'สมศักดิ์' ฮึ่มจัดการเด็ดขาด รพ.ปลอมใบรับรองแพทย์ ต้องเจอคุก ขอส่งข้อมูลให้ สธ.-ตร.พร้อมจัดการให้ไว 1-2 วัน
25 ธ.ค.2567 - นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข กล่าวถึงกรณีการปลอมใบรับรองแพทย์ของสถานพยาบาลให้กับแรงงานข้ามชาติว่า หากมีการปลอมแปลงเกิดขึ้นจะแจ้งให้กระทรวงสาธารณสุข หรือแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจรับทราบก็ได้ ซึ่งกระทรวงสาธารณสุขเน้นเรื่องการตรวจสุขภาพของแรงงานข้ามชาติว่า ต้องมีความละเอียด เพราะโรคบางชนิดหายไปจากประเทศไทยนานแล้ว แต่ก็โผล่ออกมาอีก เช่น โรคอหิวาตกโรคที่ประเทศเมียนมา ซึ่งเป็นเรื่องที่น่าเสียใจที่มีแรงงานหรือคนที่เดินทางเข้าออกประเทศไทยไปติดเชื้อ เป็นคนไทย 2 คน ที่นั่งรับประทานอาหารด้วยกัน แต่เป็นเชื้อที่ไม่ได้รุนแรง โดยกระทรวงสาธารณสุขติดตามเฝ้าระวังอยู่ไม่ให้เข้ามา ซึ่งตอนนี้เราก็ป้องกันบริเวณพื้นที่ชายแดน โดยเราได้ฝ่ายปกครอง ทหาร และตำรวจช่วยดูแลอยู่
นานสมศักดิ์ กล่าวว่า วัคซีนที่มีอยู่ขณะนี้มีอยู่ประมาณ 1,400 กว่าโดสจะมอบให้ฝ่ายที่ดูแลป้องกันและบุคลากรทางการแพทย์ที่อยู่ใกล้กลุ่มเสี่ยง พร้อมกับถ่ายทอดความรู้การรักษาไปยังบริเวณพื้นที่ชายแดน และหากรัฐบาลเมียนมาขอบุคลากรทางการแพทย์ของไทยอย่างเป็นทางการ เราก็จะส่งบุคลากรข้ามไปช่วย ซึ่งต้องมีการร้องขอ
เมื่อถามถึงกรณีที่โรงพยาบาลออกใบรับรองแพทย์ให้ แต่ไม่มีแรงงานข้ามชาติไปตรวจสุขภาพจริง นายสมศักดิ์ กล่าวว่า เรื่องนี้ขอให้แจ้งมาจะไปจับให้ และจะจัดการให้เรียบร้อยภายใน 1-2 วัน ขอให้เอาข้อมูลมาให้ตน เพราะกำลังตามหาอยู่ อยากจะจัดการดำเนินการ ซึ่งตนไม่ชอบเรื่องแบบนี้อยู่แล้ว เพราะกลัวว่า หากโรคระบาดเข้ามาในประเทศไทยแล้วตนเองจะเหนื่อย และหากเราป้องกันไว้ดีแล้ว เจ็บป่วยขึ้นมาก็ไม่เป็นไร แต่ถ้าไปรู้เห็นเป็นใจ ก็ขอรายละเอียดตรงนี้ และคงไม่จัดทีมสุ่มตรวจโรงพยาบาล เพราะมีโรงพยาบาลเป็นจำนวนมาก คงทำแบบนั้นไม่ไหว ขอแค่ส่งข้อมูลมาจะไปจัดการให้ ยืนยันว่า เรื่องนี้กระทรวงสาธารณสุขจะดำเนินการอย่างรวดเร็ว
"หากข่าวดังกล่าวเป็นเรื่องจริง เรื่องนี้จะต้องมีคนติดคุก และรัฐบาลจะปรับแนวทางในการดำเนินการต่าง ๆ ซึ่งเรื่องแรงงานข้ามชาติ ขอย้ำว่าหากมีข้อมูล ให้รีบส่งเข้ามาภายใน 1-2 วันนี้"นายสมศักดิ์ ระบุ
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ปชป.จี้รัฐคุมเข้ม ‘ทุนต่างชาติ-แรงงานข้ามชาติ’ วงจรแย่งงานคนไทย
ปชป. จี้รัฐสแกนเข้ม “ทุนต่างชาติ-แรงงานข้ามชาติ” วงจรแย่งงานคนไทย-กดค่าจ้าง เตือนระวังทุนหนาฮุบธุรกิจท้องถิ่น ทำสูญเสียอัตลักษณ์วัฒนธรรม 16 สิงหาคม 2569 นางสาววีร์ ศรีวราธนบูลย์ รองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ เปิดเผยถึงประเด็นปัญหาผลกระทบจากกลุ่มทุนต่างชาติและแรงงานข้ามชาติในประเทศไทย โดยระบุว่า ปัจจุบันสังคมกำลังเกิดข้อสงสัยและตั้งคำถามอย่างหนักในประเด็นการเข้ามาของทุนต่างชาติและแรงงานข้ามชาติที่เริ่มส่งผลกระทบชัดเจนในภาคบริการและการท่องเที่ยว เช่น ร้านอาหารและโรงแรม ซึ่งพบว่าในบางพื้นที่เริ่มเกิดสภาวะที่ผู้ให้บริการหรือพนักงานไม่สามารถสื่อสารภาษาไทยได้ เนื่องจากทั้งพนักงานและผู้จัดการล้วนเป็นชาวต่างชาติ นำมาสู่คำถามสำคัญว่าคนต่างชาติกำลังเข้ามาแย่งอาชีพคนไทยหรือไม่ นางสาววีร์ กล่าวต่อว่า