
“ปริญญา” ยันต้องมีความยุติธรรม ถึงจะสร้างสันติภาพชายใต้ได้ ชี้ ‘คดีตากใบ’ แค่เงินเยียวยาไม่พอ รัฐบาลต้องทำเต็มที่ นำตัวผู้ต้องหากลับมาดำเนินคดี โยนคำถามใหญ่ ขาดอายุความทำอย่างไรต่อ
20 ต.ค.2567 – รศ.ดร.ปริญญา เทวานฤมิตรกุล อาจารย์ประจำคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ กล่าวถึงกรณีคดีตากใบที่ใกล้หมดอายุความ จะส่งผลต่อสถานการณ์ชายแดนใต้หรือไม่ ว่า ความยุติธรรมกับสันติภาพเป็นของคู่กัน ถ้าต้องการสันติภาพในสามจังหวัดชายแดนใต้ อย่าไปใช้ความรุนแรง ให้ใช้กระบวนการยุติธรรม และหากคดีตากใบในวันที่ 25 ต.ค.นี้ ไม่มีจำเลยมาขึ้นศาลแม้แต่คนเดียว จะมีคำถามใหญ่มากถึงความยุติธรรม และความเชื่อมั่น เมื่อคนไม่เชื่อมั่น อาจจะไปใช้ทางอื่น ซึ่งต้องรอดูว่ารัฐบาลที่เหลืออยู่จะทำอย่างไร
รศ.ดร.ปริญญา กล่าวถึง การที่รัฐบาลปล่อยเกียร์ว่างต่อคดีดังกล่าว จะส่งผลต่อการเจรจาสันติชายแดนใต้ ว่า รัฐบาลไม่ถึงขั้นเกียร์ว่าง นายกรัฐมนตรี ก็ให้สัมภาษณ์ว่าเร่งรัดในกระบวนการต่างๆ แต่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ มีหน้าที่จับกุมผู้ต้องหา และจำเลยตามหมายจับ ทางคดีที่จังหวัดนราธิวาส และจังหวัดปัตตานี ซึ่งเหตุการณ์ดังกล่าวนำคนซ้อนกัน 4-5 ชั้น จำนวน 1,300 คน กับรถ 25 คัน ใช้ระยะทางกว่า 150 กิโลเมตรและใช้เวลา 4-5 ชั่วโมง
“โดยขณะนั้น เป็นช่วงเดือนรอมฎอน ที่พวกเขาอดอาหาร ทำให้ขาดอากาศหายใจ ลำพังเพียงเงินเยียวยาอย่างเดียวไม่ได้สร้างความยุติธรรมได้ ซึ่งศาลจังหวัดนราธิวาส รับฟ้อง และมีคำสั่งว่ามีการกระทำที่ถือว่าเจตนา เล็งเห็นผล แม้ตอนแรกจะไม่ตั้งใจฆ่าให้ตาย แต่การขนคนลักษณะแบบนี้ ซึ่งทันทีที่รถไปถึงก็รู้ว่ามีคนตาย แต่ยังไม่สั่งหยุด จับได้หรือไม่เรื่องหนึ่ง แต่คุณต้องเห็นว่ารัฐบาลทำเต็มที่แล้ว เมื่อพ้นวันที่ 25 ต.ค.ไป คนถึงจะไม่วิจารณ์“ รศ.ดร.ปริญญา ระบุ
รศ.ดร.ปริญญา กล่าวถึงหลังคดีอายุความแล้ว ว่าในแง่ตัวกฎหมายเรื่องอายุความ เรามีปัญหา แม้ศาลจะรับฟ้องแล้วที่จังหวัดนราธิวาส แต่คดีก็ขาดอายุความได้ ทั้งที่รับฟ้องแล้ว เพราะเงื่อนไขที่จะไม่ขาดอายุความ คือยื่นฟ้องต่อศาล และนำจำเลยมาขึ้นศาล ซึ่งปกติในประเทศอื่น ถ้าศาลประทับรับฟ้อง อายุความต้องสะดุดหยุดลง หรือหยุดอยู่ ไม่นับเวลาต่อ หรือนับเวลาใหม่ แต่ในประเทศไทยอายุความยังนับต่อไป ประเทศไทยจึงหนีจนขาดอายุความ ดังนั้น ในระยะยาว มีแบบนี้หลายคดีทำเรื่องทุจริตคอร์รัปชั่น ต้องแก้ในระยะยาว
รศ.ดร.ปริญญา กล่าวว่า หากวันที่ 25 ต.ค. ไม่มีตัวจำเลยมาขึ้นศาลเลย ต้องรอฟังศาลในวันที่ 28 ต.ค. ศาลจะมีคำสั่ง และหลังจากนั้น ผลที่ตามมารัฐบาลจะต้องมีท่าทีออกมาว่าจะทำอย่างไรต่อจึงต้องไปถามรัฐบาล
