
26 เม.ย. 2567 – นายเทพไท เสนพงศ์ อดีต สส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า พรรคเพื่อไทยจริงใจแก้ไขรัฐธรรมนูญหรือไม่
หลังจากคณะรัฐมนตรีได้มีมติให้มีการจัดทำประชามติสามครั้งในการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ได้มีเสียงวิพากษ์วิจารณ์กันอย่างกว้างขวาง โดยเฉพาะประเด็นคำถามของการทำประชามติครั้งแรกที่เปรียบเสมือนการมัดมือชก หรือล็อกสเปกการทำประชามติ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเนื้อหาคำถามในการทำประชามติครั้งที่ 1 ให้ถามประชาชนว่า “ท่านเห็นชอบหรือไม่ ที่จะมีการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ โดยไม่แก้ไขหมวด 1 หมวดทั่วไป และหมวด 2 พระมหากษัตริย์”
ส่วนตัวไม่เห็นด้วยกับการตั้งคำถามในการทำประชามติครั้งที่ 1 จึงขอตั้งคำถามต่อรัฐบาลเกี่ยวกับเรื่องประชามติในครั้งนี้ว่า
1.ทำไมต้องตั้งคำถามประชามติเพียงคำถามเดียว ทั้งที่สามารถตั้งคำถามเพิ่มเติมให้มีเนื้อหาชัดเจนกว่านี้ได้
2.การตั้งคำถามของรัฐบาลข้อความว่า เห็นด้วยกับการแก้รัฐธรรมนูญ ยกเว้นมาตราหมวด 1 หมวด 2 หรือไม่ เป็นการมัดมือชกหรือล็อกสเปกหรือไม่
3.ทำไมรัฐบาลไม่ตั้งคำถามประชามติที่เปิดกว้างและเป็นทางเลือกของประชาชนได้ เช่นถามว่า เห็นด้วยกับการแก้รัฐธรรมนูญหรือไม่ และถ้าเห็นด้วยกับการแก้รัฐธรรมนูญ จะให้แก้ทั้งฉบับ หรือยกเว้นหมวด 1 กับหมวด 2
4.ความต้องการของรัฐบาลแก้ไขรัฐธรรมนูญ ยกเว้นหมวด 1 และหมวด 2 นั้น ถือได้ว่าไม่ใช่เป็นการแก้ไขรัฐธรรมนูญทั้งฉบับ จำเป็นต้องทำประชามติหรือไม่
5.ถ้ามีการตีความว่า การแก้ไขรัฐธรรมนูญ ยกเว้นหมวด 1 และหมวด 2 ไม่ใช่การแก้ไขทั้งฉบับ ไม่จำเป็นต้องทำประชามติ ถ้ารัฐบาลยังฝืนทำประชามติต่อไป ใครจะรับผิดชอบความเสียหายที่เกิดขึ้น
6.เจตนาของรัฐบาลในการทำประชามติครั้งนี้ เป็นการขุดหลุมพราง หรือวางยา เพื่อไม่ให้การแก้ไขรัฐธรรมนูญสำเร็จใช่หรือไม่
ถ้าหากรัฐบาลยังไม่ทบทวนการตั้งคำถาม ในการประชามติครั้งที่ 1 จะสุ่มเสี่ยงต่อการแก้ไขรัฐธรรมนูญ จะผ่านไม่ผ่านประชามติ เพราะมีประชาชนกลุ่มหนึ่ง ที่ไม่เห็นด้วยกับเงื่อนไข การยกเว้นหมวด 1 และหมวด 2 ผสมโรงกับประชาชนกลุ่มที่ต่อต้านการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ปี 2560 เมื่อคน 2 กลุ่มนี้ ลงมติไม่เห็นด้วย ก็จะทำให้การแก้ไขรัฐธรรมนูญไม่สามารถดำเนินการต่อได้
จึงถามหาความจริงใจในการแก้ไขรัฐธรรมนูญจากพรรคเพื่อไทย ซึ่งเป็นพรรคแกนนำรัฐบาล ที่เคยประกาศแก้ไขรัฐธรรมนูญปี 2560 ทั้งฉบับมาก่อน แต่ทำไมวันนี้ จึงกลับเปลี่ยนท่าที และจุดยืนทางการเมืองของพรรคไป.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
อดีตผู้พิพากษาอาวุโสศาลฎีกาส่องคดีประวัติศาสตร์บาร์โค้ดบัตรเลือกตั้ง
นายวัส ติงสมิตร นักวิชาการอิสระ อดีตผู้พิพากษาอาวุโสในศาลฎีกา และอดีตประธานกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.)
ดร.ณัฏฐ์ ฟันธง ปมบาร์โค้ดไม่ล้มเลือกตั้ง รัฐบาลเดินหน้าตามไทม์ไลน์
"ดร.ณัฏฐ์" ชี้ เกมปั่นป่วนล้มเลือกตั้งให้โมฆะ "ปมบาร์โค้ดบัตรเลือกตั้ง" ไม่มีเกมพลิก ไม่เป็นเหตุชะลอการจัดตั้งรัฐบาล
กกต. สั่งเลือกตั้งใหม่ 1 หน่วย จ.พะเยา นับคะแนนใหม่ 8 แห่ง
สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ออกเอกสารระบุว่าที่ประชุมกกต. ได้มีมติให้นับคะแนนใหม่ จำนวน 8 แห่งและออกเสียงลงคะแนนใหม่ จำนวน 1 แห่ง ดังนี้ ข้อ 1. กรณีการนับคะแนนออกเสียงประชามติใหม่ จำนวน 1 แห่ง
'บวรศักดิ์' โยนถาม 'อนุทิน' ให้นั่งรองนายกฯ อีกสมัย ชี้เลือกตั้งเป็นโมฆะ ขึ้นกับศาลรัฐธรรมนูญ
ที่ทำเนียบรัฐบาล นายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงการทาบทามกลับมาเป็นรองนายกรัฐมนตรีในรัฐบาลหน้า
ขย้ำต่อ! ร้อง ปปง. สอบ 'สุริยะ' ปมซื้อเจ็ตหรูจาก 'เบน สมิธ'
'ศรีสุวรรณ' ร้อง ปปง. จี้สอบธุรกรรมการเงิน 'สุริยะ' ปมซื้อเครื่องบินเจ็ตหรูมูลค่า 862 ล้าน จาก 'เบน สมิธ'
'นายกฯ' เข้าทำเนียบฯ เกือบเที่ยง บ่ายเปิดงาน 141 ปี อัสสัมชัญ
'นายกฯหนู' เข้าทำเนียบฯ เกือบเที่ยง ก่อนเดินทางประธานพิธีเปิดงานฉลองครบรอบ 141 ปี โรงเรียนอัสสัมชัญช่วงบ่าย

