'นันทเดช' เทียบประวัติศาสตร์การเมือง ปมฮั้วเลือกสว. กติกาใหม่ใครฉลาดกว่าชนะไป

พล.ท.นันทเดช เมฆสวัสดิ์ ยกตัวอย่างประวัติศาสตร์การเมืองไทย หลังสงครามโลกครั้งที่ 2 เปรียบเทียบกับการเลือกตั้งวุฒิสภาปี 2567 ชี้กติกาใหม่เปิดช่องให้เกิดการรวมกลุ่ม-จับขั้วคล้ายอดีต สุดท้าย “ใครฉลาดกว่าก็ชนะไป”

1 มีนาคม 2568 - พล.ท.นันทเดช เมฆสวัสดิ์ อดีตหัวหน้าศูนย์ปฏิบัติการพิเศษ ศูนย์รักษาความปลอดภัยแห่งชาติ (ศรภ.) โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก เล่าย้อนเหตุการณ์ทางการเมืองหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 เปรียบเทียบกับสถานการณ์การเลือกตั้งวุฒิสภาในปัจจุบัน โดยชี้ให้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงของ “กติกาใหม่” ที่เปิดช่องให้เกิดการจับกลุ่มและแข่งขันกันอย่างเข้มข้น

พล.ท.นันทเดช เล่าว่า หลังสงครามโลกครั้งที่ 2 สิ้นสุดลง ม.ร.ว.เสนีย์ ปราโมช สามารถเจรจากับอังกฤษจนทำให้ประเทศไทยรอดพ้นจากการตกเป็นเมืองขึ้น และได้มีการเลือกตั้งใหม่ พรรคประชาธิปัตย์ชนะเลือกตั้ง นายควง อภัยวงศ์ ขึ้นเป็นนายกรัฐมนตรี แต่ด้วยปัญหาเศรษฐกิจตกต่ำหลังสงคราม ส่งผลให้นายควงลาออก และนายปรีดี พนมยงค์ ก้าวขึ้นมาเป็นผู้นำแทน

หนึ่งในการเปลี่ยนแปลงสำคัญที่เกิดขึ้นในช่วงนั้นคือ การร่างรัฐธรรมนูญใหม่ ที่กำหนดให้มี “พฤฒิสภา” หรือวุฒิสภา ที่มาจากการเลือกตั้งทางอ้อม โดยให้ สส. เป็นผู้เลือกกันเอง วิธีการนี้ถือเป็นแนวคิดใหม่ที่ไม่เคยมีมาก่อน ทำให้เกิดการรวมกลุ่มและวางแผนเชิงยุทธศาสตร์เพื่อคว้าชัยชนะ ฝ่ายนายปรีดีสามารถรวมเสียงจาก สส.อิสระได้มากกว่า ส่งผลให้พรรคประชาธิปัตย์พ่ายแพ้ ได้ที่นั่งเพียงคนเดียว

พล.ท.นันทเดช เปรียบเทียบเหตุการณ์นี้กับการเลือกตั้งวุฒิสภาปี 2567 ซึ่งมีกติกาใหม่ที่ไม่เคยใช้มาก่อน ทำให้เกิดการจับกลุ่ม การสร้างเครือข่าย และกลยุทธ์ต่างๆ เพื่อให้ได้มาซึ่งตำแหน่ง สว. บางพื้นที่มีการรวมตัวกันเป็นกลุ่มอาชีพ คล้ายคลึงกับเหตุการณ์ในอดีต

ท้ายที่สุด พล.ท.นันทเดช สรุปว่า การเมืองทุกยุคสมัยมักเป็นไปตามกติกาที่ถูกกำหนดขึ้น และเมื่อมี “กติกาใหม่” ย่อมมีการปรับตัว ใครที่สามารถใช้กติกาได้อย่างชาญฉลาดกว่าก็จะเป็นฝ่ายชนะในเกมการเมืองนี้

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

'ดร.ณัฏฐ์' ชี้กับดักแก้ รธน. ต้องผ่านด่าน สว. 67 เสียง

นักกฎหมายมหาชนชื่อดังวิเคราะห์ แม้ประชามติรอบแรกมีผู้เห็นชอบกว่า 21.2 ล้านเสียง แต่การแก้รัฐธรรมนูญเพื่อนำไปสู่ฉบับใหม่ยังติด “กฎเหล็ก 2 ชั้น” ตามมาตรา 256 ต้องได้เสียง สว. ไม่น้อยกว่า 67 คนทั้งวาระ 1 และวาระ 3 มองโอกาสผ่านร่างแทบเป็นศูนย์หากรวบรวมเสียงวุฒิสภาไม่ได้

'นันทเดช' แนะด่ารัฐบาลได้ แต่ต้องรู้เรื่องเหล่านี้ด้วย

“นันทเดช” สะท้อนค่าครองชีพจากมื้ออาหารเกือบ 800 บาท ก่อนชี้ 3 ปัจจัยสำคัญ ทั้งขนาดประเทศ ระบบภาษี และ VAT ย้ำประชาชนวิจารณ์รัฐได้ แต่ต้องดูข้อเท็จจริงควบคู่ไปด้วย