หากมองในมิติที่ลึกซึ้งกว่านั้น ต้องตั้งคำถามว่า เหตุใดงานบางประเภทคนไทยจึงไม่เลือกทำ ซึ่งมักมีคำกล่าวหาว่าคนไทยรักสบายหรือไม่ยอมรับงานค่าจ้างต่ำ แต่ในความเป็นจริง การที่คนไทยต้องการรายได้และสภาพการจ้างงานที่มีคุณภาพ ไม่ถือเป็นความผิด หากแต่ปัญหามักเกิดจากโครงสร้างค่าจ้าง สภาพการทำงาน และชั่วโมงการทำงานที่ไม่จูงใจเพียงพอ ขณะเดียวกัน มีกลุ่มนายจ้างบางส่วนทั้งไทยและต่างประเทศ เลือกที่จะใช้แรงงานข้ามชาติที่มีอำนาจต่อรองต่ำกว่า เพื่อจุดประสงค์ในการกดต้นทุน ซึ่งการกระทำดังกล่าวถือเป็นเรื่องที่ผิดกฎหมายและศีลธรรม และยิ่งสร้างความเสียหายร้ายแรงเมื่อดำเนินการโดยนักลงทุนต่างชาติ เพราะทำให้ประเทศไทยและคนไทยไม่ได้ประโยชน์ใด ๆ จากการลงทุนเหล่านั้นเลย . รองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ ยังได้เรียกร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เร่งมีกลไกตรวจสอบและกำกับดูแลอย่างเข้มงวดใน 3 ประเด็นหลัก คือ 1.การตรวจสอบที่มาของเงินทุน ต้องมั่นใจว่าทุนต่างชาติที่เข้ามาทำธุรกิจเป็นทุนใสสะอาด ไม่ใช่เงินทุนที่ผิดกฎหมาย หรือการใช้คนไทยเป็นนอมินีเพื่อบังหน้า 2. การคุ้มครองธุรกิจท้องถิ่น รัฐต้องมีกลไกช่วยให้ผู้ประกอบการรายย่อยและคนในพื้นที่สามารถแข่งขันได้ และได้รับอานิสงส์จากเงินทุน เทคโนโลยี รวมถึงนักท่องเที่ยวต่างชาติ มากกว่าจะปล่อยให้ทุนขนาดใหญ่เข้ามาฮุบกิจการและครอบงำตลาด 3.การปกป้องอัตลักษณ์ทางวัฒนธรรม รัฐและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นต้องใส่ใจเรื่องการถูกกลืนกินทางวัฒนธรรม เร่งกำหนดมาตรการสร้างความสมดุลระหว่างการส่งเสริมการเติบโตทางเศรษฐกิจและการท่องเที่ยว โดยไม่ต้องแลกมาด้วยการสูญเสียอัตลักษณ์และสวัสดิภาพของคนในพื้นที่
'พัฒนา' ย้ำงบบัตรทอง 6 หมื่นล้านบาทไม่ได้หายไปไหน!
'รมว.สธ.' ย้ำงบบัตรทอง 6 หมื่นล้านไม่หายไปไหน จัดสรรกระจายไปหลายหน่วยบริการดูแลประชาชน 80% ของประเทศ เผยเตรียมปรับวิธีทำงานให้สอดคล้อง พ.ร.บ.ปฐมภูมิ ยืนยันทุกบาททุกสตางค์ต้องคุ้มค่า
เอ๊ะยังไง! รมว.สธ.ลั่นข้อมูลผู้ป่วยไม่หลุดแต่ไม่ขอท้าทาย
'พัฒนา' มั่นใจข้อมูลผู้ป่วย สธ.ยังปลอดภัย ไม่หลุด! แต่ไม่ขอท้าทาย ยันทดสอบระบบไซเบอร์ทุก 3-6 เดือน พร้อมยกระดับเรื่อยๆ
แรงงานได้เฮ! ครม. เห็นชอบปฏิญญา Abu Dhabi Dialogue ยกระดับการคุ้มครองตามมาตรฐานสากล
ร้อยเอกหญิง ภัทร์ดารัสมิ์ ทองสลวยกร รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบร่างปฏิญญาร่วมของการประชุมระดับรัฐมนตรี Abu Dhabi Dialogue ครั้งที่ 8 (Abu Dhabi Dialogue Eighth Ministerial Declaration) เพื่อใช้เป็นกรอบความร่วมมือของประเทศสมาชิกในการยกระดับการบริหารจัดการแรงงานข้ามชาติให้มีประสิทธิภาพ ปลอดภัย
ดัดหลังนักกินหัวคิวทำบัตรแรงงานต่างด้าว 'จุลพันธ์' เร่งแก้ปัญหาคิวยาว จ่อเปิดจดทะเบียนใหม่อีกระลอก
ดัดหลังนักกินหัวคิวทำบัตรแรงงานต่างด้าว หลังฉวยโอกาสงาบผลประโยชน์จากความชักช้าของระบบ e-WorkPermit “จุลพันธุ์” เตรียมขึ้นทะเบียนใหม่อีกระลอกหลังพบหลุดจากระบบจำนวนมาก
เครียดรุมเร้า รัฐเร่งเพิ่มสถานบำบัดรักษาทางสุขภาพจิตทั่วประเทศ
รัฐบาลเดินหน้าขยายเครือข่ายดูแลสุขภาพจิตทั่วประเทศ เพิ่มสถานบำบัดรักษาทางสุขภาพจิตเป็น 227 แห่ง ลดความเหลื่อมล้ำ–เข้าถึงบริการใกล้บ้านมากขึ้น