รศ.ดร.ปริญญา กล่าวถึง กรณีที่นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ให้สัมภาษณ์ ระบุอย่านำคดีตากใบมาโยงกับเรื่องการเมือง ว่า พลเอกพิศาล วัฒนวงษ์คีรี ลาออกจากพรรคเพื่อไทยไปแล้ว ประเด็นที่พูดอยู่ตอนนี้คือเรื่องของรัฐบาล และนายกรัฐมนตรี ซึ่งเป็นผู้บัญชาการของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ หากทำในสิ่งที่คุณเห็นว่าทำเต็มที่แล้ว ต่อให้จับใครมาขึ้นศาลไม่ได้ ต่อให้อายุความขาดไป คนก็จะไม่โทษรัฐบาล แต่ถ้าในทางกลับกันคนรู้สึกไม่เต็มที่ หรือมองว่ามีการช่วยกันหรือไม่ รัฐบาลก็จะลำบาก และถ้าอายุความขาดไปรัฐบาลจะทำอย่างไรต่อ.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
'นายกฯหนู' ส่งความรักถึงคนไทยทั่วโลก ดันสงกรานต์สู่ระดับสากล
'นายกฯ อนุทิน' ส่งความรักถึงคนไทยทั่วโลกในวันขึ้นปีใหม่ไทย ดันอัตลักษณ์สงกรานต์ท้องถิ่นสู่ระดับสากล ขอปชช.ร่วมเป็นเจ้าบ้านที่ดี ต้อนรับนักท่องเที่ยว สร้างรอยยิ้มคืนความสุขหลังลุยงานหนักมาทั้งปี
'นิพิฏฐ์' เหน็บแสบ! 'ศุภจี' ดอดสึกพระไม่เกรงใจเจ้าอาวาส
นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ อดีต สส.พัทลุง พรรคประชาธิปัตย์ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า สึกพระไม่เกรงใจเจ้าอาวาส
'เอ็ดดี้' เฉลย! สื่อสารสะดุด ปม 'อาร์ท' ลามเรื่องใหญ่การเมือง
นายอัษฎางค์ ยมนาค หรือเอ็ดดี้ นักวิชาการอิสระและครีเอเตอร์ดิจิทัล โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กถึงกรณีนายวีระพงษ์ ประภา รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ยื่นหนังสือลาออกจากการเป็นรองหัวหน้าพรรค
'รบ.อนุทิน'ก้าวข้ามการเมือง สู่วิกฤตรับมือ'ยุคน้ำมันแพง'
หลังการแถลงนโยบายต่อรัฐสภาระหว่างวันที่ 9-10 เม.ย.เสร็จสิ้น รัฐบาลภายใต้การนำของ อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย (มท.1) ได้สถานะ อำนาจเต็ม อย่างไม่ต้องสงสัย ด้วยตัวเลข สส.พรรคภูมิใจไทย 192 เสียง ผนวกกับพรรคร่วมจนรวมเป็น 292 เสียง
'นันทเดช' แนะด่ารัฐบาลได้ แต่ต้องรู้เรื่องเหล่านี้ด้วย
“นันทเดช” สะท้อนค่าครองชีพจากมื้ออาหารเกือบ 800 บาท ก่อนชี้ 3 ปัจจัยสำคัญ ทั้งขนาดประเทศ ระบบภาษี และ VAT ย้ำประชาชนวิจารณ์รัฐได้ แต่ต้องดูข้อเท็จจริงควบคู่ไปด้วย
สภาสาดน้ำลาย 32 ชม.ครึ่ง 9-10 เม.ย. แถลงนโยบายรัฐบาล 'โสภณ' ฝันสภายุคนี้ไม่มีประท้วง
"สภา" เคาะ ถกนโยบายรัฐบาล 9-10 เม.ย.นี้ รวม 32.30 ชม. ฝ่ายค้านได้ไป 14.30 ชม. หวังให้ตรวจสอบเต็มที่ วันแรกเริ่ม 08.30 น. ลากยาวถึง ตี 2 ขณะที่ "โสภณ" บอก สภายุคนี้ไม่มีประท้วง

