คนไทยไม่ได้โง่! อดีตสว.สมชาย จี้รัฐบาลชงยกเลิก MOU2544 เข้าสภาเห็นชอบ

3 พ.ย.2567-นายสมชาย แสวงการ อดีตสมาชิกวุฒิสภา (สว.) โพสต์เฟซบุ๊กเรื่อง “คนไทยรู้ว่าเกาะกูดเป็นของไทยมา 117 ปี” ระบุว่า ด้วยจำยอมเสียดินแดน พระตะบอง เสียมราช ศรีโสภณ แลกจันทบุรี ตราด คืนมา  แต่ที่ต้องออกมาคัดค้านการเจรจาแบ่งครึ่งแหล่งพลังงานอ่าวไทย 10 ล้านล้านบาท  #saveเกาะกูด เพราะรู้ทัน #คนขายชาติ ที่แกล้งโง่ไปเซ็นยอมรับเส้นเขตแดนอาณาเขตทางทะเล ที่กัมพูชาประกาศฝ่ายเดียว ไม่มีกฎหมายใดๆอ้างอิงยอมรับ เมื่อ ค.ศ.1972 หรือ พ.ศ.2515 โดยการตีเส้นจากหลักเขต 73 จากชายแดนไทย-กัมพูชาลากตรงมาที่ผ่ากลางเกาะกูด(หรืออ้อมนิดหน่อย)และลากยาวต่อเนื่องไปกลางอ่าวไทย ซึ่งหมายถึงการรุกล้ำอธิปไตยและผลประโยชน์ทางทะเลของไทยทั้ง ในทะเล  ใต้ท้องทะเล และบนท้องฟ้า

ขอเสนอข้อเท็จจริงและทางออกดังนี้

1)รัฐบาลไทยสมัยจอมพลถนอม ได้ประกาศคัดค้านและประกาศเส้นแนวเขตแดนทางทะเลที่แบ่งปันอย่างถูกต้องชัดเจนคือ เส้นกึ่งกลางระหว่างเกาะกูดกับเกาะกง เมื่อคศ1973 หรือพศ2516

2)กองทัพไทย โดย กองทัพเรือภาค1  ทร ยังคงวางกำลังเรือรบลาดตระเวน

กองทัพอากาศ ยังบินตรวจการณ์รักษาแนวไว้ ทั้ง 100% เครื่องบิน เรือรบกัมพูชา เข้ามาล้ำแดนไม่ได้เด็ดขาด

3)ปัญหาของMOU 2544 คือการยอมรับเส้นเขตแนวกัมพูชา คศ1972 ที่จะเอาจะเจรจาบนหลักการที่ยอมรับว่า มีพื้นที่ทับซ้อนไทย -กัมพูชา จริงในอ่าวไทย

แม้จะพยายามอธิบายว่า ควรต้องเจรจาแบ่งปันผลประโยชน์พลังงานในพื้นที่ดังกล่าว โดยไม่เกี่ยวกับเขตแดน หรือต้องเจรจาควบคู่กัน

แต่ข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายระหว่างประเทศที่ถูกต้องนั้น ปรากฏชัดเจนว่า การประกาศเส้นเขตแดนของกัมพูชาฝ่ายเดียวนั้น ไม่อยู่ใน unclos หรืออนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยกฎหมายทะเล ค.ศ. 1982 แต่ประการใด ไม่ได้ยึดหลักการแบ่งเขตที่ถูกต้อง

4)รัฐบาล นายอภิสิทธิ์ เคยนำเรื่องยกเลิกMOU2544 เข้ามีมติครม แล้ว แต่ด้วยเป็นมติลับ (แฟ้มชมพู) จึงมิได้ปรากฏมติครม.ต่อสาธารณะ และเกิดการยุบสภาไปก่อน

จึงไม่ได้ทันนำเข้ารัฐสภา เพื่อให้ความเห็นชอบตามรัฐธรรมนูญ ดังนั้น เพื่อแก้ปัญหาดังกล่าวให้ชัดเจน รัฐบาลปัจจุบันจึงควรนำเรื่องยกเลิกMOU2544  เข้าสู่รัฐสภาเพื่อให้ความเห็นชอบตามรัฐธรรมนูญ 2560  มาตรา178 โดยเร็ว  และรัฐบาลต้องประกาศว่า จะยกเลิกเอาพลังงานของชาติไทย 10 ล้านล้านไปแบ่งคนละครึ่ง กับชาติอื่น เพราะไม่มีพื้นที่ทับซ้อนทางทะเลในอ่าวไทย มีแต่ผลประโยชน์ทับซ้อนนักการเมืองและทุนพลังงานข้ามชาติ #คนไทยไม่ได้โง่ #saveเกาะกูด #เพราะรู้ทันคนขายชาติ

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

เดินหน้าตามนโยบายนายกฯ ลุยปราบ 'นอมินี' โชว์ไตรมาสแรกกวาดล้างบริษัทกลุ่มเสี่ยงลดลง 60%

โฆษกรัฐบาล แจง รัฐลุยปราบ ‘นอมินี’ มุ่งสร้างธุรกิจโปร่งใส เป็นธรรม ตอกย้ำคำประกาศนายกฯ ‘ไม่มีเคลียร์ เด็ดขาดทุกคดี’ ชวนปชช.แจ้งเบาะแส 1570

