
7ส.ค.2567- พรรคไทยภักดี เผยแพร่หนังสือ เรื่อง เพิกถอนคำสั่งทางปกครองที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย ส่งถึง อธิบดีกรมราชทัณฑ์ โดยอ้างถึง คำแถลงของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติเมื่อวันที่2สิงหาคม 2567 มีเนื้อหาดังนี้
.
ตามที่กรมราชทัณฑ์โดยอธิบดีกรมราชทัณฑ์เห็นชอบตามข้อเสนอของเรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร อนุญาตให้มีการพักการลงโทษผู้ต้องขังนักโทษเด็ดขาด ทักษิณ ชินวัตร และมีการปล่อยตัวผู้ต้องขังนักโทษเด็ดขาดทักษิณ ชินวัตร ตั้งแต่วันที่18กุมภาพันธ์2567 นั้น
.
ต่อมาปรากฏแก่สาธารณชนเป็นที่ประจักษ์จากสื่อมวลชนทั้งทางโทรทัศน์และสื่ออื่นฯว่า หลังจากได้รับการปล่อยตัว นายทักษิณ ชินวัตร ไม่มีอาการของการเป็นบุคคลที่ไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้หรือช่วยเหลือได้น้อยแต่อย่างใด จึงไม่เข้าองค์ประกอบเป็นผู้ต้องขังที่อยู่ในเกณฑ์ได้รับการพักการลงโทษตามหลักเกณฑ์ตามระเบียบที่กำหนดไว้
.
และล่าสุดก็ปรากฏข้อเท็จจริงจากการแถลงของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติซึ่งเป็นองค์การอิสระตามรัฐธรรมนูญเมื่อวันที่2สิงหาคม 2567 ว่า จากการตรวจสอบตามข้อร้องเรียนถึงกรณีที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร ส่งตัวนายทักษิณ ชินวัตร ไปรักษาตัวนอกเรือนจำที่โรงพยาบาลตำรวจโดยโรงพยาบาลตำรวจกำหนดให้นายทักษิณพักรักษาตัวที่ห้องพิเศษชั้น 14 และโรงพยาบาลตำรวจรับตัวนายทักษิณไว้รักษา โดยการอนุญาตของเรือนจำพิเศษฯไว้นานถึง181วัน
.
ซึ่งมีพฤติการณ์ที่ไม่อาจเชื่อได้ว่านายทักษิณมีอาการป่วยถึงขนาดที่ต้องรักษาตัวที่โรงพยาบาลตำรวจนานถึง181วันโดยไม่สามารถออกไปรับการรักษาต่อที่ทัณฑสถานโรงพยาบาลราชทัณฑ์หรือกลับไปคุมขังที่เรือนจำได้ คณะกรรมการสิทธิฯเห็นว่าการกระทำของเรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานครและโรงพยาบาลตำรวจเป็นการเลือกปฏิบัติ ฯลฯ
.
และเห็นเพิ่มเติมว่าการกระทำของเรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร โรงพยาบาลตำรวจ และผู้เกี่ยวข้องเข้าข่ายเป็นการเอื้อประโยชน์ให้แก่บุคคล อันอาจเป็นการกระทำความผิดฐานทุจริตต่อหน้าที่หรือกระทำผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการ ซึ่งอยู่ในหน้าที่และอำนาจการตรวจสอบของคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ
.
จากข้อเท็จจริงตามคำแถลงของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ดังกล่าวเป็นที่ข้อเท็จจริงที่บ่งชี้ว่า การส่งตัวนายทักษิณ ชินวัตรไปรักษาตัวที่โรงพยาบาลตำรวจ และรับตัวรักษาไว้นานถึง181วัน เป็นการปฏิบัติที่มิชอบด้วยกฎหมายจึงไม่อาจนับเวลาที่นายทักษิณ ชินวัตรรักษาตัวที่โรงพยาบาลตำรวจที่มิชอบดังกล่าวเป็นเวลาที่ถือว่านายทักษิณ ชินวัตร ยังอยู่ในการคุมขัง ตามมาตรา55 วรรคสามของพรบ. ราชทัณฑ์พ.ศ.2560 ได้ นายทักษิณ ชินวัตรจึง ยังไม่ได้รับโทษถูกคุมขังครบ 6 เดือน ไม่ครบองค์ประกอบที่จะได้รับการพักการลงโทษในข้อนี้ด้วยอีกข้อ
.
