'หมอยง' แนะแนวทางแก้ไขหลุดพ้นจากกับดักผลงานวิชาการ

31 ต.ค.2567 – ศ.นพ.ยง ภู่วรวรรณ ราชบัณฑิต สำนักวิทยาศาสตร์ ศูนย์เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านไวรัสวิทยาคลินิก คณะแพทย์ศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โพสต์เฟซบุ๊กในหัวข้อ “ธุรกิจสำนักพิมพ์ทางวิชาการ กับดัก ผลงานทางวิชาการ สำหรับมหาวิทยาลัยไทย แนวทางแก้ไข” มีเนื้อหาว่า ธุรกิจของสำนักพิมพ์ เกิดขึ้นในทุกสำนัก มีบางมหาวิทยาลัย ห้ามโรงพิมพ์ในสำนักพิมพ์ … แล้วจะเบิกค่าใช้จ่ายไม่ได้ ส่วนตัวไม่เห็นด้วย เพราะทุกสำนัก ดำเนินการเป็นธุรกิจทั้งนั้น จึงไม่ได้เป็นทางแก้ไข

ธุรกิจที่กำไรมากกว่า 30% ถือว่าเป็นธุรกิจที่ค่อนข้างเอาเปรียบผู้บริโภค และบอกว่าการตั้งราคา จะลดให้หรือไม่คิดเลยสำหรับ ประเทศที่มีรายได้ต่ำ (low income country) ซึ่งเป็นเพียงน้อยนิดที่ประเทศที่มีรายได้ต่ำ ตีพิมพ์ผลงานวิชาการแล้วเป็นนักวิจัยบรรณกิจ ที่จะต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่าย ส่วนใหญ่จะมีนักวิจัยจากประเทศตะวันตกมาเป็นผู้ร่วมวิจัยทั้งนั้น และมักจะเป็นผู้รับผิดชอบ

การคิดค่าตีพิมพ์จะกระทบมาก ในการจัดที่เอาประเทศรายได้ปานกลาง ต้องจ่ายเท่ากับประเทศที่มีรายได้สูง กำลังความสามารถในการรับทุน และค่าใช้จ่ายต่างๆมันต่างกันมาก ควรนำมาพิจารณา และเป็นสิ่งที่จะต้องต่อรอง

Open access เป็นสิ่งที่ดี ควรจะสนับสนุนอย่างยิ่ง แต่ควรอยู่บนฐานของความยุติธรรม ระหว่าง นักวิชาการและสำนักพิมพ์ โดยเฉพาะประเทศที่กำลังพัฒนาและอยู่ในระดับรายได้ปานกลาง แทนที่จะใช้เงินจำนวนมาก ในภารกิจดังกล่าว ที่เงินทุนสนับสนุนทางด้านการวิจัย ได้รับน้อยมาก

ควรมีการศึกษาวิจัยผลกระทบทางด้านงบประมาณ สำหรับการเผยแพร่ผลงานทางวิชาการเมื่อเปรียบเทียบกัน ผลประโยชน์ที่ได้รับ และทุนวิจัยที่สนับสนุนของประเทศ มากกว่าที่ผู้วิจัยที่ยอมเสียสละแล้วต้องมารับผิดชอบกับค่าใช้จ่ายดังกล่าว วิจัยค่าใช้จ่ายทั้งหมดที่ประเทศจ่าย รวมทั้งห้องสมุดและการซื้อโปรแกรมต่างๆ

ผู้บริหารระดับสูง หรือระดับกระทรวง อว. ควรรวมตัวกัน ต่อรอง ค่าใช้จ่ายในการตีพิมพ์ให้อยู่ในระดับที่เป็นธรรม ทั้งในประเทศ มหาวิทยาลัย นักวิจัย และผู้ให้ทุน ควรจะมีตัวเลขที่ชัดเจนและเปิดเผย

ควรพิจารณาชดเชยค่าตีพิมพ์ หรือค่าตอบแทน ตามคุณค่าของผลงาน และวารสารที่ตีพิมพ์ ไม่ใช่ยึด ตัวเลข เช่น T หรือ Q จะเข้าทางสำนักพิมพ์