รัฐบาลน้อมรับนิด้าโพล 'แลนด์บริดจ์' ต้องสื่อสารวงกว้าง

4 พ.ค. 2569 - นางสาวรัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงผลสำรวจนิด้าโพลในหัวข้อ “คนใต้ว่าไง โครงการแลนด์บริดจ์จะมาแล้ว” ที่พบว่า กลุ่มผู้ที่เคยรับรู้ข้อมูลโครงการ จำนวน 1,333 คน (เคยได้ยิน และเข้าใจดีมาก / เคยได้ยิน และพอจะเข้าใจบ้าง /เคยได้ยิน แต่เข้าใจเพียงเล็กน้อย) ส่วนใหญ่ร้อยละ 67.22 เห็นด้วยกับโครงการ โดยแบ่งเป็น เห็นด้วยมาก 34.21% และค่อนข้างเห็นด้วย 33.01% ขณะที่มีประมาณร้อยละ 32.78 ไม่เห็นด้วย สะท้อนทั้งโอกาสของโครงการ และบทบาทของภาครัฐในการสื่อสารข้อมูลอย่างต่อเนื่องและโปร่งใส ส่วนกรณีพบว่าเกินครึ่งหรือร้อยละ 54.53 เคยได้ยินแต่เข้าใจเพียงเล็กน้อยเกี่ยวกับโครงการแลนด์บริดจ์นั้น นางสาวรัชดา กล่าวว่า นี่คือโจทย์ที่รัฐบาลต้องเร่งสื่อสารสร้างการรับรู้ ทั้งกลุ่มประชาชนที่ยังไม่เคยได้ยินหรือไม่เข้าใจ ให้เข้าถึงความข้อมูลมากยิ่งขึ้น “นายกรัฐมนตรี ได้กำชับทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งสร้างความเข้าใจต่อสาธารณชนเกี่ยวกับโครงการแลนด์บริดจ์ ซึ่งเป็นหนึ่งในโครงการโครงสร้างพื้นฐานสำคัญของประเทศ พร้อมเปิดรับฟังความคิดเห็นจากทุกภาคส่วนอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้การตัดสินใจและการขับเคลื่อนโครงการเป็นไปอย่างรอบด้าน และเกิดประโยชน์สูงสุดต่อประเทศ” โฆษกประจำสำนักนายกฯ ระบุ สำหรับนักวิชาการและผู้สนใจหลายฝ่ายออกมาแสดงความคิดเห็นทั้งสนับสนุนและตั้งข้อสังเกตต่อโครงการอย่างต่อเนื่อง แต่ความเห็นที่สอดคล้องกัน คือ โครงการแลนด์บริดจ์เป็นยุทธศาสตร์สำคัญในการยกระดับขีดความสามารถการแข่งขันของไทย ทั้งด้านโลจิสติกส์ การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน การสร้างงาน และการดึงดูดการลงทุนจากต่างประเทศ ซึ่งอาจเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญต่อเศรษฐกิจในระยะยาว อย่างไรก็ตาม ภาครัฐยังให้ความสำคัญกับข้อคำถามสำคัญ อาทิ มูลค่าการลงทุน ความคุ้มค่าทางเศรษฐกิจ รวมถึงผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและชุมชนในพื้นที่ โดยทุกประเด็นต้องถูกศึกษาในรายละเอียด เพื่อกำหนดมาตรการรองรับอย่างเหมาะสม ให้โครงการสามารถดำเนินไปได้อย่างมีประสิทธิภาพ โปร่งใส และตรวจสอบได้ “นายกรัฐมนตรีเน้นย้ำให้ทุกประเด็นต้องอธิบายได้อย่างชัดเจน แม้ภาพรวมจะได้รับการสนับสนุน แต่ยังมีข้อกังวลจากประชาชน ภาครัฐจึงต้องเร่งสื่อสาร สร้างความเข้าใจ และเปิดรับฟังความคิดเห็นอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้การขับเคลื่อนโครงการเป็นไปอย่างรอบคอบและได้รับการยอมรับ” นางสาวรัชดา กล่าว.

อดีตรองอธิการบดี มธ. ข้องใจพวกปกป้อง สส. ใส่ชุดเดรสแขนกุดเข้าสภา DNA เดียวกัน ทำอะไรก็ไม่ผิด

รศ.หริรักษ์ สูตะบุตร อดีตรองอธิการบดีฝ่ายบริหารบุคคล มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ โพสต์เฟซบุ๊ก

ขึ้น‘ค่าจ้าง’ต้องมีเหตุผล แรงงานยื่นข้อเสนอพรึ่บ

“อนุทิน” ระบุขึ้นค่าแรงต้องมีเหตุผล รัฐบาลเตือนนายจ้างวันแรงงานแห่งชาติ ลูกจ้างมีสิทธิหยุดงานพร้อมรับค่าจ้างปกติ ถ้าไม่ได้หยุดเพิ่มขึ้นไม่น้อยกว่า 1 เท่า ค่าล่วงเวลาไม่น้อยกว่า 3 เท่าของอัตราค่าจ้างต่อชั่วโมง ขณะที่ 27 องค์กรรวมพลยื่น 8 ข้อเรียกร้องรัฐบาล ตั้งกองทุนประกันความเสี่ยง-อัปเกรดสวัสดิการ

นายกฯ อวยพร 'วันแรงงานแห่งชาติ' ชี้ขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำต้องมีเหตุผล

'อนุทิน' อวยพรวันแรงงานแห่งชาติ ขอให้สุขภาพแข็งแรง ทำงานสำเร็จ-มีความมั่นคงในชีวิต ชี้ขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำต้องมีเหตุผล