช่วยยกระดับโครงสร้างพื้นฐานประเทศ -เป็นประตูการค้าฝั่งอันดามัน เชื่อมจีน-สิงคโปร์ ยันรับฟังข้อเสนอทุกฝ่าย

ไม่ได้พับแผน! 'นายกฯ' ลั่น 'แลนด์บริดจ์' ปัดฝุ่นได้ทุกเมื่อ หากสถานการณ์เหมาะสม

นายกฯ เผยแลนด์บริดจ์ปัดฝุ่นได้ทุกเมื่อหากสถานการณ์เหมาะสม แจงยังไม่คุยรายละเอียดกับ ‘เอกนิติ’ หลังแถลงพับแผน จ่อถกบอร์ดอีอีซี ปมรถไฟ 3 สนามบิน ชี้ยังไม่ถึงขั้นยกเลิกสัญญา ไม่ตอบคุย ซีพี ที่ฝรั่งเศส

ปชป.ถก ‘แลน​ด์บริดจ์’​  อภิสิทธิ์​ชี้รัฐใช้คำว่าชะลอไม่ถอยจริง

ปชป.ถก ‘แลน​ด์บริดจ์’​  อภิสิทธิ์​“ชี้รัฐใช้คำว่าชะลอ ไม่ถอยจริง ยันประชาธิปัตย์ ผลักดัน​ Southern Connect วางโครงสร้างพื้นฐานหลากหลายกว่าแลนด์บริดจ์​ เชื่อ​ ชาวบ้านได้ประโยชน์

'กุลวลี' ยกปมเขตรัฐทับซ้อนโป่งน้ำร้อน จันทบุรี เป็น 'กรณีต้นแบบ' สั่ง สคทช.เร่งวางกรอบแก้ One Map ทั้งประเทศ ไม่ให้ประชาชนเสียสิทธิ

จากการจัดทำแผนที่แนวเขตที่ดินของรัฐแบบบูรณาการ (One Map) มาตราส่วน 1:4,000 พบว่าพื้นที่บางส่วนของเขตเทศบาลยังคงทับซ้อนกับเขตปฏิรูปที่ดิน