ด้วยข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายดังกล่าวข้างต้น เห็นได้ว่า นายทักษิณ ชินวัตร ไม่อยู่ในเกณฑ์ที่จะได้รับการพักการลงโทษ ตามระเบียบที่กำหนดไว้ ดังนั้นการมีคำสั่งพักการลงโทษนายทักษิณ ชินวัตร จึงเป็นคำสั่งทางปกครองที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย จะต้องถูกเพิกถอนเสีย ตามมาตรา 50 แห่งพระราชบัญญัติวิธีปฏิบัติราชการทางปกครองพ.ศ 2539
.
พรรคไทยภักดี
6สิงหาคม2567
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ระอุ! หมอวรงค์แตะโครงการลูกเทพเจอประท้วงวุ่น
'หมอวรงค์' แตะงบ TH-AI Passport เจอ สส.ภท.ประท้วงวุ่น ไม่เกี่ยวงบ 70 เอาไปอภิปรายไม่ไว้วางใจ เปิดกองทุนบำนาญ สส.-สว.ขอ งบ 294 ล้าน เชื่อสถานะติดลบ จี้นักการเมืองเสียสละอย่าเบียดเบียนภาษีปชช.
เดี๋ยวนะ! เอ็ดดี้ ข้องใจ 'เสก' เล่าสมัยเป็นผู้ต้องขัง 'อธิบดีราชทัณฑ์' พาไปร้องเพลงให้ 'ทักษิณ' ฟังตามคำขอ
อัษฎางค์ ยมนาค นักวิชาการอิสระ ร้องเดี๋ยวนะ หลังเห็นข่าว เสก เล่าทักษิณบอกอธิบดีกรมราชทัณฑ์ ให้เอาเสกมาร้องเพลงให้ฟังหน่อย ท่านอธิบดีก็จัดให้
'หมอวรงค์' วอน 'รัฐบาล' ทบทวนเอ็มโอยูนำเข้าข้าวโพดมะกัน
'หมอวรงค์' วอน 'รัฐบาล' ทบทวน MOU นำเข้าข้าวโพด GMO 1 ล้านตัน อีกครั้งหนึ่ง หวั่นกระทบต่อภาคเกษตรกรไทย
ปฏิรูปประเทศต้องเริ่มที่สภา! 'หมอวรงค์' โชว์ตั้งผู้ช่วย สส.แค่ 3 คน
'หมอวรงค์' โชว์สปิริต ตั้งผู้ช่วย สส. แค่ 3 คน ลั่น หากสภาร่วมใจลดโควตาตามช่วยชาติประหยัดงบฯได้มหาศาลกว่า 2,500 ล้านบาทใน 4 ปี พร้อมโต้ข่าวโซเชียล ย้ำปฏิรูปประเทศต้องเริ่มที่สภา
'หมอวรงค์' ร่วมวงเขย่าแผนเงินกู้ 2 แสนล้านเปลี่ยนผ่านพลังงาน
'หมอวรงค์' จี้ 'รัฐบาล' เปิดแผนใช้เงิน 2 แสนล้านเปลี่ยนผ่านพลังงาน ถาม ปชช.ได้ประโยชน์อะไร มองถูกครอบงำจากนายทุนแสวงหาประโยชน์ให้ตัวเองและพวกพ้อง
'หมอวรงค์' รับหนังสือภาคประชาชน ดันยกเลิกเอกสิทธิ์คุ้มครอง-เงินบำนาญ ลดผู้ช่วย สส. สว.
นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม สส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคไทยภักดี รับยื่นหนังสือ จากภาคประชาชนเรื่องยกเลิกสิทธิประโยชน์เรือนจำเป็นของ สส.สว. เรื่องขอให้ผลักดัน 3 เรื่อง คือ 1.ยกเลิกเอกสิทธิคุ้มครอง สส.และ สว. เพราะเป็นเหมือนที่หลบซ่อนจากการถูกดำเนินคดี 2.การยกเลิกบำนาญสส.และ สว. และ 3.การลดจำนวนผู้ช่วยสส. จาก 8 คน เหลือ 3 คน เพื่อนำเงินที่ต้องจ่ายในส่วนนี้ไปใช้ในโครงการที่เกิดประโยชย์กับประเทศชาติ และประชาชนมาก