ผมเองทำงานวิจัยมากกว่า 40 ปี มีผลงานตีพิมพ์ร่วม 700 เรื่องในระดับนานาชาติ และมีการอ้างอิงมากกว่า 26,000 ครั้ง แต่งานที่ภูมิใจมากที่สุด คือผลงานที่เกี่ยวกับตับอักเสบในประเทศไทย อันเป็นประโยชน์มหาศาล รวมทั้งงานวิจัยการกวาดล้างไวรัสตับอักเสบ รูปแบบเพชรบูรณ์ เป็นงานที่ภูมิใจมากที่สุด มากกว่าการจัดให้เป็นผู้มีการอ้างอิงสูงที่มีการชื่นชมกัน

การช่วยทบทวนบทความทางวิชาการ ของผู้เชี่ยวชาญ ควรมีการ return ในรูปแบบของการลดค่าใช้จ่ายในการตีพิมพ์ เพราะถือว่าเป็นส่วนหนึ่งของสำนักพิมพ์ที่จะต้องใช้จ่าย

ประเทศไทยควรส่งเสริม วารสารที่เผยแพร่ในประเทศไทย ให้มีคุณภาพและระดับสูงในระดับนานาชาติ เพื่อให้เป็นที่ยอมรับในระดับนานาชาติ ค่าใช้จ่ายต่างๆ ควรอยู่ในประเทศไทย

ถึงเวลาแล้วที่ประเทศของเรา จะต้องรวมกันสร้างความเป็นธรรม ในการเผยแพร่ผลงานวิชาการ ให้เกิดประโยชน์จริงๆ กับมวลมนุษย์ มากกว่าที่ผู้ใดผู้หนึ่งจะยึดเป็นธุรกิจ รับผลประโยชน์นั้นไป

ยังมีความในใจที่อยากจะพูดต่อไปอีก โปรดติดตาม

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

2 พันล้านต่อปี! หมอยงประเมินเงินใช้จ่ายตีพิมพ์ผลงานวิชาการไทยในนานาชาติ

ศ.นพ.ยง ภู่วรวรรณ ราชบัณฑิต สำนักวิทยาศาสตร์ ศูนย์เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านไวรัสวิทยาคลินิก คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

'หมอยง' ชี้พัฒนาวัคซีน ยังไล่ตามวิวัฒนาการ 'ไวรัส' มากกว่าสกัดกั้น

ศ.นพ.ยง ภู่วรวรรณ หัวหน้าศูนย์เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านไวรัสวิทยาคลินิก ภาควิชากุมารเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และราชบัณฑิต สำนักวิทยาศาสตร์

'หมอยง' ยกข้อมูลชี้ชัด ความรุนแรงโควิด-19 ปัจจุบัน ไม่ต่างกับไข้หวัดใหญ่

หมอยงชี้นับตั้งแต่มีการระบาดใหญ่ของโลกโควิด 19 เข้าสู่ปีที่ 6 ในปีแรกที่โรคระบาดทุกคนไม่มีภูมิต้านทาน ไม่เคยติดเชื้อ ไม่เคยได้รับวัคซีน ทุกคนมีสิทธิ์ติดโรคได้เท่ากัน

มช.เผย 'อดีตคณบดีคณะวิจิตรศิลป์' ไม่ผิดถูกกล่าวหาแอบอ้างผลงานวิจัย

มช. ออกแถลงการณ์ชี้แจงกรณี "อัศวิณีย์ หวานจริง" อดีตคณบดีคณะวิจิตรศิลป์ ถูกกล่าวหาแอบอ้างเอาผลงานวิจัย มติเอกฉันท์ ให้ยุติเรื่อง เนื่องจากข้อกล่าวหาฟังไม่ขึ้น

“ติดจุฬาฯมีงานทำ!” จุฬาฯ ดึงบริษัทชั้นนำ–ผู้ประกอบการรอบมหาวิทยาลัย เปิดโอกาสให้นิสิตเก็บประสบการณ์จริงตั้งแต่ปีแรก

จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เปิดแนวคิดใหม่ในการเตรียมนิสิตสู่โลกการทำงาน ไม่รอให้ถึงปีสุดท้ายหรือใกล้เรียนจบ แต่เปิดโอกาสให้นิสิตเริ่มค้นหาตัวเอง สร้างรายได้ และสะสมประสบการณ์การทำงานจริงได้ตั้งแต่ชั้นปีที่ 1 ผ่านการเชื่อมโยงเครือข่ายบริษัทชั้นนำ พันธมิตรของมหาวิทยาลัย และผู้ประกอบการจำนวนมากในพื้นที่รอบจุฬาฯ